เข้าร่วมโครงการ สัมมนาบูรณาการการศึษษแบบองค์รวม เพื่อการพัฒาบัณฑิตที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ ๒๑ (๒) : "ชีวิตในยุค 5G"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ช่วงที่สองของโครงการฯ เป็นการบรรยายเชิงรุก (Active Lecture) ของ รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในหัวเรื่อง " การพัฒนาทักษะนักศึกษา เพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑" .... ใครสนใจ ดาวน์โหลดสไลด์ขท่านได้ที่นี่ ฟังเสียงบรรยายได้จากไฟล์เหล่านี้  ไฟล์ที่ ๑ และ ไฟล์ที่ ๒   ท่านบรรยายได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะใครที่ยังไม่ได้คิดติดตามเรื่องนี้มาก่อน

สำหรับผมแล้ว ได้เรียนรู้ใหม่เกี่ยวกับวิธีการนำเสนอของท่าน เป็นการบรรยายประกอบการสาธิต และสื่อเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ฟังเห็นชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายยิ่ง  ตอนท้าย ๆ ของการบรรยาย ท่านเปิดคลิปลักษณะชีวิต 5G ดังคลิปด้านล่างนี้

ท่านเห็นอะไรในคลิปนี้ครับ

  • ทีวี อินเตอร์เน็ตทีวี อยู่ในแว่นตา  และแว่นตาสามารถเปลี่ยนโหมดเป็นแว่นตาธรรมดาได้ 
  • กระจกรถยนต์ จะเป็นจอแสดงผลต่าง ๆ  
  • รถยนต์ขับเอง ไม่ต้องมีคนขับ  เพราะเชื่อมต่อ GPS ได้ แม่นยำ สั่งการได้รวดเร็ว ปลอดภัยกว่าคนขับเอง 
  • เกษตรกรใช้โดรนช่วยทำการเกษตร 
  • ไม่ต้องไปหาหมอ  สามารถพบหมอได้ทางอินเตอร์เน็ต หมอคำปรึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต  
  • กระจกเงาส่องแต่งหน้า  ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลได้ 
  • คนคุยกับรถยนต์ได้ สั่งงานรถยนต์ได้ สั่ง ... ทุกอย่างสั่งงานด้วย AI
  • ร้านขายของไม่ต้องมีคนขาย อยากได้อะไรหยิบใส่กระเป๋าได้เลย  เดินผ่านประตูร้าน ทุกอย่างจ่ายผ่านเงินดิจิทัลเรียบร้อย  โดยดูข้อมูลจากนาฬิกาข้อมือ 
  • ต่อไปไม่จำเป็นต้องเรียนภาษา  เพราะนาฬิกาและหูฟัง สามารถจะรับภาษาหนึ่งแล้วแปลเป็นอีกภาษาหนึ่งได้  และสามารถแปลภาษาที่เราพูด บอกออกเป็นอีกภาษาหนึ่งได้  
  • สามารถสื่อสารข้ามโลกได้หลากหลายรูปแบบและรวดเร็วมาก  เช่น  สามารถจะใช้กล้องสามมิติบินได้ เป็นเหมือนโดรนเล็ก ถ่ายภาพ ๓๖๐ องศา ส่งภาพเสียงผ่านไปยังคนที่อยู่ไกลคนละฝั่งโลก  
  • คอนแทคแลนส์ ไม่เป็นเพียงปรับสายตาได้เท่านั้น แต่ยังเป็นจอแสดงผล แค่กระพริบตา ก็รับภาพเสียงที่มาจากอีกฝั่งโลกได้ 
  • ไม่เพียงแต่เห็นหน้า ฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเห็นเป็นคนเป็นตัว ๆ จากโฮโลแกรมด้วย  นักดนตรีหลายคน สามารถมาเล่นดนตรีเป็นวงเดียวกันผ่านระบบโฮโลแกรมได้ 
อาจารย์โชว์ความสามารถของระบบ 5G ด้วยสไลด์นี้ครับ 


