10 กลยุทธ์ทางการตลาด

10 กลยุทธ์ทางการตลาด

โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย  ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

            กลยุทธ์ทางการตลาด หมายถึงกลวิธี แผนการหรือแนวทางที่ถูกวางไว้เพื่อกำหนดการสร้าง สินค้า ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ในการที่จะใช้ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์ทางการตลาดมีความสำคัญมากในการทำการตลาดสมัยใหม่

                สำหรับบทความฉบับนี้ เราจะมาพูดถึง กลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความสำคัญ  9 กลยุทธ์ด้วยกันมีดังนี้

                1.Celebrity Marketing (เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติง) คือ การนำบุคคล คนดัง คนมีชื่อเสียง เช่น ดารา นักร้อง นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน นักกีฬาชื่อดัง มาช่วยในการทำการตลาด เพราะบุคคล คนดัง มักจะเป็นที่รู้จักของสาธารณชนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเสียเวลาในการแนะนำตัว อีกทั้ง บุคคล คนดัง มักจะมีแฟนคลับหรือคนที่ติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนมาก

                2.Attraction  Marketing เป็นการตลาดที่ดึงความสนใจของผู้บริโภค ของผู้มุ่งหวัง ให้มาขอซื้อสินค้าหรือมาขอทำธุรกิจเครือข่ายกับเรา โดยที่เราไม่ต้องไปเสนอขอให้เขามาทำธุรกิจเครือข่ายหรือซื้อสินค้าจากเรา ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดเดิมๆ ที่ต้องไปเสนอขายสินค้าหรือนำเสนอขายธุรกิจเครือข่าย ซึ่งทำให้เกิดความน่าเบื่อหน่าย ความน่ารำคาญ จากลูกค้าหรือผู้มุ่งหวัง จากพฤติกรรมการตามตื้อ ตามง้อของเรา

                3. Marketing Mindset คือความคิด ความเชื่อ ทางการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมต่อการกระทำของบุคคลนั้นๆซึ่งความคิด  ความเชื่อ Mindset ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน Mindset จึงเหมือนกับแบบแปลนบ้าน ก่อนที่จะสร้างบ้าน เราควรมีแบบแปลนบ้านเสียก่อน ไม่ใช้คิดจะปลูกบ้าน สร้างบ้าน ก็สร้างเลย ถ้าทำเช่นนี้ อาจจะทำให้เกิดการผิดพลาดในการก่อสร้างได้ แล้วผลที่ตามมาก็คือ ต้องเสียเวลา เสียเงินทอง ในการแก้ไข ปรับปรุง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของตนเอง แต่ถ้าเรามีแบบแปลนบ้าน เราก็จะสร้างบ้านได้ตามแผนหรือแบบแปลน ทำให้ไม่เสียเวลา ไม่เสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

                4. Viral Marketing (ไวรอล มาเก็ตติ้ง) หรือ การตลาดแบบไวรัส เป็นคำตอบในการใช้ทำการตลาดกับสื่อที่ทันสมัยเหล่านี้ ซึ่งการใช้ Viral Marketing ในการทำการตลาดจะทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น และสามารถขายผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการ ได้ง่ายขึ้น Viral Marketing ถ้าหากเปรียบแล้วจะเหมือนกับการแพร่ไวรัสไปอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยการบอกต่อ ปากต่อปาก หรือที่เรียกว่า Word-of-Mouth (WOM)

                5.Digitalmarketing Communication คือ การสื่อสารในการทำการตลาดบนโลก Online ซึ่งต้องอาศัย Internet โดยผ่านเครื่องมือหรือ Technology ที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือสมาร์ทโฟน และต้องอาศัยการสื่อสารผ่านช่องทาง Social Network คือ Blog หรือ บล็อก  ,ไมโครบล็อก (Microblog) เป็นเว็บไซต์ขนาดเล็ก, โซเชียลเน็ตเวิร์คเว็บไซต์ (Facebook, Linkedin, Myspace, Hi5 ) ,  เว็บโซเชียลบุ๊คมาร์ค (Bookmark Social Site) รวมถึง Youtube , INSTAGRAM ,GOOGLE,FLICKR  เป็นต้น ในการสื่อสารผ่านโลก Online ต้องอาศัยความคิดที่สร้างสรรค์ การสื่อสารที่ชักจูงหรือจูงใจให้ลูกค้ามาชอบตัวเรา ชอบบริษัทเรา ชอบสินค้าเรา ชอบบริการของเรา

                6. Customer Relationship Management (CRM) หมายถึง วิธีการต่างๆ ที่เราจะนำเอาไปใช้ในการบริหารลูกค้าให้เกิดความรู้สึกที่ดี มีความผูกพันธ์กับสินค้า ,บริการ หรือหน่วยงานของเรา เมื่อลูกค้ามีความผูกพันธ์ในทางที่ดี ชอบเรา รักเรา แล้วลูกค้าคนนั้นก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าหรือบริการอื่น ในขณะเดียวกันก็จะเกิดการบอกต่อไปยังเพื่อนๆ จึงทำให้เรามีฐานลูกค้าที่มั่้นคงและเพิ่มขึ้น

