การรณรงค์ลดบริโภคหวาน เพื่อป้องกันโรคอ้วนและฟันผุในกลุ่มเด็ก ไม่ว่าจะใช้วิธีหรือกระบวนการใดไม่สำคัญ เพราะท้ายสุดแล้วผลลัพธ์คือตัวชี้วัดความสำเร็จ อย่างเช่น ศพด.บ้านบุ่งคล้า ที่เลือกใช้การจัดการทุกอย่าง พร้อมทั้งการสอดแทรกความรู้ผ่านสื่อภูมิปัญญาของผู้สูงอายุบ้านบุ่งคล้า เป็นความแปลกใหม่และน่าสนใจ ซึ่งได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

ภายในกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังขะมักเขม้นรังสรรค์สิ่งประดิษฐ์ โดยมีเด็กๆ ล้อมรอบ

        “ถ้าอยากได้อีก ยายจะทำให้ แล้วอย่าไปกินขนม กินน้ำอัดลมอีกนะ” ถ้อยคำสัญญาของคุณยาย ระหว่างที่ถูกเด็กน้อยรบเร้าอยากได้นาฬิกาของเล่นจากใบมะพร้าวที่จะให้คุณยายทำให้

                ข้างๆ กัน เด็กน้อยอีกคนก็อยากได้เช่นกัน แต่เปลี่ยนจากนาฬิกามาเป็นปลาตะเพียน คุณยายก็บอกว่า “กินขนมแล้วต้องแปรงฟันนะ เดี๋ยวยายทำให้”

                หลังคุยเสร็จคุณยายก็เร่งมือประดิษฐ์นาฬิกาของเล่นจากใบมะพร้าวเพื่อมอบให้ตามคำสัญญา โดยที่เด็กน้อยเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

                การพูดคุยระหว่างยายกับเด็กน้อยนี้ เป็นกิจกรรมที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) บ้านบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จัดขึ้นบ่อยครั้ง ด้วยการนำผู้สูงอายุมาถ่ายทอดภูมิปัญญาต่างๆ พร้อมทั้งสอดแทรกการระมัดระวังการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน น้ำอัดลม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอ้วนและฟันผุ

                น.ส.นัทธมน ป้องกัน ครูผู้ดูแล ศพด.บ้านบุ่งคล้า เล่าถึงความเป็นมากิจกรรมของคนสองวัยนี้ ว่า หลังจากพบปัญหาฟันผุเยอะมาก เพราะชอบทานแต่ขนม ซึ่งแต่ละวันพ่อแม่ ผู้ปกครองจะซื้อขนมยัดใส่กระเป๋ามาให้กิน หลังเลิกเรียนก็ต้องแวะซื้อกินอีก ซึ่งเขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ให้ลูกหลานมานั้นกินแล้วมีโทษอย่างไร

                “แล้วมันเป็นปัญหากับการเรียนการสอนมาก เพราะกว่าจะจัดการกับเด็กที่กินขนมจนเสร็จก็ต้องใช้เวลา พอเพื่อนที่มาสายหิ้วขนมเข้ามา ทุกคนก็จะกรูไปกินขนม ทำให้เสียเวลาการเรียนการสอนอีก และยังมีเด็กบางคนปวดฟันเอาแต่ร้องไห้ เรียนหรือทำกิจกรรมอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีความสุข คิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร จึงเข้าร่วมเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ด้วยการทำเป็น ศพด.อ่อนหวาน เพื่อลดการบริโภคหวานซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและฟันผุ” ครูนัทธมน เล่า

                การเป็น ศพด.อ่อนหวาน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือการทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ต่อมาคือ การปลอดขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน น้ำอัดลม ในโรงเรียน ถ้ากินเวลาอยู่ที่บ้านก็ให้รีบแปรงฟัน อาหารกลางวันต้องครบ 5 หมู่ ไม่ใส่เครื่องปรุง รสจืด ไม่หวาน ไม่เค็ม จัดอาหารว่างเป็นผลไม้แทนขนมหวานในทุกๆ วัน

                อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะเป็นห่วงลูกหลานกลัวไม่ได้กินอะไร จึงให้เงินติดตัวเพื่อซื้อขนม แต่เมื่อทางศพด.บ้านบุ่งคล้า ปรับเป็น “ศพด.อ่อนหวาน” จึงชักชวนให้ผู้ปกครองและเด็กๆ เปลี่ยนค่าขนมมาเป็นเงินออม ซึ่งครูนัทธมน บอกว่า เด็กจะได้เกิดแรงกระตุ้นและมีเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียนเมื่อโตขึ้นระดับชั้นอนุบาล

                พร้อมๆ กันนั้น ศพด.บ้านบุ่งคล้ายังจัดกิจกรรม “ผู้สูงวัยใส่ใจลูกหลาน” โดยได้รับความร่วมมือจากชมรมผู้สูงอายุบ้านบุ่งคล้าในการเข้ามาทำกิจกรรมภายใน ศพด.ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาต่างๆ เช่น การประดิษฐ์สื่อภูมิปัญญา เป็นของเล่นจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กล้วย ใบเตย ก้านมะพร้าว การปั้นดินเหนียว การทำอาหาร เด็กๆ ได้ทำได้เห็นก็จะมีความสนใจ ขณะที่ผู้สูงอายุก็จะใช้จังหวะคอยสอดแทรกสอนเรื่องการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ และของไม่ดี รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังการกิน มีการพลิกแพลงแล้วแต่กิจกรรม

                “แต่ใจความสำคัญ คือ การลดหวาน บางครั้งเราก็นำผู้สูงอายุมาเป็นตัวอย่างให้เด็กๆ เห็น เช่น ถ้าไม่อยากฟันหลอเหมือนคุณยายก็ห้ามกินขนม เป็นต้น” ครูนัทธมน กล่าวและชี้ว่า ตอนนี้ผู้ปกครองใส่ใจลูกหลานมากขึ้น มีความตระหนักถึงปัญหา และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทางศพด.จะรายงานผลสุขภาพในช่องปากและสุขภาพร่างกายให้ทราบเป็นระยะ และจากการรณรงค์อย่างจริงจัง ทำให้อัตราเด็กฟันผุมีจำนวนลดลงเป็นที่น่าพอใจ

                ขณะที่ นายสัมฤทธิ์ สงวนนาม ประธานชมรมผู้สูงอายุบ้านบุ่งคล้า เปิดเผยถึงการเข้ามามีส่วนร่วมกับ ศพด. ว่า ผลดีที่เกิดขึ้นกับเด็กคือจะได้เห็นตัวอย่างที่ดีจากผู้สูงอายุ ความรัก ความอบอุ่น จะทำให้เขาเป็นคนอ่อนโยน มีจิตใจดีงาม ส่วนผู้สูงอายุเองก็ได้มาคลายเครียด มาเล่นกับเด็กๆ โดยเฉพาะวัยไร้เดียงสา ยิ่งน่ารัก สุขภาพจิตก็จะดี เพราะถ้าอยู่แต่บ้านไม่ออกมาสังคมก็จะเหงา และเวลาผู้สูงอายุได้มาอยู่ด้วยกันก็จะมีความสุข สนุก

                “ธรรมชาติของผู้สูงอายุเขาอยากมาเล่นกับเด็กอยู่แล้ว ถ้ามีกิจกรรม มีอะไรให้เขาทำร่วมกัน เรายินดีที่จะเข้ามาช่วยเพื่ออนาคตของลูกหลานเรา” นายสัมฤทธิ์ กล่าว

