ประชุมถอดบทเรียนการทำงานเพื่อป้องกันการเกิด Preterm (คลอดก่อนกำหนด) จากพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานสำเร็จ (Best Practice) คือ เครือข่ายจังหวัดลพบุรีและสิงห์บุรี
จากการได้ฟังเรื่องเล่าจากทั้ง อสม.แม่นม ซึ่งถือว่าเป็น Key Success factor ในการขับเคลื่อนงานของจังหวัดลพบุรีต่างผลัดกันเล่าเรื่องจากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ โดยมีบุคลากรสาธารณสุขทำหน้าที่เสมือนเป็น Coaching และ Monitoring สกัดเนื้อหาออกได้อาทิเช่น
ลพบุรี (บางขันหมากตำบลนำร่อง)
"ไม่น่ายากน่าจะทำได้ หลังจากไปดูที่หนองหารโมเดล"
ตั้งทีมแม่นม บางขันหมาก เป็นที่ปรึกษา พี่เลี้ยงหญิงตั้งครรภ์
- พยาบาล+อสม. ไปเยี่ยมคู่กัน
- เตรียมความรู้
- ก่อนเยี่ยมวางแผน หลังจากได้รับข้อมูลจาก รพ.
- แม่นมค้นหาหญิงตั้งครรภ์เชิงรุก
- ค้นหาความเสี่ยง มองทุกรายเป็นเคสเสี่ยงก่อนกำหนด
- ประเมินความรู้และเพิ่มเติมความรู้
- สามีและญาติต้องรับทราบแนวทางการปฏิบัติ
- ทำสัญญาร่วมกันว่าจะไม่คลอดก่อนกำหนด
- ดึงภาคีเครือข่ายมามีส่วนร่วม เช่น อบต. อปท. 1669 ร่วมวางแผนการส่งต่อ
- สามอาการเตือน ท้องปั่นแข็ง น้ำเดิม มูกเลือด
- เน้นการให้ความรู้เรื่อง "ความเสี่ยง"
- ใช้กลุ่มไลน์ สื่อสาร และการส่งต่อข้อมูล
เพิ่มเติมนิยาม "แม่นม" ตามการรับรู้ของ อสม.
"แม่นม" หมายถึง คนที่ดูแลเด็ก เป็นที่หญิงตั้งครรภ์ไว้ใจมากที่สุด เป็นพี่เลี้ยง
ดูแลหญิงตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอด
- บทบาท ไม่ขึ้นกับประสบการณ์การตั้งครรภ์ไม่มีผลต่อการทำหน้าที่ของแม่นม
- วางแผนศักยภาพ แม่นม ทั้งอำเภอ
- การใช้คำว่า "แม่นม" ช่วยสร้างความรู้สึกได้รับการดูแลพิเศษ
- การมีนโยบายทำให้การทำงานมีเป้าหมาย
ผลลัพธ์
- ไม่พบเคสก่อนกำหนด
- เคสที่พบ คลอดก่อนกำหนด
- ขยายเครือข่ายในทุกตำบลของอำเภอเมือง
- การทำงานเป็นทีมโดยมีผู้นำชุมชน
- มี อสม.แม่นมทำให้การทำงานง่านขึ้น
- การทำงาน LEAN
- มีบัดดี้ทำงานคู่กัน อสม.แม่นมและ อสม.พัฒนาการ
ปัญหาอุปสรรคและการแข้ไข
- ภาระงานเยอะ ถ้าทำงานไม่มีทีม ไม่ได้มี อสม.แม่นมชัดเจนจะเหนื่อยมาก
- บุคลากรทำงาน Routine ไปเรื่อยๆ
- ทำงานไปสู่เป้าหมาย/ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
- การนัดเยี่ยม ไม่สามารถไปตามนัดเยี่ยมได้
- ครอบครัวไม่เข้าใจในการทำงานของ อสม.
