Jurassic park

เรื่องราวเริ่มต้นจาก จอหน์ แฮมมอนด์ ประธานบริษัทของ Ingen เดินทางไปยังมอนทาน่า เพื่อพบกับ ดร.อลัน แกรนต์ นักบรรพชีวินวิทยา และ นักบรรพพฤกษศาสตร์ ดร.เอลลี แซตต์เลอร์ โดยไม่ได้นัดล่วงหน้า (นึกจะมาก็มา ฮ่า)

แฮมมอนด์ ต้องการให้ทั้งสองคนไปเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อชมเที่ยวและตรวจสอบความปลอดภัย ของสวนสนุกที่ทางเขาและ Ingen ทุ่มทุ่นเม็ดเงินมหาศาล ซึ่งแฮมมอนด์ไม่ยอมเผยว่าสวนสนุกที่ว่ามันคืออะไร แต่ชายแก่ชุดขาวกลับตอบว่าทั้งคู่จะต้องชอบอย่างแน่นอน

ทั้งคู่ตอบรับข้อเสนอเดินทางไปยังสวนสนุกที่ว่านี้ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ อิสลา นูบลา นอกจากอลันและเอลลี่ที่ได้ร่วมทริปครั้งนี้ ก็ยังมี ดร.เอียน มัลคอลมน์ นักคณิตศาสตร์ผู้ชื่นชอบทฤษฏีโกลาหล ซึ่งร่วมทริปไปครั้งนี้ด้วยเพราะ โดนัลด์ เจนาโร ทนายความและผู้ประสานเป็นคนเชิญมานั่นเอง

เหตุผลที่ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญจะมา เกิดเหตุการณ์ที่คนงานถูกทำร้ายด้วย “สินค้า” ที่ถูกลำเลียงในสวนสนุกแห่งนีจนถึงความตาย เรื่องไปถึงหูเหล่าบรรดานักลงทุน ทำให้พวกเขาไม่มั่นใจว่าสวนสนุกแห่งนี้จะเปิดบริการได้หรือไม่ จึงเป็นเหตุผลที่ แฮมมอนด์ และ เจนาโร ได้เชิญพวกเขามาเพื่อจะฟังความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งถ้าได้รับความเห็นชอบ จึงจะเซ็นรับรองเปิดทำการได้

เมื่อพวกเขามาถึงเกาะอิสลา นูบลา แล้วภาพแรกที่แฮมมอนด์ปล่อยไม้เด็ดให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้เห็นโดยเฉพาะ ดร.อลัน ที่แทบจะไม่เชื่อสายตาตรงหน้า เพราะภาพที่เขาเห็นคือ ไดโนเสาร์พันธุ์แบรกคิโอซอรัส!! 

และพอเห็นฝูงไดโนเสาร์ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าที่นี่คือ Jurassic Park สวนสนุกกึ่งสวนสัตว์ ที่จอหน์ แฮมมอนด์ ปรารถนาจะให้เป็นที่เรียนรู้ของสัตว์โลกล้านปีในยุคปัจจุบัน แต่คำถามที่อลันและคนอื่นๆสงสัย 
“พวกมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

พวกเขาพบคำตอบเมื่อได้ฟัง มิสเตอร์DNA อธิบายขั้นตอนการสร้างสัตว์โลกล้านปีที่สูญพันธุ์ไปแล้วว่านักวิทยาศาสตร์และนักพันธุศาสตร์ของที่นี่ ได้ทำการสกัดเลือดไดโนเสาร์จากยุงโบราณ ที่ถูกฝังตัวในยางไม้กลายเป็นก้อนอำพัน เมื่อได้เลือดที่ต้องการแล้ว ก็ต้องมาตรวจสอบดีเอ็นเอ ซึ่งความเก่าแก่ที่ทำให้ดีเอ็นเอไม่สมบูรณ์ จึงต้องนำดีเอ็นเอของกบมาเติมเต็มให้สมบูรณ์ ก่อนจะเพาะเลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อเหล่าผู้เชี่ยวชาญได้มาเห็นไข่ไดโนเสาร์ที่กำลังฟักตัวต่อหน้าต่อตา มัลคอล์ม ก็สงสัยว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวไหนตัวผู้ตัวเมีย ดร.เฮนรี่ วู นักพันธุศาสตร์ประจำ Jurassic Park ให้คำตอบว่า ใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรมให้เป็นตัวเมียทั้งหมดเพื่อควบคุมประชากร ซึ่งสิ่งที่พวกเขาได้เห็นตั้งแต่แรกมันหักหลังทฤษฎีที่เรียนมาเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว หลังจากที่พวกเขาได้ไปดูการให้อาหารเวโลซีแร็ฟเตอร์ ก่อนจะทานข้าวเที่ยงเพื่อเตรียมตัวไปชมบริเวณสวนสนุก แทนที่จะเป็นมื้ออร่อย กลับกลายเป็นการขัดแย้งผ่านบทสนทนากลางโต๊ะอาหาร ซึ่ง มัลคอล์ม ให้ความเห็นว่า สิ่งที่แฮมมอนด์และทุกคนกำลังทำ ณ เวลานี้ มันเหมือนไปฝืนธรรมชาติ เพราะไดโนเสาร์มันถูกเลือกให้สูญพันธุ์ไปจากโลก ไม่ต่างอะไรกับการชำเราธรรมชาตินั่นเอง