                7. Brand Ambassador(แบรนด์ แอมบาสเดอร์) หากเปรียบเทียบแล้ว ก็เหมือนกับเป็นตัวแทนของบริษัทซึ่งมีการว่าจ้างหรือบางบริษัทอาจจะไม่มีการว่าจ้างแต่จะใช้เจ้าของบริษัทเป็นตัวแทนของบริษัทหรือบางบริษัทอาจจะใช้ ดารา นักแสดง นักกีฬา นักร้อง  โดยจะมีการทำกิจกรรมของบริษัทผ่าน Brand Ambassador(แบรนด์ แอมบาสเดอร์)

                8. Marketing Mix หรือส่วนผสมทางการตลาด คือ

1.สินค้า(Product) การทำการตลาดใดๆ จะต้องมีสินค้า มีบริการ ที่จะนำเสนอก่อน ซึ่งสินค้า บริการ นั้นอาจมีชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้

2.ราคา(Price) การตั้งราคามีความสำคัญไม่ใช่น้อยในการทำการตลาด เพราะถ้าตั้งราคาสูง แต่ตัวของสินค้ามีคุณภาพต่ำ ลูกค้าก็จะคิดว่าสินค้ามีราคาแพง แต่ตรงกันข้ามถ้าสินค้ามีคุณภาพดีมาก ถึงแม้ตั้งราคาสูง ลูกค้าก็ยินดีจ่ายเงิน ฉะนั้น นักการตลาดควรพิจารณาถึงราคาของสินค้ากับคุณภาพ พร้อมทั้งต้นทุนของสินค้าไปพร้อมๆกัน

3.ช่องทางการจัดจำหน่าย(Place) ต้องคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ในการส่งถึงมือของลูกค้า และคำนึงถึงประเภทของสินค้าและบริการ

4.การส่งเสริมการตลาด(Promotion) การสื่อสารทางการตลาด นักการตลาดจะต้องคำนึงถึง สารที่จะส่ง คำนึงถึง สื่อที่จะใช้ในการส่ง รวมถึงเทคโนโลยี ต่างๆที่จะใช้ในการสื่อสารถึงลูกค้า

                9.Marketing Environment หรือ สิ่งแวดล้อมทางด้านการตลาด มีความสำคัญมาก เพราะการศึกษาสิ่งแวดล้อมทางด้านการตลาดจะทำให้เราได้รู้ถึง สถานการณ์ต่างๆในการแข่งขัน  ยิ่งถ้าเรามีข้อมูลของผู้แข่งขันมาก  ถ้าเรารู้ถึงสภาพเศราฐกิจของโลกของประเทศมาก ก็จะยิ่งทำให้เราประเมินสถานการณ์ต่างๆได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น และจะทำให้เราตัดสินใจในการทำการตลาดและทำธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

                10. Brand หรือ แบรนด์ คือ คำตอบ  เมื่อกล่าวถึง Chevrolet(เชฟโรเลต) มีน้อยคนนักที่จะไม่ทราบว่าคือรถยนต์ ,เมื่อกล่าวถึง STARBUCKS (สตาร์บัคส์) มีน้อยคนที่จะไม่รู้จักว่าคือร้านกาแฟที่ทันสมัย,เมื่อกล่าวถึง GOODYEAR(กู้ดเยียร์)มีน้อยคนนักที่ไม่รู้จักว่าเป็นยางรถยนต์อันดับ 1 , เมื่อกล่าวถึง ROLEX (โรเล็กซ์) มีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักว่าคือนาฬิการาคาแพง ,เมื่อกล่าวถึง XEROX (ซีร็อกซ์) มีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักว่าคือเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น

                ดังนั้น Brand หรือ แบรนด์ จึงเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารความเป็นตัวตนของผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังมีส่วนสร้างความรู้สึก ความประทับใจภายในจิตใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนั้น ๆ ซึ่งลูกค้าอาจจะรับรู้ผ่านการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ ประสบการณ์การใช้สินค้า ภาพลักษณ์ขององค์กร

                สุดทางนี้ อยากฝากทั้งผู้อ่านว่า กลยุทธ์ทางด้านการตลาดมีมากมาย แต่นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จเขามักจะเลือกใช้เครื่องมือหรือกลยุทธ์อย่างมีศิลปะหรือการประยุกต์ใช้ที่เข้ากับสถานการณ์ เพราะ กลยุทธ์ทางการตลาดหนึ่งอาจจะใช้แล้วประสบความสำเร็จในสถานการณ์หนึ่ง แต่เวลาผ่านไปหากนำเอากลยุทธ์เดิมมาใช้ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพูด การบริหาร



ความเห็น (0)

คำสำคัญ (Tags)

#นักพูด

หมายเลขบันทึก

661665

เขียน

15 May 2019 @ 08:55
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก