จากรูปโลกกลม ๆ วงรี ๆ ที่กำลังหมุนไปตามกาลนี้มีสิ่งหนึ่งที่ต้องการกล่าวถึงคือแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่มีมนุษย์อาศัยอยู่หลายพันปีมาแล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าคนจีนมีมากที่สุดในโลกเพราะเราไปยังสถานที่ใดก็จะพบคนจีนที่นั่นและบ้านเมืองใดมีกลุ่มคนจีนอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนั้นมีความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้ากลุ่มคนจีนย้ายไปจากบ้านเมืองใด ณ ที่นั้นเหมือนหยุดความเจริญ ด้วยในตัวคนจีนมีคุณสมบัติหลายอย่างโดยเฉพาะความขยันทำการค้าขายจากที่มาตัวเปล่าแต่กลับกลายเป็นคนรวยเป็นเศรษฐีในที่สุดทั้งนี้เพราะอะไร.?
แม้แต่บุคคลสำคัญในประเทศไทยก็ล้วนมีเชื้อสายมาจากคนจีนทั้งนั้น พร้อมกับการดำรงอัตลักษณ์ธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ของบรรพชนให้ดำรงอยู่ในสังคมชาวจีนดังที่เห็นการไหว้เจ้า วันตรุษจีน งานกงเต๊ก งานไหว้บรรพบุรุษ งานเชงเม้ง เป็นต้น
ในสายปรัชญาจีนที่มีอิทธิพลมากต่อคนจีนเป็นดุจดังสายน้ำแห่งความคิดสองสายมาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวนั่นคือ ปรัชญาเต๋าและปรัชญาขงจื้อ อันเปรียบเหมือนตัวนกคือประเทศจีนโดยมีสองปีกข้างหนึ่งคือปรัชญาเต๋าอีกข้างหนึ่งคือปรัชญาขงจื้อที่นำพาคนจีนโบยบินไปอย่างเสรีราวกับพญามังกรเหิรฟ้าฉะนั้น
ปรัชญาเต๋าคือมรรค เป็นเส้นทางที่เดินไปอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ เป็นการนำพาชีวิตราวกับให้หนีสังคมโลก มีคำสอนที่กระตุกต่อมคิด ด้วยบัณฑิตย่อมเป็นทุกข์เพราะไร้คุณธรรมและวิชาในตัว มีหลักคำสอนอยู่ในคัมภีร์เต๋าเต๋อจิง มีคำสอน 3 หลักใหญ่ ๆ คือ
1.สาระ ( Essence ) หมายถึงสิ่งยิ่งใหญ่คือเต๋า ด้วยทุกสิ่งมาจากเต๋าและกลับคืนสู่เต๋า
2.พลังชีวิต ( Vital Force ) หมายถึงพลังชีวิตคู่ที่ทุกสิ่งล้วนมีนั่นคือ หยางเป็นพลังบวกและหยินเป็นพลังลบ
3.วิญญาณ ( Spirit ) หมายถึงผู้ฝึกตนจนกลายเป็นเซียน เหมือนพระอรหันต์ในพุทธศาสนา
ปรัชญาขงจื้อ คือ ตัวตนของคนจีน พวกเขายึดถือคำสอนขงจื้อเพื่อนำพาชีวิตรอดในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ หลักคำสอนเป็นรัตนตรัยของปรัชญาขงจื้อมี 3 ประการคือ
1.ต้าสุย หมายถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต คนจีนเป็นคนรักที่จะเรียนรู้ตลอดเวลาด้วยความขยันและมุ่งมั่น
2.จุงยุง หมายถึง ทางสายกลาง เป็นทางที่ยืดหยุ่นได้ หยวน ๆ ได้
3.หลุนยู หมายถึง คติประจำใจไว้สอนตน ก่อให้เกิดความกตัญญู ซื่อสัตย์ ขยัน ประหยัดและอดทน แง่คิดคือการเดินทาง 3 คน คนหนึ่งจะเป็นครูของเราเสมอ
นี้คือสิ่งที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของชาวจีนทั่วโลกให้ก้าวไปสู่โลกในอนาคตได้อย่างสง่างามเพราะมีปรัชญาเต๋าและปรัชญาขงจื้อเป็นเครื่องยึดถือนั้นแล.
..........................................................