วิถีชีวิตและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปของคนเมืองที่ยังต้องพึ่งพาปัจจัยอาหารจากภายนอก ยังไม่นับรวมถึงการผลิตอาหารที่ตั้งอยู่บนปัจจัยเสี่ยงทั้งสภาพภูมิอาหาร และภัยพิบัติต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้ความเป็นอยู่ของคนเมืองสั่นคลอน ไม่มีความมั่นคงอีกต่อไป
เกษตรในเมือง หรือ Urban Agriculture เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และเพื่อตอบโจทย์แนวทาง “เมืองแห่งการเปลี่ยนแปลง” หรือ Transition Town ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ซึ่งสนับสนุนให้มีการสร้างแหล่งอาหารภายในชุมชน เพื่อรับมือภัยธรรมชาติและความผันผวนทางเศรษฐกิจและพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในอนาคต
Land Sharing แบ่งปันพื้นที่ แบ่งปันอาหาร แบ่งปันชีวิต อีกหนึ่งโมเดลของโครงการสวนผักคนเมืองในการส่งเสริมเกษตรในเมืองเพื่อสร้างพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน ด้วยการให้เครือข่ายและผู้สนใจเปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้กลายเป็นแปลงเกษตรกรรม ผลิตอาหารปลอดภัยสำหรับตนเองและแบ่งปันให้ชุมชน
ที่ ร.ร.เล็กโกเมศอนุสรณ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้เปลี่ยนที่ดินรกร้างใต้แนวเสาไฟฟ้าแรงสูง เนื้อที่ 124 ตร.ว. มาทำแปลงผักขนาด 1X2 ม. จัดสรรให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองได้มาใช้ประโยชน์ ด้วยแนวคิด “ปลูก ปัน กิน”
“ตอนแรกที่ตรงนี้มีแต่เศษอิฐ เศษปูนที่พวกก่อสร้างเอามาทิ้งไว้ เราก็ช่วยกันปัดเก็บให้เรียบร้อย” ดร.อมรา ปฐภิษโญบูรณ์ ผอ.ร.ร.เล็กโกเมศอนุสรณ์ บอกถึงสภาพพื้นที่ก่อนเริ่มดำเนินการ หลังจากนั้นพบปัญหาต่อมา คือ ดินเสื่อมสภาพ แข็ง จนไม่น่าจะปลูกอะไรขึ้นได้ จึงได้บอกถึงการแก้ปัญหาว่า
เราจัดการห่มดิน คือ เอาฟางข้าวมาปกคลุมดินไว้ให้กลายเป็นปุ๋ยและสร้างความชุ่มชื้นให้กับดิน ขี้วัว ปุ๋ยใบไม้หอบใส่ ทิ้งไว้ระยะหนึ่ง พอดินเริ่มกลับมามีสภาพดีขึ้นก็จัดสรรปันออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พืชหวังผล พืชหวังยา พืชไร่ และแปลงผัก
แปลงผักถูกแบ่งออกเป็นจำนวน 25 แปลง สำหรับเด็ก19 และของผู้ปกครองจำนวน 6 แปลง และความพิเศษของการจัดสรรพื้นที่ตรงนี้ คือ การดีไซน์แปลงผักทั้งหมดเป็นวงกลมเพื่อให้สามารถดูแลแปลงผักขนาด 1X2 ตร.ม.ได้ง่ายและทั่วถึง
ทุกวันเด็กจะต้องมาช่วยกันปลูกและดูแลผลผลิตของตัวเองเพื่อนำไปเป็นอาหารกลางวัน ส่วนหนึ่งก็เอากลับไปรับประทานที่บ้าน ในส่วนแปลงที่จัดสรรหรือ “แชร์” ให้ผู้ปกครองจำนวน 6 แปลงนั้น ทาง ร.ร.จะเก็บค่าเช่าเดือนละ 650 บาท
“นอกจากจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้เด็กทานผักแล้ว ยังเป็นห้องเรียนธรรมชาติให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ และวิธีการที่จะทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนี้อยู่ได้นาน นั่น คือ การแบ่งปันพื้นที่ให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม เพราะโรงเรียนเป็นส่วนหนี่งของชุมชน” ผอ.ร.ร.เล็กโกเมศอนสรณ์ กล่าว
ด้าน น.ส.สุอาภา อนุโต ครูผู้รับผิดชอบ เผยถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กว่า เด็กแต่ละห้องจะมีแปลงผักเป็นของตัวเอง ต้องแบ่งเวรกันมาทำ ตั้งแต่การปลูก การดูแล การรดน้ำ และเก็บ จากที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อนก็ได้มาลองทำกันแรกๆ ผักอาจจะไม่สวยงาม แต่พอทุกอย่างเข้าที่ ตอนนี้ผักงอกงามดี เด็กก็ได้รักการปลูกด้วย ตอนเช้าก่อนเข้าแถวก็รีบมารดน้ำโดยไม่ต้องมีใครมาบอกด้วย
ขณะที่นายสุวรรณ โกวิทวงศา ผู้ปกครองที่มาใช้ประโยชน์แปลงผักดังกล่าว บอกว่า เด็กมาอยู่แบบนี้ได้เห็นการกระบวนการเรียนรู้การปลูกผัก ได้เห็นคุณค่าและเกิดความคุ้นชิน จะช่วยให้กินผักได้
ส่วนแนวคิดการเปลี่ยนพื้นที่รกร้างในเมืองมาทำเกษตรนั้น ผู้ปกครองคนดังกล่าว ให้ความเห็นว่า การปลูกผักมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ต้องอาศัยความสนใจของคนแต่ละคน ต่อให้เรามีพื้นที่แต่ถ้าไม่ตื่นตัวก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้าคนสนใจ แล้วรวมกลุ่มกันทำอย่างจริงจัง คนอื่นที่เห็นว่ามีประโยชน์ก็จะสามารถดึงคนมาร่วมกันได้
ปัจจุบันเราจะเห็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาสนใจทำเกษตรกันมากขึ้น เช่น เดียวกับ “ค่ายอาสาพัฒนาชนบทกลุ่มเสรีชน ม.รามคำแหง” ได้เปลี่ยนความฝันมาเป็นความจริง ด้วยการใช้พื้นที่ย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในการทำเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะ อาชีพให้กับสมาชิก และเป็นรายได้เสริมลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกในการขับเคลื่อนกิจกรรมกลุ่ม
พิเชษฐ์ หนูมาก รุ่นพี่ค่ายอาสาพัฒนาชนบทกลุ่มเสรีชน เล่าถึงความเป็นมา ว่า จากการที่เราออกค่ายพบเจอวิถีชีวิตที่หลากหลาย เราชื่นชอบเกษตรกรรมและมี่ความฝันอยากจะทำ และเชื่อว่าความมั่นคงทางอาหารขะเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต แม้เราจะได้ชื่อว่าเป็นลูกเกษตรกรแต่ไม่เคยทำ ไม่มีความรู้ในการทำเกษตรมาก่อนเลย เราไปดูงานกลับมาก็จบไป ไม่ได้มาทำจริงๆ จังงๆ เพราะเราไม่มีแปลงสาธิตเป็นของตัวเอง
กระทั่งมีโครงการของ “สวนผักคนเมือง” จึงเป็นโอกาสของเราในการที่จะมีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นของตัวเอง จึงตระเวนหาที่ว่างตามชานเมือง จนมาได้ที่ดินย่านคลอง 6 เนื้อที่กว่า 30 ไร่ ขอเช่าพื้นที่ปีละ 60,000 บาท
เมื่อได้ที่ดินแล้วทางกลุ่มไม่รีรอ รับช่วยกันปรับพื้นที่ทำแปลงผักขึ้นใหม่ ทำคอกเลี้ยงหมู เล้าเป็ด-ไก่ ในส่วนของกล้วย มะม่วง ไผ่ มะนาว และบ่อปลาที่มีอยู่เดิมก็ไปดูแลเพิ่มเติม
ไม่ง่ายอย่างที่คิด ครั้งแรกก็ล้มเหลว เมื่อผักชุดแรกทุกคนช่วยกันปลูกแคะแกรน ไม่งอกงามอย่างที่วาดฝัน
พิเชษฐ์ บอกว่า เรามีความรู้คิดแค่ว่า หวานเมล็ดแล้วรดน้ำผักก็จะงอกออกมาให้กิน แต่มันไม่ใช่เลย ครั้งแรกที่ผลลผลิตออกมาคือ กินไม่ได้ ต้นเล็กลีบแกรน ขึ้นเปนหย่อมๆ จึงได้ปรึกษาทางโครงการ ทำให้รู้ว่า ต้องมีการเตรียมดิน มีการให้ปุ๋ย มีการดูแลและบำรุงอย่างไร จึงได้เอามาปรับปรุงและแก้ไข จนดีขึ้นในปัจจุบัน
ผลผลิตของทางสวนเกษตรเสรีชนส่วนหนึ่งคือการบริโภคในกลุ่ม และอีกส่วนจะกระจายไปสู่ผู้บริโภคที่เป็นพี่น้องย่านรามคำแหง และเริ่มมีพรีออเดอร์จากสวนผักคนเมืองบ้างแล้ว
สวนเกษตรเสรีชนจะช่วยกระตุ้นให้คนหันสนใจการปลูกผักไว้กินเองได้หรือไม่นั้น นายพิเชษฐ์ บอกว่า เดี๋ยวนี้คนรักสุขภาพมากขึ้น ก็น่าจะมีคนสนใจกันมากขึ้น บางคนคิดว่าซื้อกินได้ แต่หลายคนเริ่มตระหนักโดยเฉพาะความปลอดภัยจากสารเคมี เขาก็จะไขว่คว้าและเรียนรู้ในกการผลิตผักปลอดสารไว้กินเอง
สันติภาพ พูลจันทร์ นักศึกษา ม.รามคำแหง กล่าวว่า ความรู้เรื่องเกษตรเรามีน้อยมาก พื้นฐานอย่างเดียว คือ มีพ่อแม่เป็นเกษตรกร แต่เราก็ตั้งใจกันทำศึกษาหาความรู้ ลองผิดลองถูกกันไป ไม่ย่อท้อ ใครว่างก็มาช่วยกันดูแล รดน้ำผัก ให้อาหารสัตว์
เดี๋ยวนี้ผักในตลาดมีแต่สารพิษ แต่ถ้าเราปลูกเองก็จะได้ผักที่สะอาดและปลอดภัย
พื้นที่รกร้างว่างเปล่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอีกเป็นจำนวนมาก หากครึ่งหนึ่งถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเช่นที่ ร.ร.เล็กโกเมศอนุสรณ์ และสวนเกษตรเสรีชน คนเมืองกรุงก็น่าจะมีคลังอาหารขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความมั่นทางอาหาร และพร้อมที่จะก้าวสู่“เมืองแห่งการเปลี่ยนแปลง” ในอนาคต