
[review] รีวิว pet sematary (1989) กลับจากป่าช้า ภาพยนตร์สยองขวัญสร้างจากวรรณกรรมขายดีของ Stephen King
หนังเล่าเรื่อง ป่าช้าที่ถ้าใครนำสัตว์มาฝั่งแล้วภายในสามวันจะกลับฝื้นคืนชีพได้ ว่ากันว่ามีซาตานสิงสถิตย์อยู่ ครอบครัวหลุยส์ ครีด ย้ายบ้านมาอยู่ในชนบทแห่งหนึ่ง ที่ป่าหลังบ้านมีทางเดินไปสุสานฝังสัตว์ ครอบครัวเขามีด้วยกัน 4 คนคือพ่อแม่พี่สาวและน้องชาย มีสัตว์เลี้ยงคือแมว 1 ตัว เนื่องจากลูกสาวของเขารักแมวที่เลี้ยงมาก มีวันหนึ่งภรรยาและลูกทั้งสองต้องเดินทางไปต่างเมือง เขาต้องอยู่บ้านคนเดียว แต่โชคร้ายแมวที่ลูกสาวเขารักเสียชีวิต ใช้ที่อยู่ข้างบ้านจึงแนะนำเขาว่าสื่อสารในป่าหลังบ้านของเขาเองนั้นมีเรื่องเล่าว่าหากใครนำศพไปฝังเอาไว้จะฟื้นคืนชีพและกลับมาได้ เขาจึงนำแมวไปฝัง แต่เมื่อแมวกลับมาแล้วกลับไม่เหมือนเดิมมีความโหดร้ายคลุมข้างราวกับถูกปีศาจสิง จากนั้นลูกคนเล็กของเขาต้องประสบอุบัติเหตุรถชนเขาทำใจไม่ได้จึงนำศพลูกของเขาไปฝังที่สุสานแห่งนั้น และแล้วโศกนาฏกรรมและความเสี่ยงของขวัญจึงเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา
pet sematary หากเรามาดูในเวลาปัจจุบัน 2019 ซึ่งใช้เวลาจากปีที่ฉายในครั้งแรกคือ 30 ปี แน่นอนว่าเราดูแล้วอาจจะรู้สึกว่ามีความน่ากลัวไม่เท่าที่ควรจะเป็นแต่ถ้าหากเรามองย้อนกลับไปใน 30 ปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีความน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง แมวที่กลับมาจากนรกนั้นเรียกได้ว่าเป็นแนวสยองขวัญเลยทีเดียว
ในหนังมีผีออกมาเกี่ยวพันกับตัวละครหลัก 2 ตน ใช้ 1 และหญิง 1 ผีจะเป็นเพศชายนั้นไม่ค่อยน่ากลัวนะแต่ผีที่เป็นเพศหญิงนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างดี จังหวะหลอกหลอนทำได้ค่อนข้างดี แต่ตัวละครสำคัญมากที่กลับมาจากสุสานอีก 2 ตัวละคร ในภายหลังทำได้น่ากลัวเลย
มีส่วนที่ทำให้เราหงุดหงิดอยู่จุดหนึ่งคือพฤติกรรมของตัวละครเอกของเรื่องคือหมอ หลุยส์ ครีด ที่รู้ทั้งรู้ว่าหากทำบางสิ่งบางอย่างไปแล้วจะเกิดผลเสียเป็นอย่างมากเขาก็ยังทำและยังทำผิดซ้ำซาก ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าในบทประพันธ์นั้นจะเล่าถึงพฤติกรรมของหมอไว้แบบนี้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายมีบทสรุปเที่ยวเกี่ยวกับพฤติกรรมของหมอคนนี้ รวมถึงอธิบายเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเขาถึงทำ ก็นับว่าไม่แขวนคนดูเอาไว้
เอาเข้าจริงๆแล้วปรัชญาที่สำคัญของเรื่องน่าจะเป็นการพูดถึง "มรณานุสติ" ในภาพยนตร์พูดเอาไว้ถึง 2 ระดับ ระดับที่เป็นเด็ก ก็คือหนังพูดถึงเรื่องลูกสาวคนโตที่เธอเลี้ยงแมวไว้ เธอเป็นคนรักแมวมาก แม้ขณะเดินทางไปต่างเมืองก็ยังให้พ่อของเธอดูแลแมวให้ดี เธอไม่สามารถทนจากการพลัดพรากแมวไปได้ และเมื่อเธอได้รับรู้เรื่องสุสานสัตว์ เธอก็มักจะฝันว่าพ่อของเธอนำร่างแมวที่เธอเลี้ยงไปฝังไว้ เชื่อว่าสตีเฟน คิง เขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการสอนเด็กให้รู้จักการทำใจจากการพลัดพราก ให้รู้จักการสูญเสีย ให้รู้จักการเตรียมตัวเตรียมใจเมื่อคนรักญาติมิตรสหายที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร อีกระดับหนึ่งคือระดับผู้ใหญ่ สตีเฟนคิงเขียนให้ผู้ดำเนินเรื่องเป็นถึงนายแพทย์ที่มีการศึกษาดีมีความรู้ดีแม้เขาจะทำงานเป็นแพทย์และเห็นความตายมามากมาย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อความตายเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของเขา เขากลับไม่สามารถทำใจได้ ทำให้เขาขาดสติแม้รู้ว่าผลจากการที่เขาตัดสินใจจะทำอะไรไปบางอย่างนั้นจะเป็นผลร้าย เขาก็เลือกที่จะทำมันเพียงให้คนรักของเขากลับมา นั่นคือเขาไม่สามารถทำใจได้เลย
ต่อจากนี้ สตีเฟ่น คิง ยังเขียนให้เห็นถึงผลเสียของการยึดมั่นถือมั่นการทำอะไรเอาแต่ใจ การมีทิฐิสูงการไม่ยอมฟังคนอื่นอีกด้วย
pet sematary ในปี 1989 จัดได้ว่ามีการสร้างบรรยากาศหลอกหลอนได้ค่อนข้างดี จังหวะจะโคนก็ทำได้ดี ถือว่าเป็นหนังสยองขวัญในแบบฉบับยุค 80-90 ชั้นนำเลยทีเดียว
7/10
วาทินศานติ์สันติ
#MovieStation #สถานีหนัง
#หนังสยองขวัญ