นิราศเบลเยียม๕

นิราศเบลเยียม ตอนที่ ๕

141มาเลย์หนึ่งซึ่งจำชื่อลัมรู้

ลาวก็ดูเดี่ยวทองถูกต้องไหม

พม่าไม่ได้เห็นว่าเป็นใคร

เวียดนามได้ดั่งปองมาสองคน

142ฟิลิปปินส์ยินดีมีมาคู่

อีกสองสู้สิงคโปร์มาโชว์ผล

ต่างเปิดใจให้กันที่ฉันยล

ดูทุกคนครวญใคร่ให้ข้อมูล

143มีบรรยายหลายสิ่งให้อิงอ้าง

มีข่องทางที่เชื่อมไม่เสื่อมสูญ

มีเครือข่ายหมายค้ำเจิดจำรูญ

มีเกื้อกูลเกี่ยวเกาะเสนาะใจ

144มาเลย์เริ่มเติมผลงานประสานสร้าง

อินโดฯวางวิธีชี้วิสัย

ลาวก็เด่นเน้นทำเลิศล้ำไกล

เขมรให้เห็นค่าไม่ช้าที

145ฟิลิปปินส์จินต์จัดวิวัฒน์เด่น

บรูไนเน้นแนวทางสร้างสุขี

สิงคโปร์โชว์เป็นเน้นพอดี

ไทยก็มีเหมือนกันฝ่าฟันไป

146เวียดนามเล่าเข้าทึที่สุดท้าย

อภิปรายหมายแจ้งแถลงไข

ขาดพม่าครานี้ไม่มีใคร

เก้าชาติได้ดั่งแผนพัฒน์วัฒนา

147"เรา"เปิดใจไว้รับจับสิ่งใหม่

"ไม่รู้อะไร"ใฝ่เฝ้าเข้าศึกษา

"อีก"หลายสิ่งหลายอย่างต่างเข้ามา

"เยอะ"แยะกว่าน่าฟังดั่งมณี

148"อย่า"ทะนงหลงตนว่ารู้มาก

"หยุด"ยั้งปากปิดเขลาเศร้าหมองศรี

"เรียน"ให้เยอะเถอะหนาปัญญามี

"รู้ "ไว้ดีมีวิชาเสริมค่าตน

149เกือบหนึ่งทุ่มกลุ่มเราไปเข้าร่วม

ทุกเขตรวมเร่งรัดรถบัสขน

ตรงเวลาพาพักผ่อนหย่อนใจคน

สิ่งน่าสนสร้างไว้พาไปชม

150สัญลักษณ์จักเห็นนี่เบลเยียม

สูงทัดเทียมท้องฟ้านภาสม

ลมกรรโชกโยกไหวก็ไม่ล้ม

จุดนิยมเยี่ยมดูรู้ว่ามา

151อะตอมเมี่ยมเยี่ยมยุทธ์มนุษย์สร้าง

วงกลมกลางกำหนดจรดหา

ยี่สิบหกเมตรฐานตระการตา

สูงสุดพาพ้นเขตร้อยเมตรเกิน

152สิบแปดเมตรเขตวางศูนย์กลางกว้าง

น้ำหนักวางสองล้านห้าน่าสรรเสริญ

ยืนมองเห็นเด่นเลิศแสนเพลิดเพลิน

ก้าวเท้าเดินดูรอบฉันชอบใจ

153ตะวันส่องต้องตาท้องฟ้ารอบ

สะท้อนตอบแต้มแต่งสู้แสงใส

ตะวันอยู่คู่ตาส่องฟ้าไกล

สะท้อนให้เห็นงามเมื่อยามมอง

154ตะวันฉายปลายฟ้าคราสองทุ่ม

ตะวันสุมแสงไว้มิให้หมอง

ตะวันต่ำย้ำจิตให้คิดปอง

ตะวันต้องตกดินสิ้นแสงงาม

155แสงกระจ่างสว่างฟ้าเริ่มลาจาก

แสงไม่มากเหมือนเดิมคนเริ่มถาม

แสงตกดินสิ้นแสงกล้าห่างฟ้าคราม

แสงสิ้นยามสามทุ่มตรงมืดลงพลัน

156ลิฟท์พาเคลื่อนเลื่อนลัดภัตราคาร

ลิฟท์พาผ่านผันไปไม่เหหัน

