มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ The 6th Engagement Thailand Annual Conference 2019 พันธกิจสัมพันธ์ตามศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างคุณค่าและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน Engagement with the King's Philosophy for Highly Valued and Sustainable Local Development 3 - 5 กรกฎาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจัดอย่างยิ่งใหญ่
และเจ้าภาพเชิญผมไปพูดเรื่อง “พลิกวิกฤตอุดมศึกษา : บทบาทนักวิชาการสู่การดาเนินงานพันธกิจสัมพันธ์” ในวันที่ ๔ กรกฎาคม รวมทั้งร่วมในคณะผู้ให้ความเห็นต่อการนำเสนอ ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพันธกิจสัมพันธ์ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏคู่ความร่วมมือชุมชนท้องถิ่น - ผลการสังเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพันธกิจสัมพันธ์ของเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในตอนเย็นวันที่ ๓ ผมจึงได้มีโอกาสไปเรียนรู้จากการประชุมนี้
แก่นสาระของการประชุมในการตีความของผมคือ ในยุคสมัยนี้ สถาบันอุดมศึกษาต้องทำงานในลักษณะที่ก่อคุณค่าสูง และวิธีการหนึ่งคือ ทำงานหลักโดยการเป็นภาคีหรือหุ้นส่วนกับภาคทำมาหากิน หรือภาคดำรงชีวิต ไม่ทำงานในลักษณะแยกตัวจากชีวิตจริงของผู้คน
สาระลึกๆ จากการประชุมนี้น่าจะมีหลายด้านหลายมิติมาก และผมจับได้ไม่หมด เพราะกิจกรรมหลากหลายและจัดในเวลาเดียวกัน แต่ที่ผมคิดว่าเป็นนวัตกรรมในเรื่องพันธกิจสัมพันธ์คือกิจกรรมที่ผมเรียกว่า reversed engagement ที่ภาคธุรกิจเอกชน คือบริษัทเบทาโกร จัดทีมชักชวนมหาวิทยาลัย ๑๑ แห่ง ให้เป็นหุ้นส่วนร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยไปร่วมกิจกรรมที่ทางเบทาโกรเรียกว่า HAB Social Lab (HAB = Holistic Area-Based Community Development) ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น engagement แบบ Tripartite Engagement คือมีหุ้นส่วน ๓ ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายธุรกิจเอกชน ฝ่ายมหาวิทยาลัย และฝ่ายชุมชน ผมขอเสนอว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกหรือโทได้ เพื่อค้นหาแนวทางที่ก่อผลกระทบสูง ให้ผลดีต่อหุ้นส่วนทุกฝ่าย
ผมเสียดายที่ไม่ได้ฟังรายการ Plenary Session : “นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยการบูรณาการกับการทำงาน” ตอน ๑๓ - ๑๔ น. วันที่ ๔ กรกฎาคม เพราะต้องเดินทางกลับ ผมเดาว่า หากได้ฟัง ผมจะได้เรียนรู้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการกับ engagement
ในงานมีนิทรรศการถึง ๗ ชุด อยู่ต่างสถานที่กัน แต่เดินถึงกันได้ ผมมัวแต่ฟังการบรรยายหรืออภิปราย ไม่ได้แวบไปชมและซักถามหลักการและวิธีการของแต่ละนิทรรศการ ได้ชมช่วงเช้าวันที่ ๔ ในเวลาสั้นๆ ที่ Zone 3 : Community Engagement ที่พัฒนาคุณภาพทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ลางสาด สัปปะรดห้วยมุ่น และ HAB Social Lab ทำให้ผมเกิดความคิดว่า น่าจะจัดทำเอกสาร one-page infographic ของแต่ละนิทรรศการ เอาขึ้นเว็บไซต์ จะช่วยสื่อสารนิทรรศการได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ประเด็นที่ผมอยากรู้คือ มรภ. อุตรดิตถ์ได้เปลี่ยนงานบริการชุมชน ให้เป็นงานพันธกิจสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหน
ความท้าทายต่อสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม ที่สำคัญที่สุดในความคิดของผมคือ การขับเคลื่อนให้กิจกรรมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหุ้นส่วน มีลักษณะ “ร่วมคิด” อย่างเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง และเมื่อทำแล้วมีการร่วมกัน “ยกระดับปัญญา” ของหุ้นส่วนทุกฝ่าย ผ่านกิจกรรม ใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน
วิจารณ์ พานิช
๗ ก.ค. ๖๒