GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Dance2

ประสบการณ์ตรงนะ
Dancer   คำว่า  Dancer เป็นคำพูดที่เป็นที่รู้จักกัน คือ บุคคลที่มีอาชีพในการเต้น             Dancer ก็ดี Coyote ก็ดี หรือหางเครื่องก็ดี คำเหล่านี้ มีความหมายใกล้เคียงกันมาก คนส่วนใหญ่จะเข้าใจกันคลาดเคลื่อน หรือไม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าอาชีพเหล่านี้ต่างกันอย่างไร             Coyote นั้น กำลังมาแรงและเป็นที่นิยม ในขณะนี้มากๆ เราจะได้ยินกันบ่อยๆ จริงๆแล้ว คำว่า Coyote นั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่มีความสามารถในการเต้นที่เป็น step มากนัก ท่าที่พวก Coyote ใช้เต้นกันก็จะเป็นท่า Freestyle เวลาที่คนไปเที่ยวตามเทค หรือตามบาร์ ก็จะเห็นได้ว่า Coyote จะเต้นในท่าที่ออกไปในทางยั่วยวน และจะต้องเต้นเพื่อเล่นกันคนที่มาเที่ยว แท้จริงพวก Coyote นั้น ก็มีอาชีพขาย Drink (เหล้า) ในบาร์ คล้ายๆกับพวก บาร์เทนเดอร์ ที่หน้าเคาเตอร์ แต่ Coyote จะมีวิธีเรียกลูกค้าที่น่าสนใจกว่า คือ จะเรียกลูกค้าโดยการเต้น เสริมเข้าไป เพื่อให้แขกที่ไปเที่ยวติดใจ เพื่อหวัง Tips ส่วนใหญ่เจ้าของร้านจะหวง Coyote ของตัวเองมาก ตัวเจ้าของร้านจะไม่ให้สาวในสังกัดของตน ไปสนิทหรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแขกที่มาเที่ยว เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้มาเที่ยวนานๆ อาชีพนี้รายได้ก็จะดีมากๆ ยิ่งถ้าเป็นคนที่สวย น่าตาดี รูปร่างดี พูดเก่งด้วยแล้วจะทำให้มี Tips มากขึ้นอีกด้วย             โดยสรุปแล้ว Coyote จะมีท่าเต้นส่วนตัว จะไม่มีการเต้นให้ศิลปินหรือนักร้องค่ายไหนทั้งนั้น และจะมีรูปแบบการโชว์ของตนเอง                          ส่วนหางเครื่อง หรือ Dancer นั้น ก็จะต่างจาก Coyote โดยสิ้นเชิง ในแง่ที่ว่า จะต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ต้องเรียนรู้จังหวะท่าเต้นเป็นอย่างดี ไม่ให้ผิดพลาด และจะต้องมีการจัดรูปแบบการโชว์ที่ไม่ธรรมดา เพื่อการแสดงที่มีประสิทธิภาพ และในการแสดงนั้นก็จะแสดงออกถึงความสวยงานของท่าเต้นให้ผู้ชมได้ชมกัน พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับตัวศิลปิน หรือนักร้องด้วย             จริงๆแล้ว Dancer กับหางเครื่องก็แทบจะเหมือนๆกัน แต่ต่างตรงที่ยุคสมัย คือ สมัยก่อนผู้คนจะเรียกบุคคลที่เต้นให้กับนักร้องบนเวทีว่า หางเครื่อง แต่ในสมัยใหม่นี้ หางเครื่องกับหมายถึง บุคคลที่เต้นอยู่ข้างหลังนักร้องบนเวที ตามงานวัด หรือวงลูกทุ่ง ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง หรือตามต่างจังหวัด ซึ่งตอนนี้เป็นยุคที่สมัยใหม่มากขึ้น มีนักร้อง ศิลปินในรุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย บุคคลที่เต้นให้กับนักร้องหรือศิลปินเหล่านี้ ก็จะถูกเรียกว่า Dancer และ Dancer ก็จะถูกแบ่งเป็นเกรดต่างๆ มี A B C & F และรายได้ของแต่ละเกรดก็จะต่างกันไปด้วย               ตัวฉันเองได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในแวดวงสังคมของเหล่า Dancer ก็อยากที่จะเล่าประสบการณ์บางส่วนที่ได้ไปประสบมาโดยตรงให้ได้รู้กัน             เริ่มจากตอนที่ฉันอายุได้ 15 ปี ตอนนั้นฉันอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 4 ฉันมีเวลาว่าง ฉันจึงได้ไปสมัครเรียนเต้นที่ GMM Grammy เหตุที่ไปสมัครเรียนเต้นเพราะว่า ฉันรักการเต้นที่สุด ฉันชอบเต้นมาก เมื่อได้เข้าไปเรียนที่นั้น ก็มีพี่ อู๋ ที่เป็นคนดูแล Dancer ทั้งหมดของแกรมมี่ พี่อู๋ มีหน้าที่ควบคุม ดูแล ออกแบบท่าเต้น คิดรูปแบบการโชว์ ในงาน concert ต่างๆ ก็เห็นความสามารถของฉันจากการที่ฉันเต้นในคลาสเรียน พี่อู๋จึงดึงฉันเข้าไปทำงานด้วย แต่ฉันก็ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มของทีม Dancer ที่นี่ งานแรกของฉันคือ ถ่าย มิวสิกวีดีโอ (MV) ของ กอล์ฟ ไมค์   และเมื่อฉันได้มาเต้นให้กับศิลปิน พี่อู๋ก็เห็นว่าฉันมีความสามารถ ที่จะทำงานได้ พี่อู๋เลยให้ฉันเป็น Dancer ของ กอล์ฟ ไมค์  ในอัลบั้มแรก ซึ่งพอมาทำงานการเต้นอย่างเต็มตัวจริงๆแล้ว ฉันถึงได้รู้ว่า กว่างานแต่ละชิ้นจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เราๆได้เห็นกันนั้น มันไม่ได้ง่ายๆอย่างที่เห็นเลย เบื้องหลังความสำเร็จที่มีประสิทธิภาพนั้น มันทั้งเหนื่อย ทั้งยาก และลำบากมากจริงๆ ที่ว่าเหนื่อยก็เพราะว่า ในแต่ละขั้นตอนได้นั้น ต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก และทำมันซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ใน 1 เพลง ที่เวลาแสดงไม่ถึง 5 นาที แต่ใช้เวลาซ้อมเป็นวันๆ ต้องเต้นเป็นร้อยกว่ารอบ แล้วแต่ละ concert ก็มีมากว่า 10 เพลง ฉันต้องซ้อมเป็นเดือนๆ กว่าจะได้แต่ละงาน และที่ว่ายากและลำบาก เพราะทุกๆวัน ฉันต้องตื่นตี 5 เพื่อไปโรงเรียนทุกวัน และหลังเลิกเรียนฉันก็ต้องเดินทางไปซ้อมเต้น และกว่าจะซ้อมเสร็จ มันมืดและดึกมาก บางงานต้องซ้อมกันถึง ตี 1 ตี 2 กันเลย แล้วก็ต้องเดินทางกลับมาบ้าน กว่าฉันจะได้นอน ฉันก็ต้องตื่นอีกรอบเพื่อมาโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น ชีวิตฉันมันเป็นอย่างนี้ทุกวัน ฉันรู้สึกถึงความยากลำบากโดยแท้ แต่นี้ก็เป็นสิ่งที่ฉันรักจะทำ ฉันก็ทนได้ แต่แค่นี้มันยังไม่พอ เมื่อเวลาที่เราเข้าไปในสังคมที่เราทำงาน เราต้องมีระเบียบวินัยมากขึ้น ต้องทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะ กับ Dancer รุ่นพี่อีกด้วย ต้องอยู่ในกฎระเบียบ และต้องตรงต่อเวลา คิวงานต่างๆ ก็ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด แต่ที่กล่าวเด็กอย่างเราๆ ก็ควรจะมีกันอยู่แล้ว แต่ด้วยที่ว่าสังคม Dancer นี้ ลึกๆแล้วมันเหมือนเรากำลังทำสงครามเย็นกันอยู่ตลอดเวลา หากใครพลาดคนหนึ่ง อีกคนก็พร้อมที่ข้ามเราได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ฉันต้องระวังอย่างสุดๆ             และจากที่กล่าวมา ฉันก็สามารถเป็นหนึ่งเดียวที่ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มแต่ได้เข้าไปร่วมงานกับกลุ่ม Dancer ในบริษัทนี้ได้ มันเป็นเพราะความสามารถโดยแท้ เพราะฉันไม่เส้นสายอะไรที่ไหน ต้องใช้แต่ความสามารถล้วนๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า การที่เข้าไปเป็น Dancer ในบริษัทนี้นั้น มันยากมาก เพราะทางบริษัทก็มีการคัดเลือกกันชนิดที่ว่า เลือกแล้วเลือกอีก ต้องหาที่ โดน จริงๆ และเก่ง จริงๆ             กลับมาพูดถึงเรื่องงานของฉันกันต่อดีกว่า หลังจากที่ได้ทำอัลบั้มแรกของกอล์ฟ-ไมค์ไปแล้ว ฉันก็ยังได้งานอีกมากมายตามมาเรื่อยๆ ขอยกตัวอย่าง เช่น ไปอัดรายการโทรทัศน์ต่างๆ ประมาณ 10 กว่ารายการ, งานถ่าย (MV) ต่างๆ ทั้งของ พี่แคท พี่เบิร์ด , งาน concert ต่างๆอีกมากมาย ทั้ง concert EFM Fun fair ของคลื่นวิทยุ 93.5, concert Hot wave ของคลื่นวิทยุ 91.5, concert O-NO back to the Virgin, concert พัทยา Music Festival, งานเคาดาวปีใหม่ ฯลฯ  นี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในทุกๆงานที่ได้จะต้องมีการคัดเลือกทุกครั้ง หรือที่เรียกว่า Audition ซึ่งฉันก็ได้ใช้ความสามารถจนได้งานมาทุกครั้งที่พี่ๆเรียกไป Audition ในการ Audition แต่ละครั้งนั้น ก็จะมีพี่ๆ Dancer มาแข่งกันเพื่อจะได้ทำงาน ฉันต้องใช้ความสามารถและความพยายามอย่างหนัก บวกกับความอดทน และการฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ ถึงจะได้งานในแต่ละครั้งมา ฉันรู้สึกว่าการแข่งขันที่ได้สัมผัส เป็นการแข่งขันที่สูงจริงๆ  เพราะรายได้ก็ค่อนข้างดีทีเดียว               ล่าสุดตอนนี้ ฉันก็ได้มาเป็น Dancer ให้กับ TA TA YUNG ซึ่งฉันก็ต้องมา Audition เหมือนกัน มีคนไป Audition นับร้อย แต่ตัว TA TA YUNG ต้องการแค่ 6 คน เท่านั้น ในตอนนั้นฉันรู้สึกท้อแท้มาก และฉันก็คิดว่าเราต้องพยายามให้ถึงที่สุดก่อน ทำให้เต็มที่ให้เต็มความสามารถก่อน จากนั้น ฉันก็ได้รับเลือก โดยที่ตัวพี่ ทา ทา เองเป็นคนเลือก ช่วงเวลานั้นฉันดีใจมากๆ คำว่ามากๆ อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ ฉันภูมิใจในตัวเองมาก ว่าเราทำได้แล้ว ทำสำเร็จแล้ว และเป็นที่ยอมรับของทุกคนด้วย เราได้ด้วยความสามารถตัวเอง เป็นความประทับใจประจำปีก็ว่าได้             และตอนนี้ฉันก็ได้ซ้อมอย่างหนักมาก เพื่อที่จะขึ้นแสดง   concert   ของทาทา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม