ฆ่าควายเสียดายพริก

สำนวน"ฆ่าควายเสียดายพริก" มีความหมายว่า ทำการใหญ่แต่กลัวหมดเปลือง จึงทำให้งานเสีย

ตามชนบทเมื่อมีการจัดงานเลี้ยง เช่น งานบวช งานแต่งงาน ชาวบ้านจะมาร่วมงานอย่างคับคั่ง เจ้าภาพจะต้องจัดอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากที่มาช่วยงาน บางบ้านจะซื้อหมู เป็ด ไก่ มาเลี้ยงล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน พอถึงวันงานก็จะเชือดเป็ด เชือดไก่ที่เลี้ยงไว้ประกอบอาหารเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน ถ้าเจ้าภาพเป็นผู้กว้างขวางมีหน้ามีตาในสังคมก็ต้องถึงขั้นล้มวัวล้มควายเพื่อเอาเนื้อทำอาหารเลี้ยงแขกจำนวนมาก เวลาจะแกงถ้าใส่พริกในเครื่องแกงไม่ได้สัดส่วนที่พอเหมาะ แกงนั้นจะไม่อร่อย สำนวนนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบว่า เมื่อจะทำงานใหญ่ก็ต้องยอมลงทุนใช้จ่าย ถ้ามัวกลัวหมดเปลืองก็อาจทำให้งานพลอยเสียไปด้วย

สำนวนนี้บางทีก็ใช้ว่า "ฆ่าควายเสียดายเกลือ" ในที่นี้คือเกลือที่ใช้หมักเนื้อไม่ให้เนื้อเน่า"

บทกลอนตอนหนึ่งจากสุภาษิตสอนเด็ก กล่าวว่า

ถ้าทำการสิ่งใดที่ใหญ่ยศ

อย่ากลัวหมดเงินเบี้ยจะเสียหาย

หวังไว้ชื่อลือชาว่าฆ่าควาย

เฝ้าเสียดายพริกแกงไม่ป็นการ

หากพิเคราะห์ตามกลอนบทนี้ พริก มิได้มีความหมายเพียงแค่ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู หรือพริกแห้งเท่านั้น หากแต่มีความหมายครอบคลุมถึงคำว่า"น้ำพริกแกง" ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยประเภทแกง ซึ่งเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย โดยมีเอกลักษณ์คือใส่น้ำพริกแกงที่ประกอบด้วยพริก กะปิและเครื่องแกงอื่นๆ

แกงที่นิยมทำเลี้ยงพระเลี้ยงคน โดยมีเนื้อวัว เนื้อควายเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน เป็นต้น แกงเผ็ดเป็นแกงใส่กะทิมีเครื่องปรุงหลักเป็นเนื้อสัตว์ น้ำพริกแกงมักผสมเครื่องเทศเช่น เม็ดผักชี ยี่หร่าเพื่อดับคาว ส่วนแกงเขียวหวานเป็นแกงใส่กะทิ น้ำแกงเป็นสีเขียวเพราะใช้พริกสีเขียวทำน้ำพริกแกง บางครั้งใส่ใบพริกในน้ำพริกแกงด้วย และใส่ใบมะกรูด ใบโหระพาเพื่อแต่งกลิ่น

โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า

ฆ่ากระบือแล้วคิด เสียดาย

ซึ่งพริกขิงทั้งหลาย หลากแท้

หวนจิดคิดกลับกลาย เป็นอื่น

คนจักเตียนติแส้ ชั่วสิ้นสูญชนม์

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องราวดีๆ ...เกี่ยวกับภาษาไทย



ความเห็น (0)