ลิฟท์พาส่งลงร้านสำราญครัน

ลิฟท์พาฉันโฉบผ่านอาหารกิน

157นั่งชั้นสองของร้านเจือจานเพื่อน

ไม่บิดเบือนบอกไปไม่ติฉิน

ท้องหิวโหยโรยแรงมาแจ้งจินต์

หูได้ยินยลอาหารเสิร์ฟผ่านมา

158ขนมปังตั้งไว้ให้เนยคู่

ออร์เดิร์ฟรู้เริ่มกินถวิลหา

จานหลักอิ่มชิมหมดรู้รสปลา

ของหวานลาลิ้มลองจับต้องใจ

159ค่ำยังร้อนร้อนจัดลมพัดอ่อน

ร้อนลมย้อนร้อนเหลือจนเหงื่อไหล

ค่ำจนดึกนึกย้อนร้อนได้ไง

พัดวีไว้ว่าร้อนจนอ่อนแรง

160อาศัยโค้กโลกร้อนแก้อ่อนล้า

ดื่มโคล่าหลบร้อนแม้อ่อนแสง

กินเสร็จสรรพกลับกันจำนรรจ์แจง

ข้างล่างแจ้งแจ่มงามยามต้องไฟ

161ระยิบระยับวับวาวแพรวพราวเด่น

สายลมเย็นยั่วยวนชวนสดใส

อะตอมเมียมเยี่ยมมองสวยต้องใจ

กระพริบไหววิบวับระยับตา

162ข้างบนร้อนอ่อนล้าเวลากิน

อยู่พื้นดินดังเราเฝ้าหรรษา

ทุกข์เดี๋ยวเดียวเดี๋ยวสุขก็รุกมา

อารมณ์อย่ายึดติดสะกิดใจ

163ปล่อยความทุกข์ปลุกจิตปลิดความเศร้า

ปล่อยความเหงาทิ้งมันอย่าหวั่นไหว

ปล่อยความโกรธโหดร้ายมลายไป

ปล่อยความเกลียดทิ้งไว้ห่างไกลตน

164ปล่อยความเครียดเบียดห่างให้สร่างทุกข์

ปล่อยความเศร้าเราสุขไปทุกหน

ปล่อยความหลงงมงายหายมืดมน

ปล่อยวางดลตนสุขทุกวันคืน

165กลับโรงแรมแง้มประตูสู่โหมดพัก

วันนี้หนักเหนื่อยหลายร่างกายฝืน

อาบน้ำอุ่นหนุนใจให้หยัดยืน

เรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับจึงหลับตา

166พอเคลิ้มหลับกลับมาผวาตื่น

พอค่อนคืนฝืนนอนผ่อนผวา

พอใจหวนชวนคนึงถึงกานดา

พอเพ้อหาพาใฝ่ทั้งใจกาย

167ฝ่าความเหงาเฝ้าจันทราเพลาค่ำ

มืดตอกย้ำยามเหงาเฝ้าใจหาย

คิดถึงน้องของพี่ที่เดียวดาย

คืนเดือนหงายงามขำพี่จำไกล

168ลมพัดเย็นเห็นไม้ไหวใจพี่ห่วง

เจ้าพุ่มพวงพรากกันพี่หวั่นไหว

อยากประคองน้องข้ายอดยาใจ

ทำเพียงได้ด้วยรำพึงคิดถึงกัน

169"ความ"จริงแท้แน่ชัดจัดการได้

"อดทน"ไว้ให้เป็นเย็นสุขสันต์

"คือ"มิตรช่วยอวยชัยใจรู้ทัน

"เพื่อน"คู่กันยันต์คู่ใจไม่กังวล

170"สนิท"ชิดเชื้อเจือจุนเกื้อหนุนส่ง

"ของ"เผ่าพงศ์คงมั่นหมั่นฝึกฝน

"สติ"อยู่คู่กายหมายรู้ตน

"ปัญญา"ดลพ้นภัยได้สิ่งดี...(มีต่อ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นิราศเบลเยียม



ความเห็น (0)