คำนิยม
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่างท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่เป็นทั้งแพทย์และผู้ที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการผลักดันงานการศึกษาของชาติ ได้ให้ความสนใจและเอาใจใส่กับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ดังจะพบได้จากข้อคิดความเห็นจากหลายข้อเขียน การบรรยายหลายเวทีที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ด้วยสายตาที่เห็นถึงสิ่งที่มีค่าและมีอยู่จริงในตัวเด็ก ซึ่งมิได้มีเพียงความน่ารักน่าเอ็นดู ความไม่เดียงสา และการเติบโตที่ประจักษ์ได้ด้วยตาเท่านั้น
และครั้งนี้กับหนังสือ “พลังแห่งวัยเยาว์” ที่ถูกแปลและเรียบเรียงขึ้นโดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช จากหนังสือ The Importance of Being Little : What Young Children Really Need from Grownups โดย Ericka Christaki ได้นำพาผู้ใหญ่เข้าไปรับรู้ถึงโลกภายในของเด็กตัวเล็กๆ โลกที่มักจะสร้างความอัศจรรย์ใจให้ผู้ใหญ่ตัวโตๆ อยู่เสมอ แล้วก็ยังมีความ “ไม่รู้” อีกหลายสิ่งในตัวเด็กที่ชวนให้สืบค้นกันต่อไป หนังสือเล่มนี้ทำให้ได้ รู้ลึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ที่เปี่ยมด้วยพลังของการเรียนรู้และการเติบโตที่อยู่ภายในของเด็ก พลังชีวิตของเด็กเป็นดุจศักยภาพของต้นอ่อนในเมล็ดพันธุ์ชั้นดีที่พร้อมจะงอกงาม และจะน่าเสียดายยิ่งหาก ความไม่รู้และความคาดหวังที่ผิดทาง ของผู้ใหญ่มาบั่นทอนพลังชีวิตของเด็ก แทนที่จะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุนศักยภาพที่มีในตัวเด็กได้เติบโตงอกงาม
ด้วยวิธีการแปลที่คัดสรรสาระสำคัญ เชื่อมโยงเข้ากับแนวทางการอบรมเลี้ยงดูและการจัดการศึกษาสำหรับเด็กเล็กของไทย ประกอบการวิพากษ์และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมของผู้แปลที่เปี่ยมด้วยมุมมองของผู้รู้ที่ผ่านโลกมานานด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่ออ่านแล้วจึงเกิดข้อคิดอันเป็นประโยชน์ และเกิดอรรถรสยิ่งกว่าการอ่านจากตัวหนังสือที่ผ่านการแปลเท่านั้น อีกทั้งการเลือกใช้ถ้อยคำในหนังสือเล่มนี้ จะมีลักษณะ “บอกตรงๆ ชัดเจน” ทำให้อ่านเข้าใจได้ง่าย ไม่ทำให้ ตัวหนังสือ เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อความคิดของผู้เขียนสู่ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการอ่านหนังสือแปล
การอ่าน“พลังแห่งวัยเยาว์”ไม่สามารถที่จะอ่านแบบรวดเดียวจบได้ เพราะแต่ละประโยค แต่ละย่อหน้า ทำให้ต้องสะดุดและหยุดคิดถึงสิ่งที่ทำ สิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่ส่งผลต่อเด็ก การหยิบยกประเด็นและมุมมองต่อเด็กมีความละเอียดลึกซึ้งชวนติดตาม บางเรื่องก็เป็นสิ่งที่กำลังพยายามทำให้ดีขึ้น แต่ก็อีกหลายเรื่องเหลือเกิน สิ่งที่ควรปฏิบัติต่อเด็ก กลับย้อนแย้งกับสิ่งที่พ่อแม่ครูอาจารย์ นักการศึกษากำลังกระทำต่อเด็ก สิ่งที่พยายามทำด้วยความหวังดี กลับกลายเป็นความยุ่งยากซับซ้อนทำให้ยิ่งห่างไกลจากผลลัพธ์ที่ต้องการ ในหนังสือเล่มนี้ได้ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจน เช่น ความพยายามสร้างมาตรฐานที่เต็มไปด้วยตัวชี้วัด หลักสูตรที่แข็งตัว การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยลดทอนพื้นที่ของการสร้างสัมพันธภาพซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การปกป้องเด็กมากเกินไป การออกแบบทดสอบ แบบฝึกที่ซับซ้อนเพื่อสร้างความเก่งให้เด็ก เหล่านี้ล้วนเป็นกับดักที่เราสร้างขึ้นมาด้วยความเข้าใจที่ผิดพลาด เรียกได้ว่า “อ่านไปก็เจ็บจี๊ดๆ ไป”
แน่นอนว่าหนังสือที่ได้รับการเลือกสรรมาแปลและเรียบเรียงจากผู้แปลท่านนี้ ก็รับประกันถึงคุณภาพของหนังสือ และเมื่ออ่านแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่คุณค่าของหนังสือและเจตนารมณ์ของท่านผู้แปลคงมิได้มีไว้เพื่อให้ผู้อ่านอ่านแล้วรู้สึกว่า “ดีจัง” ด้วยไม่ได้เกิดผลในการเปลี่ยนแปลงสู่ชีวิตที่ดีขึ้นของเด็ก หากแต่ว่าขณะอ่านได้คิดได้วิเคราะห์ตามไปด้วย รวมถึงได้ใคร่ครวญถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ ประเด็นในหนังสือจะกระตุ้นเร้าให้เกิดความคิด แรงใจ และสำนึกรับผิดชอบต่อเด็ก และหาหนทางที่จะสร้าง “โอกาส”ให้เด็กได้คงรักษาและเสริม “พลังแห่งวัยเยาว์”ตามแต่ภารกิจหน้าที่ของแต่ละคนที่มีต่อเด็ก ทำให้ตระหนักว่างานพัฒนาเด็กเป็นเรื่องของทุกคน เพราะทุกคนเป็นสิ่งแวดล้อมของเด็ก ย่อมมีอิทธิพลต่อเด็กทั้งสิ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ขอคารวะท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ทำให้มีหนังสือ “พลังแห่งวัยเยาว์” ให้คนไทยได้อ่าน ได้ทำความเข้าใจกับชีวิตในช่วงปฐมวัย เพราะการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างถูกทิศถูกทางย่อมเป็นการสร้างรากฐานของชีวิต ที่จะเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพให้กับประเทศ ถือเป็นความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน
ธิดา พิทักษ์สินสุข (ครูหวาน)
กรรมการบริหารสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี