การศึกษาปฐมวัยกับประชาคมอาเซียน

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ความหมายของอาเซียน

  อาเซียน เกิดจากการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ อันได้แก่ มาเลเซีย, พม่า, กัมพูชา, ลาว, ไทย, สิงคโปร์, เวียดนาม, บรูไนดารุส-ซาลาม, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งรายนามประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสิ้น โดยอาเซียน มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า "Association of Southeast Asian Nations" หรือ "สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือกำเนิดขึ้นโดย "ปฏิญญากรุงเทพ" (Bangkok Declaration) หรือ "ปฏิญญาอาเซียน" (ASEAN Declaration)
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และไทย มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง ภายหลังจึงได้มีอีก 5 ประเทศสมาชิกเข้าร่วมเพิ่มเติม จึงทำให้ "อาเซียน" มีสมาชิกเป็น 10 ประเทศดังเช่นในปัจจุบัน

การจัดตั้งอาเซียน ภายในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration)
ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเอาไว้ถึง 7 ข้อ อันได้แก่ 

  1. 1. ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
  2. 2. ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
  3. 3. เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรม
    ในภูมิภาค
  4. 4. ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
  5. 5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย
    และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  6. 6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า
    ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
  7. 7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ (อโณทัย.online)

ระบบการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน

ประเทศอาเซียนทุกประเทศให้ความสําคัญกับการพัฒนาการศึกษาของประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการที่ จะทําให้การศึกษานั้นมีส่วนสําคัญในการทําให้ประเทศมีพัฒนาการทางเศรฐกิจ สังคมที่ก้าวหน้ามากขึ้น ความสําคัญของการศึกษาในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน เป็นกลไกสําคัญในการนําอาเซียนบรรลุวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 โดยกําหนดให้อาเซียน มี วิสัยทัศน์สู่ภายนอก มีสันติสุข และมีการเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในการเป็นหุ้นส่วนใน สิ่งแวดล้อมของประชาธิปไตยและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

ในฐานะที่มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การเข้าใจระบบการศึกษาพื้นฐานในแต่ละประเทศ มีผลต่อการรับนักศึกษาที่จะเข้ามาในระบบการศึกษาของประเทศไทย การศึกษาในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน มีระบบดังนี้

1. บรูไนดารุสซาลาม : Brunei Darussalam
การศึกษาของบรูไนดารุสซาลามหน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education – Brunei Darussalam) ไม่มีการจัดการศึกษาภาคบังคับ แต่มีการจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ระบบการจัดการศึกษาของบรูไนดารุสซาลาม มีดังนี้
• ระดับก่อนประถมศึกษา 1 ปี
• ระดับประถมศึกษา 6 ปี
• ระดับมัธยมศึกษา 7-8 ปี แบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2-3 ปี
และระดับเตรียมอุดมศึกษา 2 ปี
• ระดับมหาวิทยาลัย 3-4 ปี

2. ราชอาณาจักรกัมพูชา : Kingom of Cambodia

หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา (Ministry of Education, Youth and Sport – Cambodia)
การจัดระบบการศึกษาของกัมพูชา มีดังนี้
• ระดับก่อนประถมศึกษา 3 ปี
• ระดับประถมศึกษา 6 ปี
• ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี
• ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี
• ระดับอุดมศึกษา 4-7 ปี
การจัดการศึกษาด้านอาชีวะและเทคนิคจัดให้ตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 3-5 ปี
โดยจะเน้นการฝึกทักษะ

3. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย: Republic of Indonesia
หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการแห่งชาติ
(Ministry of National Education – Indonesia)
ระบบการศึกษาของอินโดนีเซีย มีดังนี้

• การศึกษาก่อนวัยเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานตามเกณฑ์ ใช้เวลา 9 ปี

• การศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนประถมศึกษาจะกำหนดโครงการการศึกษาเป็นเวลา 6 ปี ซึ่งโรงเรียนจะมี

ลักษณะแตกต่างกัน 2 แบบ คือ

- โรงเรียนประถมศึกษาแบบทั่วไป (General Primary School)

- โรงเรียนประถมศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ
(Special Primary School for Handicapped Children)

• การศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น3 ปี

• การศึกษาระดับสูงหรืออุดมศึกษา เป็นการขยายจากการศึกษาระดับมัธยมศึกษาระดับปริญญาตรีใช้เวลา เรียน 3-4 ปี ปริญญาโท 2 ปี และปริญญาเอก 3 ปี
สถาบันที่ให้การศึกษาระดับสูงนี้มีลักษณะเป็นสถาบันวิชาการโพลีเทคนิค
สถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัย

4. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว:
The Loa People's Democratic Republic

หน่วยงานจัดการศึกษาได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education – Lao PDR)
ระบบการจัดการศึกษาประกอบด้วย
• การศึกษาในระดับอนุบาลและก่อนวัยเรียน เปิดรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 3-6 ปี
• การศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของ
กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ใช้ระบบการศึกษาแบบ 11 ปี คือระบบ 5:3:3 ดังนี้
• ระดับประถมศึกษา 5 ปี เด็กจะเริ่มเข้าเรียนเมื่ออายุ 6 ปี การศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาภาคบังคับ
• ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี
• ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี
การอุดมศึกษาหรือการศึกษาชั้นสูงรวมถึงการศึกษาด้านเทคนิค
สถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของกรมอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย

การศึกษาสายอาชีพใช้เวลาศึกษา 3 ปี ในวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ เช่น
ทางด้านไฟฟ้า ก่อสร้าง บัญชี ป่าไม้

5. มาเลเซีย: Malaysia

หน่วยงานจัดการศึกษาได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education – Malaysia)
ระบบการศึกษาของประเทศมาเลเซียแบ่งออกเป็น 5 ระดับดังนี้
• ระดับการเตรียมความพร้อม
• ระดับประถมศึกษา
• ระดับมัธยมศึกษา ประกอบด้วยมัธยมศึกษาตอนต้น (ปี 1-3)

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (4-5) เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากระดับประถมศึกษา
• ระดับเตรียมอุดมศึกษา คือการศึกษาในระดับที่สูงกว่ามัธยมศึกษาแต่ยัง
ไม่ถึงระดับปริญญาตรี
โดยที่นักศึกษาที่จะจบระดับนี้ สามารถก้าวไปสู่ระดับปริญญาตรีได้การศึกษาในระดับนี้ใช้เวลา 2 ปี
• ระดับอุดมศึกษา แบ่งสถาบันออกเป็น 2 ส่วนคือ สถาบันของรัฐและสถาบันของเอกชน

6. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์:
The Republic of the Union of Myanmar

หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education – Myanmar)

ระบบการศึกษาของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ รัฐเป็นผู้สนับสนุนด้านงบประมาณของทุกโรงเรียน
โดยนักเรียนจะเสียค่าเล่าเรียนเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น
ระบบการศึกษาแต่เดิมนั้นเป็นระบบบริหารซึ่งรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง ต่อมาได้มีการกระจายอำนาจการบริหาร
ออกไปสู่ระดับรัฐและหัวเมืองต่างๆ โดยมีหัวหน้าส่วนการศึกษาเป็นผู้ควบคุมดูแลและประสานงาน
ระบบการศึกษาของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เป็นระบบ 5 : 4 : 2 ดังนี้
•ระดับประถมศึกษา 5 ปี (อนุบาล 1 ปี และประถม 4 ปี)
•ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 4 ปี
•ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2 ปี
•ระดับอาชีวศึกษา 1-3 ปี อุดมศึกษา 4-6 ปี กรมการเทคโนโลยี เกษตรและอาชีวศึกษา
เป็นหน่วยงานที่ดูแลจัดการศึกษาด้านเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิศวกรรมเครื่องกล การประมง คหกรรม
และการฝึกหัดครู ทางด้านช่างเทคนิค

7. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์: Republic of the Philippine

หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Department of Education – Philippines)

ระบบการศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์มีทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
โดยการศึกษาแบบที่เป็นทางการนั้นมีลำดับขั้นตอนของการเรียนอยู่สามระดับ
คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา
ระบบการศึกษาของฟิลิปปินส์ มีดังนี้
•ระบบการศึกษาปฐมวัย เป็นการเรียนชั้นอนุบาลเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษา
•ระดับประถมศึกษาใช้เวลาศึกษาภาคบังคับ 6 ปีที่โรงเรียนของรัฐบาลหรือ 7 ปี
ในโรงเรียนของเอกชน
•ระดับมัธยมศึกษาใช้เวลา 4 ปี
•การศึกษาระดับหลังมัธยมศึกษารวมไปถึงหลักสูตรอาชีวศึกษาแบบ 1-3 ปี ที่อาจไม่มีการมอบปริญญาก็ได้
•ระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็นระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก
ในหลากหลายสาขาวิชา
การจัดการศึกษาแบบไม่เป็นทางการ หรือนอกระบบโรงเรียน ได้แก่ หลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือ
นอกจากนี้ประเทศฟิลิปปินส์ใช้การเรียนการสอนแบบ
ทวิภาษาบางวิชาจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาอื่นๆ
จะสอนเป็นภาษาตากาล็อค