ท่านบอกว่า ปีหน้า (2020)  ระบบ 5G ซึ่งขณะนี้จีนเป็นผู้นำโลก จะเข้ามาในชีวิต  สังเกตที่ความเร็วของการรับส่งข้อมูลที่จะเร็วจากเดิมเป็นแสนเท่า  เขาจะสามารถสร้างเซ็นเซอร์รับส่งข้อมูลไว้กับอุปกรณ์ทุกอย่างรอบ ๆ ตัว  นับตั้งแต่เสื้อผ้า นาฬิกา รถยนต์ พัดลม ตู้เย็น หลอดไฟฟ้า ทีวี ถังขยะ ฯลฯ  แล้วท่านก็สาธิตการเชื่อมต่อจอมือถึอขึ้นจอใหญ่ ให้ทุกคนได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่คอนโดฯ ....ฮา... 

ผมสังเกตว่า ในใจหลายคนคงจะฮือฮาทีเดียว .... แต่สิ่งที่ผุดในใจผมกับเป็นประโยคทองของ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤษฎากร ที่ว่า "เงินทองของมายา... ข้าวปลาสิของจริง" ....

ท่านอธิบายได้ดีและเห็นภาพมากว่า แต่ละเทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของคน(เมือง) อย่างไร โดยให้ตัวอย่างของเทคโนโลยีต่อไปนี้แต่ละอัน ๆ

ขอแนะนำว่า ท่านใดที่ไม่เคยฟังท่านบรรยาย ก็หาโอกาสลองไปฟังดูครับ แต่ถ้าอยากเรียนรู้แบบประหยัดก็เปิดพาวเวอร์พอยท์ท่านและฟังคลิปเสียงบรรยาย ที่ผมให้ลิงค์ไว้ ท่านบอกตอนท้ายบรรยายว่าท่านจะเผยแพร่แชร์ให้  ... แสดงว่าท่านไม่ได้หวงดอก .... แต่ผมว่าไปฟังเองท่าจะดีกว่า....

ยิ่งศึกษาและติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากเท่าใด ผมยิ่งเห็นความสำคัญที่ในหลวง ร.๙ ได้ทรงสอนไว้ ... ผมคิดว่า ประเทศเราอาจจะหลุดออกจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง สมดังที่ผู้นำส่วนใหญ่ในประเทศนี้กำลังจะพาไป แต่ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะไม่มีวันกลายเป็นประเทศผู้ผลิตเทคโนโลยีเหล่านั้น  เราจะเป็นประเทศที่ถูกหลอกให้บริโภคอย่างนี้ตลอดไป  และที่เจ็บใจทุกครั้งที่สุด คือ เราเป็นประเทศที่ถูกหลอกให้เป็นทาสผลิตอาหารให้ประเทศผู้ผลิตเทคโนโลยีกินอยู่อย่างสบาย ....

ในหลวงสอนเราว่า  ประเทศเราเป็นประเทศที่มั่งคั่งและทำให้พออยู่พอกินได้ไม่ยากเลย ... ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ยักษ์ที่ท่านว่า  อย่าไปดิ้นรนตั้งเป้าจะเอาความร่ำรวยเลย ไม่ต้องเป็นประเทศร่ำรวย จะรวยไปไหน ไม่ต้องไปสนใจกับดักรายได้ปานกลางอะไรหรอก  นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือความเหลื่อมล้ำต่างหาก ...

ผมคิดว่า มีผู้ใหญ่หลายคนรู้เรื่องนี้ดี และกำลังขับเคลื่อนอะไรบางอย่าง ให้เรากลับมาเดินถูกทางตามที่พ่อหลวงสอนไว้ .... พออยู่ พอกิน ไม่มีใครอดอยากในประเทศสยามนี้ ...

ผมก็กำลังพยายามขับเคลื่อนเต็มกำลังของตนเองเช่นกัน....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการทำงานการศึกษาทั่วไป



ความเห็น (0)