ความรู้สึก
- ปลื้ม ภูมิใจ "
- เรียนรู้เรื่องการตั้งครรภ์ไปพร้อมกับหญิงตั้งครรภ์
- การเข้าถึงระบบการดูแล
- การมี อสม.แม่นมทำให้ผลลัพธ์การทำงานครบ
- การค้นหาได้เร็วขึ้น เมื่อก่อนทำงานไปวันๆ
- ประชุมวางแผนก่อนเยี่ยม
- ถอดบทเรียน นำปัญหาที่เจอมานำสู่การพัฒนา
- ศักยภาพของ อสม. และมีใจอยากทำ
- ความไว้วางใจ
- การคัดเลือก อสม. (ไม่ทำงานประจำ, มีใจอยากทำ,อาสาสมัคร,มีมนุษยสัมพันธ์ 12 หมู่,พฤติกรรมการทำงาน)
- ทำหน้าที่แบบ Informal
- วงหนึ่งและวงสอง มีการถ่ายทอด และผลจากการทำวิจัยต้องขยายผลและต่อยอด
- หลังอบมรม และลงมือปฏิบัติ มีการกำกับติดตาม (Monitoring + Coachig)
- การติดตามการมาตรวจตามนัดแบบ real time ฝากครรภ์ 5 ครั้งตามเกรณฑ์
- คนในพื้นที่นำมาซึ่งความไว้วางใจ "เราเป็นคนพื้นที่"
- ฐานเสียงของ ปกครองท้องถิ่น อปท. อบต 1669
- การเฝ้าระวังความเสี่ยง
- อสม.โน้มน้าวการทำงานระหว่างกัน
พัฒนาต่อ
- ขยายผลบทบาท อสม.รับผิดชอบหน้าที่เฉพาะกลุ่มโรค/งาน
บทสรุป
- ค้นหาคัดเลือกแม่นม
- เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพแม่นม
- วางแผนก่อนลงเยี่ยมและถอดบทเรียนทุกครั้ง
- อสม.คือผู้เชื่อมรอยต่อ "รูปแบบการทำงานชัดเจน
- ช่องทางด่วน Fast track การส่งต่อและใช้ไลน์สื่อสาร
- บุคคลากรทำหน้าที่เป็น Coaching และ Monitoring
ส่วนกรณีของสิงห์บุรี
เริ่มจากการค้นหา
- อสม.
- ปักหมุด
- ส่งต่อข้อมูลภายในเครือข่ายจังหวัด
การเยี่ยม
- แพทย์จะออกไปเยี่ยมด้วย
- มีแบบฟอร์มการเยี่ยม 5 ครั้ง และ 8 ครั้งสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง
- ใช้ปิงปองเจ็ดสี มาเป็นการแบ่งกลุ่ม
ทำงานร่วมกับ อบต เป็นทีมทำงานร่วมกันชัดเจน
- กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
- กลุ่มเด็กหลังคลอด
- กลุ่ม 2000 วันตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
- PCC : Primary Care Custer
สนับสนุนทางบริหารจาก สสจ.
- การเชื่อมเครือข่าย
- Monitoring/กระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
- การเสนองานแม่และเด็กนำเข้า กวป.
- การบริหารจัดการ
- รับนโยบายถ่ายทอดนโยบาย
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
- ผู้บริหารระดับจังหวัดให้ความสำคัญ
- กลมกลืนกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ภาคปกครองท้องถิ่น สาธารณสุข กรมการจังหวัด อนุกรรมการปฐมวัย 4 กระทรวงหลัก (พมจ. สาสุข การศึกษา ปกครองท้องถิ่น
- การค้นหาต้นแบบและนำไปสู่การขยายผลพื้นที่อื่น
- การเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้
- การบริหารจัดการเชื่อมรอยต่อเชิงระบบ
- การประสานงานเชิงระบบทั้งแนวราบและแนวดิ่ง
- มีการ Mormitoring ในภาพรวม
- การใช้ข้อมูลมาเป็นฐานในการกำกับงาน
- การทำงานเป็นทีม
- การทำงานใช้ทุนทางสังคม