                การเป็น ศพด.อ่อนหวานของ ศพด.บ้านบุ่งคล้าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการขับเคลื่อนการลดบริโภคหวานในพื้นที่ อ.บุ่งคล้า ให้ได้ผล ซึ่งกลุ่มงานทันตสาธารณสุขกำลังทำงานเชิงรุกอยู่ในขณะนี้        โดย นางนุชวรา ดอนเกิดเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญการ รพ.บุ่งคล้า เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านทันตสุขภาพ ว่า จากการสำรวจพบว่า ประชากร อ.บุ่งคล้า ซึ่งมีจำนวนน้อย แต่อัตราฟันผุมีสูงมาก ซึ่งการป้องกันเป็นวิธีที่ดีสุดของการลดอัตราการเกิดฟันผุ เราไม่ได้ให้ไม่ให้กินหวาน แต่กินแล้วต้องรู้วิธีจัดการ และกินในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเราต้องทำงานเชิงรุกในทุกช่วงวัย เพราะถ้าเราป้องกันตั้งแต่แรก คนไข้ก็จะไม่ต้องมาหาเรา ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาหาก็เป็นหนักไปแล้ว

                “ทั้งนี้การควบคุมในระดับชุมชน ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ แต่อาจจะเป็นปู่ยาตายาย หรือคนดูแลเด็ก เราให้ความรู้กับกลุ่มคนที่ดูแล เช่นเดียวกับ อสม. ครูศพด. ที่ต้องมาเสริมความรู้แล้วจึงจะไปขยายต่อ ซึ่งเด็กวัย0-3 ขวบ ถือเป็นวัยที่สมองจะเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ถ้าเด็กได้รับสิ่งไม่ดี ไม่มีประโยชน์ สมองก็จะถูกสะกัดกั้นในส่วนนี้ไป ดังนั้นการทำให้เป็น ศพด.อ่อนหวาน จึงมีความสำคัญในระบบกลไกของโรงเรียน” เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญการ รพ.บุ่งคล้า กล่าว

                สำหรับหลักเกณฑ์ของ ศพด.อ่อนหวาน ได้แก่ 1.ต้องปลอดขนม 2.ปลอดน้ำอัดลม 3.ต้องปลอดขวดนม และ 4.อาหารกลางวันต้องไม่ใส่น้ำตาล ไม่หวาน เน้นผักผลไม้ทุกมื้อ

                นางนุชวรา ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน จ.บึงกาฬ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการลดหวานใน ศพด.บ้านบุ่งคล้า ด้วยว่า กิจกรรมที่ให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมถือว่าน่าสนใจ เพราะเขาได้เอาภูมิปัญญา ของเล่น นิทานมาถ่ายทอด รวมถึงเอาตัวเองมาประกอบให้เปรียบเทียบดู เพราะถ้าปล่อยให้ครูเป็นคนทำฝ่ายเดียว เราก็จะเจอแต่สื่อเดิมๆ กระบวนการเดิมๆ แต่พอมีความร่วมมือจากผู้สูงอายุ ที่เขาพร้อมาสอนหลาน เหลน จึงเป็นสื่อที่แปลกใหม่ น่าสนใจ อย่างเช่น ของเล่นซึ่งเป็นสื่อจากธรรมชาติ ช่วยเสริมและต่อยอดการทำงานของครูได้เป็นอย่างดี

                การรณรงค์ลดบริโภคหวาน เพื่อป้องกันโรคอ้วนและฟันผุในกลุ่มเด็ก ไม่ว่าจะใช้วิธีหรือกระบวนการใดไม่สำคัญ เพราะท้ายสุดแล้วผลลัพธ์คือตัวชี้วัดความสำเร็จ อย่างเช่น ศพด.บ้านบุ่งคล้า ที่เลือกใช้การจัดการทุกอย่าง พร้อมทั้งการสอดแทรกความรู้ผ่านสื่อภูมิปัญญาของผู้สูงอายุบ้านบุ่งคล้า เป็นความแปลกใหม่และน่าสนใจ ซึ่งได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