ความคิดนั้นคิดได้แต่เรื่องอดีตหรืออนาคตเท่านั้น
ความคิดไม่มีความเป็นปัจจุบัน
ความเป็นปัจจุบันไม่มีความคิด
ไม่ว่าปัจจุบันที่สุดเราจะคิดเรื่องอะไรอยู่ เรื่องที่คิดต้องเป็นอดีตหรืออนาคตเสมอ
จิต กับกายของเราเชื่อมโยงกันด้วยสมาธิพื้นฐานที่เราทุกคนใช้ในการดำรงชีวิต
มีชื่อเรียกว่า วิตก กับ วิจารณ์
วิตก กับ วิจารณ์ เกิดคู่กันเป็นสมาธิพื้นฐานในมนุษย์ หากไม่มีหรือบกพร่อง บุคคลผู้นั้นเป็นคนไร้สติ
เพราะสมาธิเป็นที่ตั้งที่อาศัยของสติ หากขาดสมาธิเบื้องต้นนี้ก็ขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดความเป็นมนุษย์ อาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราว
วิตก ทำหน้าที่ตามรู้ร่างกายของเรา การกระทำต่างๆ ทั้งกายและความปรารถนาของใจ
วิจารณ์ เป็นที่ตั้งของความคิด ทำหน้าที่คิด วิเคราะห์ ไตร่ตรองสิ่งที่ทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ
อาจเรียกรวมว่า วิตกกังวล เช่นการวิตกกังวลในสิ่งที่ทำไปแล้วหรือสิ่งยังไม่ได้ทำ
สมาธิเบื้องต้นที่ใช้เชื่อมโยงจิตกับกายนั้นเป็นสถานที่แสดงทุกข์
เช่น ซื้อหวยไว้แล้วคิดอยากถูกหวยทั้งวันจนเกิดทุกข์ หรือใช้กับความอยากในกามราคะ หรืออยากได้สิ่งใดๆ จนเกิดทุกข์
หากเกิดถูกหวยขึ้นมาหรือได้ตามอยาก หรือได้สนองความอยากนั้น ก็จะได้คลายทุกข์คลายความวิตกกังวลออกไป คือวิตก วิจารณ์ ออกไป
เกิดปิติ สุข ขึ้นมาแทนที่
ปิติ สุข เป็นคู่ที่สองของสมาธิเมื่อมีความละเอียดขึ้นมาอีกนิด เรียกว่า ขนิกสมาธิ
หรือสมาธิแบบชั่วคราว อาจเกิดขึ้นเองหรือตั้งใจก็ได้
แต่ปิติสุขที่เกิดจากกามเป็นเพียงชั่วคราว เมื่ออิ่มเอมสมหวัง ปิติสุขนั่นก็หายไป กลับไปเป็นวิตกวิจารณ์เช่นเดิม ทุกข์อีกเช่นเดิม
สุขจากกาม ไม่สามารถละเอียดไปได้มากกว่านี้
ได้แค่คลายทุกข์เท่านั้น
ถ้าได้ฝึกเจริญสติปล่อยวางความคิดเสียบ้าง หากเราได้ปล่อยวางความคิด วิตกวิจารณ์ก็อยู่ไม่ได้ ปิติและสุขเข้ามาเป็นที่ตั้งของสติแทน วันละ ๕ - ๑๐ นาที ก็มากพอแล้วที่ควรทำ
ความสุขที่แท้จริงคือการอยู่กับปัจจุบัน
ปราศจากความคิด ไม่มีอดีตอนาคตมารบกวน
.ธัมมานุสารี.