๓๔. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ..ที่ห้วยทราย

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย มีพระราชดำรัสด้วยน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยว่า "หากปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด"

         ผมยังเดินทางไปไม่ถึงแก่งกระจาน..เพราะดูเวลาแล้วก็เพิ่งจะเที่ยงวัน ยังพอมีเวลาศึกษาเรียนรู้สถานที่สำคัญ..ตามที่ได้ใฝ่ฝันไว้..

    ไปเมืองเพชรบุรีก็คงต้องคิดถึงโครงการพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีโครงการของพ่อหลวงอย่างหลากหลาย..นับไปนับมา..ผมก็ได้เดินทางไปศึกษาเกือบจะครบหมดแล้ว..ยังเหลืออีกเพียงโครงการเดียว..

        คือโครงการพระราชดำริ..ที่ห้วยทราย

        ผมเดินทางไปวันเสาร์..สำนักงานของโครงการฯไม่ได้เปิดทำการ ผมเลยต้องหาข้อมูลจากกูเกิล..พอศึกษาว่า..อยู่ที่ไหน?เป็นอย่างไร?..เวลาที่เหลืออยู่จึงขับรถเข้าไปให้ถึงซึ่งโครงการฯ

        ที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่ที่ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บนถนนเพชรเกษม ห่างจากชะอำมาทางทิศใต้ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางถนนสายเพชรเกษมประมาณ ๒๒๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ดำเนินการของโครงการรวมทั้งสิ้น ๑๕,๘๘๒ ไร่

        ผมขับรถจนทั่ว ทุกตรอกซอกซอยในพื้นที่อันกว้างใหญ่ สัมผัสได้ถึงความป็น “ห้วยทราย” ที่ในอดีตน่าจะแห้งแล้งมิใช่น้อย..

        “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย มีพระราชดำรัสด้วยน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยว่า "หากปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด"

        และนี่คือ.ข้อความสำคัญที่ทำให้ผมอยากเห็นสถานที่จริงว่า พระองค์ท่านทำอย่างไร?..จึงพลิกฟื้นผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาได้..

        แต่เดิมนั้น ห้วยทราย  ก็เป็นเช่นเดียวกับดินแดนอื่น ๆ อีกมากของประเทศไทย ที่เคยมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้นานาพันธุ์เขียวชะอุ่ม มีสัตว์ป่า โดยเฉพาะเนื้อทรายอาศัยตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จึงเรียกชื่อว่า "ห้วยทราย"

        เกิดอะไรขึ้นที่ห้วยทราย..ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช..รัชกาลที่ ๙ จะเสด็จไป และจากนั้นมาพระองค์ท่านทรงห่วงใยยิ่งนัก...

        ในช่วงเวลาเพียง ๓๐ กว่าปี พื้นที่ห้วยทรายได้ถูกราษฎรเข้าบุกรุกทำลายป่า ปราบพื้นที่เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมจนไม่เหลือป่าไม้และสัตว์ป่า จึงเกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และสภาพพื้นดินเสื่อมโทรม ทำการเกษตรกรรมไม่ได้ผล
          “เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย ได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่บริเวณห้วยทราย เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านป่าไม้อเนกประสงค์ “

        ปัจจุบัน..วันที่ผมไปเยี่ยมชม “ห้วยทราย”มีแหล่งน้ำกว้างใหญ่ มีป่าไม้หนาทึบ..มีทัศนียภาพสวยงามสดใส เป็นดินแดนแห่งความร่มเย็นเป็นสุข..แห่งหนึ่งของเพชรบุรี…ในจุดนี้เอง..ทำให้ผมคิดถึงวันที่พระองค์ท่านทรงงาน..

         แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ และสามารถฟื้นฟูให้มีศักยภาพในการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่...
          ระบบนิเวศน์ป่าต้นน้ำ ฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ให้คืนสภาพป่าต้นน้ำลำธาร ระบบนิเวศน์พื้นราบ ฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเกษตรกรรมระบบวนเกษตร ระบบนิเวศน์ชายฝั่งทะเล ฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ให้คืนสภาพป่าบกและป่าชายเลน
           ทรงยึดหลักการที่ว่า ราษฎรอยู่รอดและธรรมชาติก็อยู่รอดด้วย มีการทดลองอนุรักษ์ดินและน้ำ พันธุ์พืช สัตว์ และปล่อยสัตว์คืนสู่ชีวิตธรรมชาติ ศึกษาหารูปแบบในการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม เช่น เลี้ยงกบ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร นำออกเผยแพร่เป็นแบบอย่างแก่ราษฎร...

        พ่อหลวง..พระราชทานหลักการทรงงานอันล้ำค่า ให้ลูกหลานพสกนิกรได้สานต่อ..พ่อ..ทิ้งมรดกทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไว้ให้ประชาชนคนไทยทุกคน..

        วันนี้..ก็อยู่ที่พวกเรา..จะศึกษาเรียนรู้และตระหนักในคุณค่า ตลอดจนอนุรักษ์และบำรุงรักษา..ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป..ได้มากน้อยแค่ไหน?

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๙  มกราคม  ๒๕๖๒



       

       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดินกับโครงการพระราชดำริ



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659212

เขียน

09 Jan 2019 @ 21:20
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก