บริบทท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนที่ 2

บริบทท้องถิ่นว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนที่ 2

1 มีนาคม 2562

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

แบ่งคนบริหารจัดการเลือกตั้ง 3 กลุ่ม  ดังนี้

(1) กลุ่ม กกต. รวม กกต.จังหวัด คนใน สนง.กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และ การจับผิด และรับร้องเรียน ผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ร่วมกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง

(2) กลุ่ม กกต.เขต ผอ.เขต อนุเขต ผู้ช่วยเหลือ ผู้ช่วย กปน. รปภ. นายทะเบียนราษฎร มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่มีหน้าที่พิจารณาความผิด แต่ถูกตรวจสอบ และมีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คอยสนับสนุน เมื่อมีการร้องขอ

(3) กลุ่มผู้สมัครรับเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรค สาขาพรรค สมาชิกพรรค ผู้ช่วยเหลือ มีหน้าที่ ทำตามกฎหมายเลือกตั้ง และหาคะแนนเสียง ในที่นี้หมายรวมถึง “หัวคะแนน” ด้วย

การไต่สวนความผิดกฎหมายเลือกตั้ง [2]

ในกรณีที่มีการร้องเรียนกล่าวหาในความผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้นสำนวนการไต่สวนจะส่งตรงพนักงานอัยการ ไม่ผ่านพนักงานสอบสวนตำรวจ กกต.มีกฎหมายคุ้มครองพยาน และ กกต.เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การกันบุคคลเป็นพยาน (คล้าย ป.ป.ช.) การยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยื่นเฉพาะที่เขตตนเอง (เขตใครเขตมัน) ที่สำคัญที่สุดเพื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งก็คือ การแจงทำบัญชีค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร และพรรคการเมือง

เหตุการณ์โจรปล้นโจรอย่าเกิด

เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดซ้ำสอง กรณีตามปัญหาชุด กกต. 5 เสือที่ผ่านมา [3] สาเหตุสำคัญคือ (1) กกต. ต้องไม่มีการเอนเอียง ไม่เป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติฯ (2) กกต. ต้องไม่มีการต่อรองเงื่อนไขในการผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือ การเลือกปฏิบัติ มีอคติเลือกทำสองมาตรฐาน การอำนวยสะดวกฯ การเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ (สินบน) อื่นใด เพื่อแลกความสะดวกฯ แลกการปิดสำนวนฯ แลกการรอดใบเหลือง ใบแดง ฯลฯ อย่าลืมเหตุการณ์ “โจรปล้นโจร” จากพฤติกรรม กกต. ที่ต้องเข้าคุกกันมาแล้ว ไว้เตือนสติ กกต. รุ่นหลัง ๆ อย่าได้ทำ

แนวปฏิบัติการเลือกตั้งทั่วไป

มีข้อห้ามข้อปฏิบัติตามกฎหมายมากมาย ขอยกตัวอย่างสำคัญ เช่น (1) ห้ามหาเสียงทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์ (2) ห้ามทำโพล (3) ห้วงเวลาลงคะแนน 8.00 - 17.00 น. (เพิ่มมาอีก 2 ชั่วโมง เพราะเดิมปิดการลงคะแนนเวลา 15.00 น.) มีข้อสังเกตในความไม่เหมาะสม เพราะเวลา 17.00 น.จวนจะค่ำ เวลาเดิมน่าจะเหมาะสมแล้ว เพราะจะมีปัญหาโดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารจะต้องรอให้หมดเวลาโดยไม่จำเป็น (4) เพิ่มเกณฑ์ผู้มีสิทธิต่อหน่วย จาก 800 คน เป็น 1000 คน ยกเว้นกรณีที่ ไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย จะน้อยกว่านี้ก็ได้ (5) ห้ามจูงใจ Vote No (6) ห้ามจัดเลี้ยง ยกเว้นผู้ช่วยหาเสียง 20 คน เปลี่ยนได้ ไม่เกิน 3 ครั้ง (7) ห้ามใส่ร้ายป้ายสี ด้วยตนเอง หรือบุคคลอื่น (8) ห้ามขนคน ไปลงคะแนน (เคยมีเลือกตั้งกลาง) (9) เกี่ยวกับการหาเสียง ไม่จำกัดจำนวนรถหาเสียง แต่ควบคุมค่าใช้จ่ายไม่เกิน คนละ 1,500,000 คน (10) ผู้สมัครที่เป็นศิลปิน นำผลงานตนเองไปหาเสียงของตนเองได้ แต่ห้ามมีดนตรี และไปกาคะแนนเสียงให้คนอื่น (11) ข้อดีของคะแนนเสียงคือ คะแนนเสียงที่กา ไม่ตกหล่น ไม่เสียเปล่า รวมทั้งคะแนน Vote No ด้วย หากมีจำนวนมากมีผล

กลไกระเบียบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนใหม่

กติกาการเลือกตั้งใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมในหลายประการ แม้ว่าในตัวบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญได้บัญญัติหลักการถาวรไว้แล้วก็ตาม แต่การมีบทเฉพาะกาลและ การใช้อำนาจ คสช. ตามมาตรา 44 ทำให้กติกาต่าง ๆ สามารถแปรเปลี่ยนได้ตลอด ในหลักการใหม่ที่ต่างจากหลักการเดิม ดูแค่ 2 อย่างก่อน

(1) ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด [4] มีวาระ 5 ปี มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และมีอำนาจแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง มีหน้าที่ตรวจสอบการทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งการดำเนินการของพรรคการเมือง และการทุจริตเลือกตั้งด้วย ฉะนั้น ผู้ตรวจการเลือกตั้งจึงเป็นผู้สืบสวนหาข่าวความมิชอบเกี่ยวกับการเลือกตั้งในพื้นที่ ที่มีนายอำเภอในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ ในบริบทของผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องตรวจสอบทุกคนได้ แม้แต่นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ความเกรงบารมีเกรงใจในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ย่อมเกิดได้ ฉะนั้น การเลือกพวก เลือกข้าง ที่ทำให้ความเป็นกลางเบี่ยงเบนไปจึงเป็นปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นปัญหาทางปฏิบัติขององค์กรตรวจสอบ และหน่วยกำกับดูแลได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ตรงไปตรงมา สร้างความกระจ่างหรือไม่ อย่างไร เพราะหากใช้ผลประโยชน์เป็นข้อตกลงแลกเปลี่ยนต่อรองผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการทุจริตคอร์รัปชันนั่นเอง  

(2) “ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย” จึงได้เพิ่มบทบาท “โหวตโน” (Vote No) [5] ขึ้น กล่าวคือ ส.ส.เขตที่ได้คะแนนสูงสุด แต่ต่ำกว่าคะแนนโหวตโน คือไปเลือกตั้ง แต่ไม่เลือกใคร โดยกาช่อง “ไม่ประสงค์จะลงคะแนน” จะมีผลต่อการเลือกตั้งเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว มีผลให้ทิ้งผู้สมัครทั้งกระดาน แล้วให้มีผู้สมัครใหม่ เลือกตั้งใหม่ และคนล้มทิ้งไปแล้วไม่มีสิทธิ์มาสมัครใหม่ แม้ประเด็นที่ว่า สส.เขตถูกล้ม เพราะการโหวตโนเยอะอาจมีโอกาสน้อย แต่หากว่าสถานการณ์มีเช่นนั้นจริงก็ถือว่าแย่เพราะทำให้มีกระบวนการสะดุดได้ ในอดีตที่ผ่านมา ในการเลือกตั้งปี 2557 กลุ่ม กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศบอยคอตการเลือกตั้ง [6]  ทำให้ในพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่มีคะแนนโหวตโนสูงกว่าคะแนนของผู้สมัครประเด็นปัญหามีว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก และ การ vote ตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ไม่รอผลการเลือก ส.ส.เขต ที่ต้องเลือกตั้งใหม่ รวม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่รอการคัดเลือกโดย คสช. อยู่ก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. อย่างน้อย 15 วัน ไม่ต้องรอ ส.ส.เขต และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้ได้เกณฑ์องค์ประชุม เพราะหากได้ ส.ส.ทั่วประเทศ ไม่ถึง 475 คน [7] (จากทั้งหมด 350 + 150 = 500 คน) จะส่งผลให้ ไม่สามารถเปิดสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง หากการเลือกตั้ง ส.ส. และการคัดเลือก ส.ว. สะดุด นี่ยังไม่รวมถึง ใบแดง (หลังประกาศผล 10 ปี) ใบเหลือง (ก่อนประกาศผล รอศาล) ใบส้ม (ยุติที่ กกต.ช่วงหาเสียง ตัดสิทธิ 5 ปี) ใบดำ (ตัดสิทธิตลอดชีวิต)  

การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง

ในวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 ซึ่งมีการกำหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสองรอบ คือรอบแรกภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ณ เวลานั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับคำสั่งให้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย จึงไม่ได้ลงทะเบียนฯ รอบสอง ภายในวันที่ 8 มีนาคม 2562 มี 3 กลุ่ม [8] คือ (1) กลุ่มผู้มีสิทธิฯที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ข้อ 26 (2) กลุ่มเจ้าหน้าที่ รปภ. ข้อ 35 (3) กลุ่มผู้ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาลงทะเบียน เช่น ทหาร หรือตำรวจที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง เท่ากับว่า มีการทำซ้ำสองรอบในเรื่องเดียวกัน จะบอกว่าระเบียบกฎหมาย กกต. กำหนดไว้ก็ใช่ที่ หากมองภารกิจหน้าที่อาจถือว่าไม่จำเป็น หรือจะบอกว่าระบบการลงทะเบียนฯง่ายมาก เพียงแค่เจ้าหน้าที่เข้าไปคีย์บันทึกข้อมูลก็จบก็ใช่ที่

ระเบียบปฏิบัติหาเสียงลักลั่นมีช่องโหว่

ขอยกตัวอย่างการขึ้นป้ายคัทเอาท์ต่าง ๆ ไม่ว่า ป้ายไวนิล ป้ายไม้อัด ป้ายเหล็ก ฯลฯ ตามถนนสาธารณะ มีการเขียนป้ายว่า “ถนนสายนี้ประสานงานงบประมาณโดย ... (ระบุชื่อผู้สมัคร)” ยังมีให้เห็นทั่วไปในพื้นที่บ้านนอก แม้จะผิดกฎหมายโทนโท่ แต่การจับเอาผิดอาจเป็นปัญหาทางปฏิบัติที่ใช้ขั้นตอนระยะเวลานาน ไม่ทันการ หากปล่อยปละละเลยให้มีการฝ่าฝืน หรือมีการกระทำผิดกฎหมายนานเท่าใด ย่อมชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นของการปฏิบัติและประสิทธิภาพของผู้มีหน้าที่ฯ ยิ่งหากมีกรณีที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งมากราย กกต. จะอ้างไม่ได้ว่าตรวจสอบไม่ทั่วถึง หรือต้องรอให้มีการร้องเรียน และสอบสวนเสียก่อน

นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ประกาศห้ามติดตั้งป้ายประกาศมีทั้ง การไฟฟ้า แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท อปท. อำเภอ สถานีตำรวจ (อำเภอ และสภ. ให้ติดป้ายได้เฉพาะริมรั้วสำนักงาน) แต่มีการลงประกาศในเวบไซต์ของ กกต.จังหวัดไม่ครบ ทำให้เกิดความลักลั่นช่องว่างในการปฏิบัติ เนื่องจากผู้สมัครบางรายที่เคร่งครัดกฎหมายอาจไม่กล้าปิดประกาศ ฯลฯ เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า เป็นการหาเสียงที่ผู้สมัครเหนื่อยใจ เพราะเกรงต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดได้ โดยเฉพาะผู้สมัครที่ไม่มีฐานอำนาจบารมีในมือ เป็นปัญหาความบกพร่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย และ การบังคับใช้กฎหมาย  (lack of law compliance & law enforcement) คือ ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ เช่น ตำรวจ อัยการ สตง. ปปช. ปปท. ในที่นี้คือ กกต.