เอลลี่ให้ความเห็นว่า แฮมมอนด์ล่วงรู้ระบบนเวศที่สูญพันธุ์ได้อย่างไร และพืชที่เอามาใช้ในสวนแห่งนี้ โดยที่เหมือนตกแต่งให้มันสวย ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะมีพิษหรือไม่ ขณะที่อลัน กลับบอกว่าถ้าทั้งสอง อย่างมาอยู่ด้วยกันไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งยากที่จะคาดเดาได้

หลังจากนั้นก็เริ่มโปรแกรมทัวร์สวนไดโนเสาร์ เพื่อทำการตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งนอกจากผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาแล้ว ยังมีหลานของแฮมมอนด์ทั้งสองคน เล็กซ์ และ ทิม เมอร์ฟีย์ มาร่วมทริปครั้งนี้ด้วยซึ่งจะต้องนั่งรถยนต์ระบบไฟฟ้าชมตลอดทาง

แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เจออะไรเลยกับเจอไดโนเสาร์อย่างไทรเซอราทอปส์ที่กำลังป่วย แถมมีข่าวว่ากำลังจะมีพายุลูกใหญ่กำลังมายังเกาะอิสลา นูบลา ซึ่งทำให้ทัวร์ต้องจบแค่นั้น ทำให้แฮมมอนด์หัวเสียที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ก่อนจะให้โปรแกรมเมอร์พารถกลับมายังที่จุดเริ่มต้นเพื่อรอพรุ่งนี้

ขณะเดียวกัน เดนนิส เนดรี่ หนึ่งในโปรแกรมเมอร์ของสวนสนุกที่เพิ่งจะมีปากเสียงกับ จอหน์ แฮมมอนด์ เรื่องค่าแรง จึงเริ่มภารกิจลับเพราะเขาตัดสินใจเป็นสายให้กับริษัทคู่แข่ง (ผู้จ้างวาน ลูอิส ดอดจ์สัน) โดยการปล่อยไวรัสทำให้ระบบความปลอดภัยล่มทั้งเกาะ ก่อนจะสบโอกาสไปขโมยตัวอ่อน ไปส่งที่ท่าเรือ ซึ่งตอนนี้พายุเข้าไม่พอฝนตกหนักอีกด้วย 
ซึ่งสิ่งที่เขาทำกำลังจะกลายเป็นจุดชวนฝันร้ายบนเกาะแห่งนี้เลยทีเดียว

เจ้าที-เร็กซ์ก็หลุดออกมา ก่อนที่สวนสนุกแห่งนี้จะกลายเป็นสวนมรณะที่อลันและคนอื่นๆจะต้องเอาตัวรอดไปจากที่นี่ให้ได้



สุดท้ายตอนจบของเรื่องคือพวกเขาสามารถหนีไปจากเกาะนรกล้านปีได้ ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าผู้เชียวชาญตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่อนุมัติ” ให้เปิดบริการ ซึ่งทำให้อลันและคนอื่นๆรอดกลับได้มาแบบสะบักสะบอม ส่วนแฮมมอนด์ก็ใจสลายก่อนจะทิ้งเกาะไปในที่สุด






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกงานตลอดเทอม



ความเห็น (0)