ชีวิตที่พอเพียง 3494. หุ้นส่วนวิชาการหลากทิศทาง


มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ  The 6th Engagement Thailand Annual Conference 2019   พันธกิจสัมพันธ์ตามศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างคุณค่าและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน  Engagement with the King's Philosophy for Highly Valued and Sustainable Local Development   3 - 5 กรกฎาคม 2562   ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์   โดยจัดอย่างยิ่งใหญ่  

  และเจ้าภาพเชิญผมไปพูดเรื่อง “พลิกวิกฤตอุดมศึกษา : บทบาทนักวิชาการสู่การดาเนินงานพันธกิจสัมพันธ์” ในวันที่ ๔ กรกฎาคม    รวมทั้งร่วมในคณะผู้ให้ความเห็นต่อการนำเสนอ ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพันธกิจสัมพันธ์ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏคู่ความร่วมมือชุมชนท้องถิ่น  - ผลการสังเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพันธกิจสัมพันธ์ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในตอนเย็นวันที่ ๓    ผมจึงได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากการประชุมนี้ 

แก่นสาระของการประชุมในการตีความของผมคือ    ในยุคสมัยนี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องทำงานในลักษณะที่ก่อคุณค่าสูง    และวิธีการหนึ่งคือ ทำงานหลักโดยการเป็นภาคีหรือหุ้นส่วนกับภาคทำมาหากิน หรือภาคดำรงชีวิต    ไม่ทำงานในลักษณะแยกตัวจากชีวิตจริงของผู้คน 

สาระลึกๆ จากการประชุมนี้น่าจะมีหลายด้านหลายมิติมาก    และผมจับได้ไม่หมด    เพราะกิจกรรมหลากหลายและจัดในเวลาเดียวกัน    แต่ที่ผมคิดว่าเป็นนวัตกรรมในเรื่องพันธกิจสัมพันธ์คือกิจกรรมที่ผมเรียกว่า reversed engagement   ที่ภาคธุรกิจเอกชน คือบริษัทเบทาโกร จัดทีมชักชวนมหาวิทยาลัย ๑๑ แห่ง ให้เป็นหุ้นส่วนร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม    โดยไปร่วมกิจกรรมที่ทางเบทาโกรเรียกว่า HAB Social Lab (HAB = Holistic Area-Based Community Development)    ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น engagement แบบ Tripartite Engagement    คือมีหุ้นส่วน ๓ ฝ่าย     ได้แก่ฝ่ายธุรกิจเอกชน  ฝ่ายมหาวิทยาลัย  และฝ่ายชุมชน    ผมขอเสนอว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกหรือโทได้    เพื่อค้นหาแนวทางที่ก่อผลกระทบสูง ให้ผลดีต่อหุ้นส่วนทุกฝ่าย

ผมเสียดายที่ไม่ได้ฟังรายการ  Plenary Session : “นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยการบูรณาการกับการทำงาน” ตอน ๑๓ - ๑๔ น. วันที่ ๔ กรกฎาคม    เพราะต้องเดินทางกลับ    ผมเดาว่า หากได้ฟัง ผมจะได้เรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการกับ engagement 

ในงานมีนิทรรศการถึง ๗ ชุด  อยู่ต่างสถานที่กัน แต่เดินถึงกันได้    ผมมัวแต่ฟังการบรรยายหรืออภิปราย   ไม่ได้แวบไปชมและซักถามหลักการและวิธีการของแต่ละนิทรรศการ   ได้ชมช่วงเช้าวันที่ ๔ ในเวลาสั้นๆ ที่ Zone 3 : Community Engagement  ที่พัฒนาคุณภาพทุเรียนหลงลับแล  หลินลับแล   ลางสาด  สัปปะรดห้วยมุ่น  และ HAB Social Lab    ทำให้ผมเกิดความคิดว่า    น่าจะจัดทำเอกสาร one-page infographic ของแต่ละนิทรรศการ เอาขึ้นเว็บไซต์    จะช่วยสื่อสารนิทรรศการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น    ประเด็นที่ผมอยากรู้คือ มรภ. อุตรดิตถ์ได้เปลี่ยนงานบริการชุมชน ให้เป็นงานพันธกิจสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหน    

ความท้าทายต่อสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม ที่สำคัญที่สุดในความคิดของผมคือ    การขับเคลื่อนให้กิจกรรมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหุ้นส่วน มีลักษณะ “ร่วมคิด” อย่างเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง    และเมื่อทำแล้วมีการร่วมกัน “ยกระดับปัญญา” ของหุ้นส่วนทุกฝ่าย    ผ่านกิจกรรม ใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน   

วิจารณ์ พานิช

๗ ก.ค. ๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)