บรรยากาศแวดล้อมทั่วไป ผู้สมัครที่ฉลาดหัวแหลมและมีอำนาจบารมีในมือ เช่นอำนาจรัฐ อำนาจเงินฯ อาจใช้โอกาสสร้างความได้เปรียบในกระบวนการคัดค้านร้องเรียน (สอย) เพื่อโยนให้ผู้มีหน้าที่ตัดสินตามดุลยพินิจ เช่นในเรื่อง การหาเสียงล่วงหน้า มองว่าเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ เป็นต้น

อิทธิพลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่น  

เนื่องจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดหลังการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง นายก อปท.ที่ครองตำแหน่งเป็นนายกที่รักษาการ (กินฟรีในตำแหน่งเดิมมาหลายปี บางราย 5-8 ปี) เป็นไปได้ว่า นายก อปท. เป็นตัวแปรสำคัญที่จะให้พรรคการเมืองได้คะแนนในพื้นที่ เพราะ (1) นายกฯ มีหัวคะแนนบุคคลในพื้นที่ที่สามารถจูงใจอำนวยชี้นำให้คนมาลงคะแนนได้ เป็นต้น นอกจากนี้พรรคการเมืองเกิดใหม่มากมายแต่ข้อจำกัดเรื่องเวลา และเงื่อนไขอื่นมากมาย ที่ปิดโอกาสผู้สมัครหน้าใหม่ไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับชาวบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้ที่มีเขตเลือกตั้งที่กว้างกว่าเดิม (2) ในระหว่างที่นายก อปท. รวมสมาชิกสภา อปท.ยังอยู่ในตำแหน่งในห้วงเวลาการเลือกตั้งฯ ทำให้ นายก อปท. และ สมาชิก อปท. มีสถานะเป็น “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ที่ต้องวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งครั้งนี้ตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ มาตรา 78 [9] อย่างเคร่งครัด แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้กระทรวงมหาดไทยไฟเขียวให้ผู้บริหารท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่ง สามารถช่วย “พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ส.ส.” หาเสียงได้ [10] (3) หรือว่าเป็นการชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไว้เพื่อต่อรองอำนาจระหว่างรัฐบาล (คสช.) กับท้องถิ่น หากว่าให้เลือกตั้งท้องถิ่นก่อนจะควบคุมได้ยากกว่า หากผู้นำท้องถิ่นเป็นพวกเดียวกับนักการเมืองผู้สมัครและได้รับการเลือกตั้ง การปล่อยให้ลอยตัวเช่นนี้ ไม่มีหลักประกันในตำแหน่งนายก อปท.ที่จะได้รับการเลือกตั้งในครั้งหน้า ฉะนั้น การกระทำอะไรเกินเลยของนายก อปท.ก็ไม่เต็มที่ (ไม่กล้า) โดยเฉพาะการเสนอตัวสนับสนุนนักการเมืองขาใหญ่ที่ลง ส.ส. นอกจากนี้ ความมีอิทธิพล มีฐานเสียง หัวคะแนนมากของนายก อปท.ในพื้นที่ก็เป็นปัจจัยสำคัญด้วย

ยังไม่จบ มีต่อตอนที่ 3

[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine & Ong-art saibutra, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ปีที่ 69 ฉบับที่ 23973 วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2562, บทความพิเศษ หน้า 12

[2] หลักการสืบสวน ไต่สวน ต้องดำเนินการโดยพลัน กกต. สั่งให้ดำเนินคดีโดยเร็ว

[3]เมื่ออดีตไล่ล่าประธาน กกต. “วาสนา เพิ่มลาภ” จำคุก 2 ปี จากวิกฤตเลือกตั้ง ปี 2549…ผมเป็นแพะบูชายัญ, 9 มิถุนายน 2559, https://thaipublica.org/2016/06/wassana-3-6-2559/ 

[4] ระเบียบ กกต.ว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 29 ก วันที่ 26 เมษายน 2561 หน้า 34-48, https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20180430155754.pdf

& ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 101 ก วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 หน้า 1-4, https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20181130155647.pdf

& ดู ผู้ตรวจการเลือกตั้งคือใคร ทำหน้าที่อะไร?, ฉัตรชัย ศรีเมืองกาญจนา วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ สภาผู้แทนราษฎร, กรกฎาคม 2561, http://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2561/hi2561-041.pdf 

& การให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด, วัชราภรณ์ จุ้ยลำเพ็ญ วิทยากรชำนาญการพิเศษกลุ่มงานบริการวิชาการ 1 สำนักวิชาการ, 18 เมษายน 2560, https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parcy_train/download/article/article_20170505131018.pdf

อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้ง

1. ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีอำนาจแจ้งเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องได้ถ้าไม่มีการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องให้รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว

2. ตรวจสอบการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือการกระทำใดที่จะเป็นเหตุทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

3. เข้าไปในที่เลือกตั้ง หรือสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง

4. ปฏิบัติงานอื่นตามระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และตามที่ได้รับมอบหมาย

[5] ทำความเข้าใจ Vote No คืออะไร และส่งผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร ?, Tonkit360, 15 มกราคม 2562, http://tonkit360.com/37854/ & “VOTE NO” มีความหมายครั้งแรก ถ้าสูงกว่าคะแนนผู้สมัคร ส.ส.ให้เลือกตั้งใหม่, PPTV Online, 26 ตุลาคม 2561, https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/91955 & มาทำความเข้าใจกับ No Vote กับ Vote No กันให้ชัดๆ, ไทยรัฐ, 29 มกราคม 2557, https://www.thairath.co.th/content/399764

หมายเหตุ ในการเลือกตั้งที่จะถึงวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ มีการแก้ไขช่อง “โหวตโน” เป็น “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” แทน “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”   

[6] พรรคประชาธิปัตย์ประกาศบอยคอตการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2556   

[7] เกณฑ์องค์ประชุม ส.ส. ครั้งแรก ร้อยละ 95 ตัวเลขถือจำนวน ส.ส. ตามประกาศผล ส.ส. ที่จะมาประชุมครั้งแรก มีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ ใน พ.ร.ป.

[8]ดู ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 110 ก วันที่ 26 ธันวาคม 2561 หน้า 1-69, https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20181228182205.pdf 

การเลือกตั้งล่วงหน้ากำหนดไว้ 2 วันคือ (1)การเลือกตั้งล่วงหน้าต่างประเทศ กำหนดในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 (2) การเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศ กำหนดในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2562

ดู กกต.สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า มากกว่า 2 ล้านราย , 19 กุมภาพันธ์ 2562, https://voicetv.co.th/read/Ul4_VYq02   & เลือกตั้ง 62 : กกต. เผยยอดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 2.5 ล้านคน, 20 กุมภาพันธ์ 2562, https://news.mthai.com/politics-news/709838.html

[9]พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 68 ก วันที่ 12 กันยายน 2561 หน้า 40-97, www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/068/40.PDF 

มาตรา 78 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

การใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายตามวรรคหนึ่ง มิให้หมายความรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่พึงต้องปฏิบัติในตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น หรือการแนะนำหรือช่วยเหลือในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง โดยมิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าการกระทำจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ในกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการหรือกรรมการที่พบเห็นมีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยุติหรือระงับการกระทำใดที่เห็นว่าอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ในกรณีตามวรรคสาม ให้คณะกรรมการแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น สั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์อันอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดพ้นจากหน้าที่เป็นการชั่วคราว หรือสั่งให้ประจำกระทรวง ทบวง กรม ศาลากลางจังหวัด หรือที่ว่าการอำเภอ ในเขตเลือกตั้งหรือนอกเขตเลือกตั้ง หรือห้ามเข้าเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งได้

[10]ไฟเขียวผู้บริหารท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่ง ช่วย “พรรคการเมือง-ผู้สมัคร ส.ส.” หาเสียงเต็มที่ เว้น ขรก.เน้นปฏิบัติตามมติครม., 22 กุมภาพันธ์ 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000018836    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)