8. สาธารณรัฐสิงคโปร์: Republic of Singapore

หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education – Singapore)

รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก โดยถือว่าประชาชนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของประเทศ
รัฐบาลได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาจนเสมือนกับเป็นการศึกษาแบบให้เปล่า
โรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาล้วนเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล
สถานศึกษาของเอกชนในสิงคโปร์ มีเฉพาะในระดับอนุบาลและโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น
ระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ แบ่งได้ดังนี้
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นการจัดการศึกษาภาคบังคับใช้เวลา 10 ปี
แบ่งได้ดังนี้
• ระดับประถมศึกษา 6 ปี
• ระดับมัธยมศึกษา 4 ปี
• เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว ผู้ที่สนใจเรียนสายวิชาชีพเทคนิคหรืออาชีวศึกษา
ก็สามารถแยกไปเรียนตามสถาบันต่างๆได้ ส่วนผู้ที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยก็
จะเข้าศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา อีก 2 ปี
• ระดับอุดมศึกษา มีมหาวิทยาลัยหลัก3แห่ง ได้แก่ National University of Singapore(NUS),
Nanyang Technological University และ Singapore Management University

9. ราชอาณาจักรไทย: Kingdom of Thailand

หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education – Thailand)

ระบบการศึกษาไทยปัจจุบันตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) 2545 มีการจัดการศึกษา 3 รูปแบบ
คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
การศึกษาในระบบเป็นแบบ 6 : 3 : 3 โดยจัดการศึกษาเป็น 2 ระดับ คือ
1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่
1.1 การศึกษาก่อนระดับประถมศึกษา เป็นการจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่มีอายุ
3-6 ปี
1.2 การศึกษาระดับประถมศึกษา ใช้เวลาเรียน 6 ปี
1.3 การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้เวลาเรียน 3 ปี
1.4 การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้เวลาเรียน 3 ปี แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ประเภทสามัญศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
และประเภทอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ
ในการประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในระดับ อาชีพชั้นสูงต่อไป

2. การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็นสองระดับ คือ ระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา
10. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม: Socialist Republic of Vietnam
หน่วยงานจัดการศึกษา ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรม
(Ministry of Education and Training – Vietnam)

ระบบการศึกษาของเวียดนาม การศึกษาสามัญ 12 ปี มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ประชาชนได้มีจิตวิญญาณในความเป็นสังคมนิยม
มีเอกลักษณ์ประจำชาติ 
และมีความสามารถ ในด้านอาชีพ
ระบบการจัดการศึกษาของเวียดนาม มีดังนี้
1. การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา (Pre-School Education)
ประกอบด้วยการเลี้ยงดูเด็ก สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี
และอนุบาลสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี
2. การศึกษาสามัญ (5 : 4 : 3)
• ระดับประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับ 5 ปี ชั้น 1-5
• ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คือชั้น 6-9
• ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คือชั้น 10-12
3. การศึกษาด้านเทคนิคและอาชีพ มีเทียบเคียงทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
4. การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็นระดับอนุปริญญา (Associate degree) และระดับปริญญา
5. การศึกษาต่อเนื่องเป็นการศึกษาสำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสการศึกษาในระบบสายสามัญและสายอาชีพ
  (ประทุมทิพย์ ดวงดีทวีรัตน์.online)













เอกสารอ้างอิง                                         

ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์.(2555). “คุณลักษณะเด็กปฐมวัยก้าวไปสู่พลเมืองอาเซียน”.
จากเว็บไซท์ http://sunsmile-nakhonsawan.blogspot.com/2012/11/blog-post_5688.html. สืบค้นเมื่อ 10/11/2561

ปากกาปฐมวัย.(2555). “เตรียมเด็กปฐมวัย ก้าวไปสู่พลเมืองอาเซียน”.
จากเว็บไซด์ http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=812747.สืบค้นเมื่อ 02/11/2561

อนงค์นาถ ยิ้มช้าง . (2557). “การพัฒนาแนวทางการวัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย”.วิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์”
ปีที่ 9 ฉบับที่ 25 เดือน เมษายน หน้า 23 ถึง 34

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การศึกษาปฐมวัยเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

คำสำคัญ (Tags)#ปฐมวัยอาเซียน#อาเซียนกับปฐมวัย#ความหมายอาเซียน#การเรียนการสอนในประชาคมอาเซียน#ปฐมวัยกับประชาคมอาเซียน

หมายเลขบันทึก: 658580, เขียน: 06 Dec 2018 @ 19:58 (), แก้ไข: 06 Dec 2018 @ 20:01 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)