เที่ยวเชียงใหม่กับสุภัชชากับตำนานวัดที่ปรากฎในคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ตอน วัดอโสการาม (วัดศรีภูมิ) คะ โดยอาจารย์สุภัชชา. พันเลิศพาณิชย์ 

ในภาพอาจจะมี บ้าน, ต้นไม้, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ



วัดศรีภูมิ หรือวัดชัยศรีภูมิ ได้รับการยกย่องให้เป็นศรีเมืองเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่สมัยพระญามังรายตั้งเมืองเชียงใหม่ในปีจ.ศ.๖๒๓หรือพ.ศ.๑๘๐๕เนื่องจากบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนื
อของเชียงใหม่ถูกให้เป็นศรีของเมือง เริ่มตั้งแต่พระญามังรายปรึกษากับ พระญางำเมืองและพระญาร่วงเพื่อตั้งหอนอนและคุ้มน้อยแล้ว จากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ได้ระบุถึงทิศนี้ว่ามีความสำคัญ ๒ ประการคือ ประการที่หนึ่งเป็นที่ตั้งอยู่ของต้นไม้นิโครธซึ่งเป็นศรีของเมืองหรือไม้เสื้อเมืองเชียงใหม่ ดังปรากฏความว่า 


“. . . ในขณะนั้นยังมีหนูเผือกตัว ๑ ใหญ่เท่าดุมเกวียนมีบริวาร ๔ ตัว ลุกแต่ไชยภูมิออกไพหนวันออกช้วยใต้ เข้าไพสู่รูสู่อัน ๑ ในเคล้าไม้ ผักเรือก ไม้นิโครธ ก็ว่า เป็นคำม่านว่าไม้ผิงยอง บ่ไกลแต่ไชยภูมิเท่าใด พระญาทั้ง ๓ หันหนูเผือกเป็นอัจฉริยะ จึงพร้อมใจกันเอาเข้าตอกด
อกไม้ไปบูชา พระญาหนูเผือกในเคล้าไม้นิโครธต้นนั้น ด้วยเข้าตอกดอกไม้อันใส่ไตรคำ แล้วก็หื้อล้อมรักษา หื้อดี ลวดปรากฏเป็นไม้เสื้อเมืองมาต่อเท้าบัดนี้แล” 


วัดชัยศรีภูมิ เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของเมืองเชียงใหม่ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเชียงใหม่ วัดนี้ถู
กสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศรีของเมืองตามหลักทักษาเมืองโบราณประเพณีเจ้านายก็ดี ประชาชนก็ดี มีความเชื่อว่า เมื่อต้องการสะเดาะเคราะห์ให้ไปท่าแม่น้ำปิง หน้าวัดชัยศรีภูมิ จึงจะหมดเคราะห์ภัยทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวง และจะได้รับความสุข ไม่โศกเศร้า สมนามของวัดอีกชื่อหนึ่ง คือ วัดอโสการาม แปลว่า อารามที่ไม่เศร้าโศก และวัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระไม้แก่นจันทน์แดงซึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลสร้างถวายแด่พระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาลอีกด้วย

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง


วัดชัยศรีภูมิ เป็นชื่อที่ใช้อย่างเป็นทางการในปัจจุบันแล้ว ยังมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก ได้แก่ วัดปันต๋าเกิ๋น วัดศรีภูมิ วัดอโสการาม
วัดชัยศรีภูมิ หรือ วัดพันตาเกิ๋น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ถนนวิชยานนท์ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วัดชัยศรีภูมิ ได้ปรากฏชื่อวัด อีกหนึ่งชื่อคือ วัดอโสการาม จาก
หลักฐานในจากชินกาลมาลีปรกณ์ ได้กล่าวถึงวัดชัยศรีภูมิตอนหนึ่ง ความว่า“ต่อนั้นมา พระมหาเถรธรรมเสนาบดี อัญเชิญพระพุทธรูปแก่นจันทน์นั้นมาประดิษฐานบูชาในวัดอโสการาม (คือวัดศรีภูมิ) นอกกำแพงเมือง ทางด้านทิศตะวันออกนครเชียงใหม่ท่านประพันธ์ไว้เป็นคาถาแปลความว่า “พระพุทธรูปแก่นจันทน์ มาสู่เมืองเชียงใหม่เมื่อปีจอ จุลศักราช๘๔๐ เมื่อมาถึงเมืองเชียงใหม่ครั้งแรก อยู่ในวัดอโสการามอันประเสริฐและอยู่ได้๑๕ ปี เป็นรัชสมัยของพระเจ้าพิลกครองราชย์สมบัติ”

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี บ้าน, ต้นไม้ และสถานที่กลางแจ้ง
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นพืช, ต้นไม้, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