ในงานประชุมติดตามคุณภาพบริการล้างไตผ่านทางช่องท้องและบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเชื่อมต่อนักสังคมสงเคราะห์และสรุปผลงานเพื่อวางแผนงานปี 2563 จัดขึ้นโดย สปสช.เขต 4 สระบุรี โดยมีท่าน รศ.พญ.สิริภา ช้างศิริกุลชัย จากคณะแพทย์ศาสตร์ มศว.องครักษ์ นำทีมขับเคลื่อนการทำงานในครั้งนี้
ผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย
- ผู้รับผิดชอบงานบริหารกองทุนโรคไตวายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจาก สสจ.ทุกแห่ง
- แพทย์หรือพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์หรือผู้ที่ทำหน้าที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยไตที่ทำหน้าที่ CAPD จากหน่วยบริการที่มีการจัด CAPD หรือหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง
- ผู้แทนแพทย์หรือพยาบาล จากหน่วยบริการ HD
ในการจัดประชุมครั้งนี้ค่อนข้างเป็นบรรยากาศของการจัดการความรู้ที่มีการเชื่อมต่อหลายๆ องค์ประกอบเข้ามาสะท้อนถึงภาพการทำงานร่วมกันทำให้นึกถึงที่ท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เขียนบันทึกตีพิมพ์ไว้ใน gotoknow.org "ความท้าทายต่อสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม ที่สำคัญที่สุดในความคิดของผมคือ การขับเคลื่อนให้กิจกรรมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหุ้นส่วน มีลักษณะ “ร่วมคิด” อย่างเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง และเมื่อทำแล้วมีการร่วมกัน “ยกระดับปัญญา” ของหุ้นส่วนทุกฝ่าย ผ่านกิจกรรม ใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน " [https://www.gotoknow.org/posts/665079]
เพราะสิ่งที่ท่านอาจารย์สิริภา ออกแบบกระบวนการเป็นการเชื่อมโยงสหสขาวิชาชีพได้พบปะกัน ภายใต้บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนรู้ เติมองค์ความรู้ และมีคณาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มศว.องครักษ์ ผู้รับผิดชอบในหลักสูตร PD Nurse ร่วมด้วย
ในส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย คือ การเชื่อมงานวิจัย และ R2R ให้เกิดขึ้นในการขับเคลื่อนเครือข่ายการทำงาน ภายใต้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นวิจัยกับทีมสู่การออกแบบรูปแบบการวิจัยในเชิงระบบ เพื่อการเข้าถึงระบบบริการของผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ในเขตสุขภาพที่ 4 ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด
ตัวอย่างเช่นที่บันทึกไว้
"Issue base to Research Design
R2R : “นักสังคมสงเคราะห์"
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นวิจัยกับทีมนักสังคมสงเคราะห์ สู่การออกแบบรูปแบบการวิจัยในเชิงระบบ เพื่อการเข้าถึงระบบบริการของผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ในเขตสุขภาพที่ 4 ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด
ประเด็นที่ได้
- PD Center ในชุมชน มี 3 โมเดลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างน้อย
- การออกแบบ Template ของการเยี่ยมบ้าน
- รูปแบบการเยี่ยมบ้านใน 3 ระดับเป้าหมาย คือ เยี่ยมเพื่อเพิ่มทางเลือก เยี่ยมเพื่อการตัดสินใจ และเยี่ยมเพื่อการตัดสินใจ
หรือ
R2R ในยุค Thailand 4.0 up
"เป็นการพูดคุยเชิงหารือในการพัฒนาและการใช้ฐานข้อมูลร่วมกับการใช้โปรแกรมฯ มาประกอบการวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การตั้งคำถามการวิจัยและการออกแบบการวิจัย R2R ในการขับเคลื่อนเชิง Policy และการออกแบบการพัฒนางานของ PD Nurse หรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบได้"
และมีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ
ข้อมูลที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด ที่ผู้รับผิดชอบงานบริหารกองทุนโรคไตวายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจาก สสจ.ทุกแห่งดูแล สามารถนำมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกแบบสู่การจัดการงานวิจัยในเชิงระบบแต่ละจังหวัดได้
สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นชัดเจนคือ
- ข้อมูลที่มีอยู่ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน และสะท้อนปรากฏการณ์หรือสถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรัง
- Best Practice ที่เกิดขึ้นจากพัฒนางานและการจัดการระบบในการดูแล รักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ของแต่ละพื้นที่ใน 8 จังหวัดเขต 4 น่าชวนคิดชวนมองและถอดบทเรียนเป็นโมเดลออกมา น่าจะได้หลายโมเดลพอสมควร เช่น อยุธยา ปทุมธานี ลพบุรี เป็นต้น
- การเชื่อมโยงการทำงานเป็นเครือข่ายบนฐาน KM ที่ท่านอาจารย์หมอสิริภา นำทีมขับเคลื่อนต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้เห็นการลดช่องว่างและเชื่อมรอยต่อของการทำงานภายใต้สหสาขาวิชาชีพได้ภาพชัดเจนขึ้น
- การใช้ Information Technology มาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อข้อมูล เป็นฐานในการทำ Monitoring ในเชิงระบบ และข้อมูลในแต่ละจังหวัดในการออกแบบ วางแผนการขับเคลื่อนการทำงาน
ในการประชุมรอบนี้สิ่งที่น่าจะชัดเจนขึ้น "ประเด็นของการทำวิจัย" ภายใต้การใช้ข้อมูลมาเป็นประโยชน์ โดยปีนี้ Issue base ในเรื่อง Peritonitis ที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มากำหนดเป็นเป้าหมายในการค้นหาและทำ GAP Analysis ในแต่ละพื้นที่ และ Research Question ที่นำไปสู่การออกแบบรูปแบบการวิจัยต่อไป
อีกประมาณ 3-6 เดือนมีแผนที่จะมาแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งในวงรอบแห่งการเรียบรู้ต่อไป
ส่วนตัวมีความเชื่อว่า การขับเคลื่อนการทำงานในครั้งนี้จะเห็นเป็นภาพแห่งความชัดเจนของการทำงานเชื่อมต่อกันระหว่างหน่วยบริการทางด้านสาธารณสุข สถาบันการศึกษา และ สปสช. ที่จะเป็นแกนหลัก และไปเชื่อมต่อกับภาคปกครองท้องถิ่น ครอบครัว และชุมชนเมื่อลงพื้นที่พัฒนางานอย่างไร้รอยต่อภายใต้การใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาเป็นฐานร่วมกับการทำการศึกษาวิจัยสู่การเรียนรู้และพัฒนางานอย่างแท้จริง