ที่จะถึงนี้               ตลอดเวลาที่ทำงานตรงนี้มาก็ประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ ไม่ว่าจะได้ไปร่วมงานกับ Dancer กลุ่มไหน พวกพี่ๆก็จะยอมรับในความสามารถของฉัน และจะให้ความเอ็นดู ความเป็นกันเองกับฉันมาก และตลอดเวลาที่ได้เข้าไปคลุกคลีในแวดวงการเต้นนี้ ฉันก็ได้พบเจอแต่คนดีๆเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตัวศิลปิน นักร้อง นักแสดง ผู้คุม ผู้ดูแล ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และพี่ๆทีมงานในฝ่ายต่างๆ รวมถึง Dancer กันเอง อาจเป็นเพราะว่าฉันรับงานผ่านทางบริษัท แกรมมี่ ก็ได้ เพราะว่าทางบริษัทจะคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนค่าแรงของเรา             เมื่อพูดถึงค่าแรงก็ขอเล่าหน่อยแล้วกัน เมื่อก่อนที่ฉันเข้ามาทำงานใหม่ๆ ฉันได้ขั้นเริ่มต้นที่ เพลงแรก 1,500 บาท เพลงต่อไป บวกเพลงละ 500 บาท ค่า Blocking วันละ 1,000 บาท แต่เดี๋ยวนี้ ฉันได้เริ่มต้นที่เพลงแรก 2,000 บาท เพลงต่อไป บวกเพลงละ 1,000 บาท ได้ค่าซ้อมวันละ 500 บาท ค่าBlocking  เท่าเดิม วันละ 1,000 บาท             ขอกล่าวโดยสรุปเลย ว่า ฉันภูมิใจกับงานที่ทำอยู่มากๆ เพราะเป็นงานที่รัก และถนัด อีกทั้งฉันก็ไม่ได้เสียการเรียนเพราะว่าทำงานระหว่างเรียนอีกด้วย  การที่ฉันได้มาทำงาน ก็เป็นข้อดีของการดำเนินชีวิตเพราะการทำงานสอนให้ฉันรู้จักค่าของเงิน ทำให้ฉันเป็นคนมีความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ได้รู้ความแตกต่างระหว่างการเป็นนักเรียนกับการเป็นคนทำงาน ว่ามันต่างกันลิบลับ ทำให้ฉันมีระเบียบวินัยมากขึ้น รู้จักบริหารเวลา รู้จักการเข้าสังคมและปรับตัวเวลาอยู่กับคนหมู่มาก             ตลอดเวลาการทำงานที่ผ่านมานี้ ฉันมีแม่คอยดูแล คอยให้กำลังใจ คอยเป็นห่วงไม่เคยห่างอยู่ตลอดเวลา คอยไปรับ ไปส่ง  ซึ่งไม่ว่าจะดึกเพียงใด แม่ก็ไม่เคยทิ้งให้ฉันต้องอยู่คนเดียวเลย แม่ดูแลไปจนถึงเรื่องสุขภาพ อาหารการกินของฉัน และทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับตัวฉัน แม่คอยสนับสนุนให้คำแนะนำที่ดี  ฉันจึงอยากจะขอขอบพระคุณแม่ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): !nadance
หมายเลขบันทึก: 66500
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

คงเหนื่อยน่าดูสิน่ะ เพราะต้องทำงานพร้อมไปกับการเรียนแต่ก้อถือว่าเปนโอกาสที่ดีของตัวหนึ่งน่ะเพราะจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตั้งแต่ยังเด็กอยู่ ซึ่งเด็กในวัยเดียวกันส่วนใหญ่ ไม่ได้มีโอกาสตรงนี้กันหรอก แต่ยังไงก้อดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ

ช่วยแอดเมลแพรทีนะคร่ะ

 

 

แพรอยากรุ้ว่าสมคัรเรียนแกรมมี่ยังไงหว่า**