ร่องรอย..ของความทรงจำ

2 ปี ผ่านไป ตั้งแต่ท่านมาอยู่ที่วัดธรรมบูชา พระอารามหลวงแห่งนี้ ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมของวัดมากขึ้นนะครับ จากการได้เห็น ได้สัมผัสด้วยสายตาและจิตวิญญาณของตัวเอง

.....................................

สิ่งหนึ่งครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกและเข้าใจความหมายของคำว่า "พระนักพัฒนา" และ "ข้อวัตรปฏิปทา" อันหมดจดงดงามของท่าน(เท่าที่กำลังแห่งสติและปัญญาของผม..พึงรู้และเข้าใจได้นะครับ)

......................................

คำว่าพระนักพัฒนา นั้น.. ผมวัดจาก"สิ่งจรรโลงใจ"ที่ผมได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส ครับ... สิ่งจรรโลงใจเหล่านี้.. ส่งผลได้ถึงใจของเราเลยนะครับ เมื่อเราพบสิ่งใด เห็นสิ่งใดแล้ว..ใจของเรานั้น "รู้สึกเย็นและเป็นสุข" ...ตรงนี้แหละครับที่ผมมอง... ซึ่งนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งก็ได้นะครับ ใน"หัวใจของพระพุทธศาสนา"

........................................


หัวใจของพระพุทธศาสนา นั้น...

ผมอาจจะไม่ลึกซึ้งมากพอที่จะเข้าใจความหมายได้อย่างถ่องแท้ 

แต่สิ่งหนึ่งครับ.. ที่ผมคิด สิ่งนั้นก็คือ "หากหัวใจของเราใฝ่ดีแล้ว.. การได้คิดถึงแต่สิ่งดี ๆ สิ่งที่เป็นกุศล.. ใจของเรานั้นจะน้อมนำ พาเราไปบนเส้นทางของการได้ลงมือกระทำและปฏิบัติในสิ่งดี ๆ ที่หัวใจของเราต้องการ” ครับ

..........................................

และด้วยความเมตตาของท่านนี้เอง...

ที่ทำให้ผมได้เห็น..ได้เข้าใจคำว่า"ข้อวัตรปฏิปทา” ซึ่งท่านได้ทิ้งร่องรอยในบางสิ่งบางอย่างที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้

ไว้ในบันทึกฉบับนี้ของผม (โลกทัศน์ของผม.. ผมอาจมองได้ไม่กว้างนักในสายตาของผู้รู้
..........................................

ถาวรวัตถุที่ถูกสร้าง ถูกต่อเติมและซ่อมแซม หลายต่อหลายอย่าง ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นประโยชน์ต่อสังคม และผู้คนโดยส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำใหม่ที่สร้างและปรับปรุงขึ้นภายในวัด มองดูสะอาดตา เปิดกว้าง (ไม่ล๊อคกุญแจ) ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้อย่างสนิทใจ(แอบเตือนสติตัวเองเล็ก ๆครับว่า..ห้องน้ำสะอาด ใจของเรานั้นต้องสะอาดตามด้วย ใครที่เขาเข้ามาใช้บริการต่อจากเรา..เขาจะได้ทำเหมือนอย่างที่เราทำ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้กับวัด( คิดแล้วกลัวบาปขึ้นมาจับใจครับ.. หากต้องมาเพิ่มภาระให้กับวัดอีก..) ผมไม่เห็นตู้บริจาคหรือสิ่งอื่นใดเลยที่ติดไว้หน้าห้องน้ำเพื่อบอกว่า “เชิญทำบุญค่าบริการห้องน้ำ”

.........................................

หรือแม้กระทั่งฌาปนสถานของวัดที่ถูกบูรณะใหม่ มองดูสะอาดตา และยิ่งไปกว่านั้น หลายต่อหลายครั้งที่ชาวบ้านได้แอบพูดถึงท่าน ...จากความเมตตาของท่าน "เรามันคนจนหากตายไป ไม่มีที่พึ่งแล้ว เมรุเผาศพ..ของวัดธรรมบูชา พระอารามหลวงแห่งนี้ จะเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราได้เสมอ..ท่านจะเมตตาพวกเรา"

.........................................

สิ่งนี้เองที่ทำให้ผมอดปิติใจแทนด้วยไม่ได้.. เพราตัวผมเองนั้นก็เคยเป็นคนจนมาก่อน ถึงแม้นว่า...มันจะไม่ได้ชื่อว่า..จนมากก็ตามที 

คำพูดนี้..มันสะกิดใจ และก็ตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกครับ

.......................................

และผมก็เชื่อว่า...นี่คือร่องรอยในความทรงจำ

บางส่วนเท่านั้นนะครับ...ที่ผมได้กล่าวถึงท่าน

...................................... 

สิ่งแบบนี้แหละครับ!! ที่ทำให้ผมรู้สึกได้ครับว่า...หัวใจของผมนั้นมันแช่มชื่นด้วยอานิสสงส์แห่งความดี ความงามของพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ผมได้สัมผัสมาด้วยตัวของผมเอง

......................................

(กราบขอบพระคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เป็นอย่างสูงยิ่ง และซาบซึ้งใจครับในวาสนาของคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งครับ ที่ชีวิตหนึ่ง..เกิดมาแล้ว...ได้พบเจอ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะ....สอนใจ



ความเห็น (0)