๘๙๒. ก็แค่..ใบไม้

อย่ามองเพียงแค่..ใบไม้ธรรมดา หากได้ลองคิดอย่างเป็นระบบ จากนั้นก็ควรจัดระเบียบให้ “ใบไม้”มีที่ยืนอย่างสง่างาม สิ่งที่ตามมาก็คือความสงบสุขในโรงเรียน ที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้..จึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องเผาใบไม้..

        ผมเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่กวาดใบไม้ทุกวัน..กวาดจนค้นพบสัจธรรม ซึ่งมีนิยามแห่งความหมายที่ว่า..การอยู่กับความจริง การปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องและรู้สึกว่าดีงาม...

    ต้นไม้เยอะมาก..ใบไม้จึงตามมาเป็นเรื่องปกติ ผมจึงล้อมกรอบด้วยที่เก็บอย่างเป็นที่เป็นทางอยู่ทั่วทุกทิศของอาคารเรียน ผมกับนักเรียนสะดวกตรงไหนก็ทิ้งตรงนั้น..เรียบง่ายและสะดวกมากๆ

        ข้อตกลงของเราก็คือ..อย่า..แม้แต่จะคิดที่จะทิ้งกระดาษหรือพลาสติกลงไปปะปนกับใบไม้..เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง..

        สิ่งที่โรงเรียนทำเรื่องใบไม้ตลอดมา ทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยความร่วมมือของคณะครูและนักเรียนทุกชั้น..รับประกันได้ว่า..ที่อื่นก็ทำ แต่จะทำมากทำน้อยก็ขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียน..

        เพราะคนไทยศรัทธาใน “คำสอนของพ่อ” สานต่อในสิ่งที่พ่อทำ กิจกรรมเล็กๆที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้..ทำให้ง่ายโดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ไม่เบียดเบียนตนเองและสังคม..

        ใบไม้ที่ถูกทับถม เมื่อเจอมูลวัวกับน้ำหมักชีวภาพก็จะยุบตัว จากนั้นก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยดินที่มีคุณภาพ ราวๆ ๕ – ๖ เดือน ซึ่งถือว่าไม่นานเกินไป ถ้าจะต้องรอเพื่อนำดินไปใช้เพาะปลูก..

        อย่างน้อยนักเรียนก็ได้เรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในแง่ของ”คุณธรรม” ก็ถือว่าได้ดื่มด่ำกับความขยันหมั่นเพียรและอดทน..มิใช่น้อย...

        ยิ่งทำก็ยิ่งได้ และยิ่งจะง่ายขึ้นเมื่อได้เรียนรู้และทดลอง ผมเปลี่ยนจากการใช้น้ำหมักชีวภาพซึ่งดูจะสิ้นเปลือง เปลี่ยนเป็นมาใช้น้ำหมักที่ไหลออกมาจากท่อแก๊สหลังโรงครัว..

        แก๊สชีวภาพ..ที่ใส่เศษอาหารและมูลวัวทุกวัน..เมื่อผสมน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะทำปฏิกิริยาย่อยสลายภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนหนึ่งจะดันขึ้นไปเป็นแก๊สหุงต้ม อีกส่วนหนึ่งจะเป็นน้ำเข้มข้นซึ่งถือว่าเป็นปุ๋ยอย่างดี..ไหลออกมาตามท่อ

        น้ำที่เกิดจากกระบวนการของแก๊สชีวภาพ เมื่อนำไปราดลงดิน จะช่วยให้ดินร่วนซุย เมื่อนำไปรดใบไม้ที่คลุกเคล้ามูลวัว จะช่วยให้ใบไม้ย่อยสลายได้รวดเร็วขึ้น

        ดังนั้น..คำว่า”เกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง” จึงอยู่ที่ว่าเรา..จะเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากน้อยแค่ไหน ใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ให้ประโยชน์สุดๆ..หรือไม่?

        อย่ามองเพียงแค่..ใบไม้ธรรมดา หากได้ลองคิดอย่างเป็นระบบ จากนั้นก็ควรจัดระเบียบให้ “ใบไม้”มีที่ยืนอย่างสง่างาม สิ่งที่ตามมาก็คือความสงบสุขในโรงเรียน ที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้..จึงไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องเผาใบไม้..

        ความสงบสุข..ที่ไม่เกิดมลพิษจากควันไฟ ความสุขใจที่ได้สูดอากาศดีๆเต็มปอด..และนี่คือความอยู่รอดของสังคมชนบทที่เราควรรักษาเอาไว้..

        อย่าให้ใครมาปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเรา ให้มุ่งแต่ทุนนิยม พูดและทำให้เหมือนว่าดูง่าย แต่เต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ รวดเร็วแบบไร้จินตนาการและขาดจิตสำนึก..ซึ่งอาจพบในช่วงโฆษณาชวนเชื่อ..ในเวลานี้..

          ใบไม้..หลายใบอยู่รวมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนจะรู้รักสามัคคีที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินและสิ่งแวดล้อม เกิดคุณค่าที่คู่ควรต่อการศึกษาของเด็กและเยาวชน ที่จะเป็นอนาคตของชาติ   

         แต่บางครั้งคนหลายคนมารวมตัวกันทางการเมือง..บอกใครต่อใครว่ามีการศึกษาและรักชาติ(จนน้ำลายไหล) ความคิดที่จะคืนความดีงามให้แผ่นดินไทยช่างน้อยเสียเหลือเกิน..นับวันยิ่งไร้ค่าในสายตาคนไทยเข้าไปทุกที..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๒


       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มาเยี่ยมท่าน ผอ.คนเก่งและชาวหนองผือทุกคนจ้ะระยะนี้คุณมะเดื่อไม่ได้แวะมาฝากทักทาย แต่ก็แวะมาอ่านอยู่เนือง ๆ นะจ๊ะ ยังคิดถึงทุก ๆ คนเหมือนเดิมจ้ะเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมด้วยจ้ะ

หมายเลขบันทึก

660027

เขียน

20 Feb 2019 @ 21:22
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 5, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก