รีดเลือดกับปู เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า เคี่ยวเข็ญหรือบีบบังคับเอากับผู้ที่ไม่มีจะให้ เปรียบเหมือนการเค้นเอาเลือดจากปู ซึ่งเป็นสัตว์ที่เข้าใจกันว่าไม่มีเลือด สำนวนนี้บางทีก็ใช้ว่า "หาเลือดกับปู" หรือ "เอาเลือดกับปู"

สำนวนนี้ปรากฏในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนดังนี้

แสนแค้นที่เจ้าแขวนหนังสือด่า

ค่อนว่าสัปดนจนป่นปี้

ในตัวล้วนแต่ชั่วไม่มีดี

จี้ไชไค้แคะแกะเลือดปู

(ตอน นางวันทองต่อว่าขุนแผนครั้งที่มีเรื่องกับนางลาวทอง)

หวีผมหย่งหน้าอ้ายบ้ากาม

ศึกเสือสงครามไม่เอาสิ้น

ดีแต่ฉ้อไพร่ไพล่เงินกิน

เล่นลิ้นเหลาะแหละแกะเลือดปู

(ตอน พระพันวษากริ้วนายทัพนายกองที่จับตัวขุนแผนไม่ได้)

ตามความจริงปูเป็นสัตว์เท้าปล้องชนิดหนึ่ง อยู่ในไฟลัมอาโทรโพดา ในอันดับฐานบราซีอูรา(Brachyura) มีลักษณะสิบขา มีหลายชนิดที่อยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม ปูจึงมีเลือด

เลือดของปูนั้นไม่ได้มีสีแดงเหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เลือดของปูนั้นมีสีน้ำเงินหรือสีฟ้าจางๆจนเราไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเป็นสีอะไร ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดมาตลอดว่าปูไม่มีเลือด เลือดของปูไม่เหมือนเลือดของคนเพราะเลือดของปูมีฮีโมไซยานิน (Haemocyanin) เป็นสารที่มีสีน้ำเงินเป็นสารประกอบของธาตุทองแดง ซึ่งทางการแพทย์ได้พบว่ามีประโยชน์มากมายในทางการแพทย์ โดยการนำเลือดสีน้ำเงินของแมงดาทะเลมาหาเชื้อแบคทีเรียในวัคซีน โปรตีนที่ได้จากเลือดแมงดาทะเลมีคุณสมบัติไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ จนสามารถจับเชื้อแบคทีเรียที่มีปริมาณน้อยนิดได้ ส่วนเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีสีแดงนั้นเพราะมีฮีโมโกบินเป็นส่วนประกอบนั่นเอง

อย่างไรก็ตามปูเป็นสัตว์สวยงาม ปัจจุบันได้รับการจำแนกไว้แล้ว 6,000 ชนิด ส่วนใหญ่พบในแถบอินโด-แปซิฟิก ในประเทศไทยพบแล้วรวม 824 ชนิด ซึ่งล้วนแต่มีความสวยงาม สมควรแก่การอนุรักษ์ไม่น่าจะมีใครคิด"รีดเลือดกับปู" แล้วนะคะ

(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)