พี่ชายซื้อบัตรเข้างาน “พาแลงสุขี วิถีริมโขง ปี ๒๕๖๑” จัดโดยจังหวัดนครพนม ททท. ภาคส่วนธุรกิจ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ชนเผ่า

คนไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดนครพนม เป็นต้น

เป้าหมายการเดินทางเข้าที่พักบ่ายแก่ ๆ ของวันออกพรรษาปีนี้ ตรงกับวันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑

อาบน้ำ เตรียมตัวไปงานก่อนหกโมงเย็น เพราะรถติดแน่นอน

^_,^

สมาชิก ๕ คน เช้าออกจากบ้านไม้ชายทุ่งสบาย ๆ ไปทางอำเภอหนองหาน

เข้าเขตสกลนครทางอำเภอสว่างแดนดิน ถึงพังโคน แวะทานอาหารเช้า หิวข้าว … ทานอาหารตามสั่ง ฝั่งขวามือตรงข้ามร้านไก่ย่างพังโคนที่มีชื่อว่าอร่อย แต่เช้าเกินจะทานส้มตำด้วย ข้ามไปก่อน

ผ่านอำเภอพรรณานิคม เข้าเขตอำเภออากาศอำนวย กะว่าจะไปดูผ้าย้อมครามมีชื่อเสียงที่บ้านถ้ำเต่า

เป็นเรื่องบังเอิญประจวบเหมาะที่ดีมาก … ทำบุญมาดี อิ อิ

ทุกตำบลได้รับเชิญให้นำสินค้าผลิตเอง สินค้าเกษตรปลูกเอง เลี้ยงเอง  พืชผักพื้นบ้าน  เกษตรส่งเสริม  งานฝีมือหัตถกรรมต่าง ๆ   นำมาวางขายถึงมือผู้ซื้อโดยตรง

ตามโครงการตลาดประชารัฐ จัดที่หน้าที่ว่าการอำเภออากาศอำนวย  ทุกวันพูธ  ซึ่งวันนี้พิเศษ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดมาทำพธีเปิดงานด้วย

สาว ๆ คณะเราเพลิดเพลินเจริญใจมาก  เกินวัตถุประสงค์กันทุกคน  ผ้าฝ้ายย้อมคราม  ผ้าถุง  ผ้าตัดชุด  ผ้าคลุมไหล่  ผ้าพันคอ  และตัดเย็บเป็น  สายคาดเอว  สร้อยคอ  ต่างหู ฯ  มีลายและแบบให้เลือกมากมาย   

ผ้าคลุมไหล่ราคาน้อยกว่าเคยซื้อที่อุดรธานี ... ไม่รวมค่าขับรถมาเองนะคะ

แถมกล้าต้นมะละกอ  กล้ามะเขือไปปลูกที่บ้านเราด้วย

ดินแดนอีสานแถบสกลนคร  นครพนมมีชนเผ่าที่สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาได้จนถึงปัจจุบัน

วิธีการย้อมผ้าจากใบครามที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  ทวด ยาย ย่า  แม่  จนถึงรุ่นปัจจุบัน ... เช่นกัน


ต้นครามเป็นพืชตระกูลถั่ว  ไม่ชอบน้ำ  เหมาะกับอีสานนี่ละ  ปลูกได้ปีละครั้ง  ต้องหว่านก่อนทำนา  ทำนาเสร็จถึงฤดูเตรียมฝ้ายทำผ้าฝ้าย  

เก็บใบครามตั้งแต่เช้ามืดแช่น้ำ  ผสมน้ำปูนเป็นน้ำด่าง  พักค้างคืน  และผ่านกรรมวิธีย้อมเย็น  ไม่ใช้สารเคมี ... ไม่ได้ง่าย ๆ สั้นกระชับแบบตัวหนังสือหรอกนะคะ

กว่าจะสืบทอดวิธีการมัดหมี่ให้เป็นลายต่าง ๆ   การย้อมทีละหม้อ ๆ อย่างพิถีพิถัน  เพิ่มเปลือกไม้  ให้ได้สีที่ต่างไป  

วิธีการขึ้นหูก  เส้นด้ายที่เป็นเครือย้อมสีน้ำเงินเข้ม  สีฟ้า  หรือเครือขาว  จะทอให้ออกมาเป็นลวดลายตามที่ตั้งใจมัดหมี่  ลายไม่เพี้ยน ... สวยงามต่างกันไป

คนซื้อ  คนชื่นชม ... เลือกไม่ถูกเลย  แทบหมดกระเป๋าทีเดียว  

^_,^

นอกจากเสื้อผ้าสีพื้น ๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน  ทำนาทำไร่  สวมใส่อยู่แต่ในเรือนแล้ว

วิธีการย้อม  ทำลวดลาย  วิธีการทอ  แต่ละขั้นตอนให้เกิดผืนผ้าที่มีความสวยงามเพิ่มขึ้น  เช่น นำไปสวมใส่เมื่อไปวัด  ไปร่วมพิธีกรรมสำคัญ  งานมงคลต่าง ๆ  คนอีสานเรียก ... ชุดเอาบุญ

ดินแดนสกลนคร-นครพนม  มีเกจิพระสงฆ์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมากมาย  ส่วนใหญ่สายพระธรรมยุต (ธรรมยุตินิกาย)  เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนอีสานปฏิบติตนในครรลองความดีงาม

คณะเราแวะกราบองค์พระจำลอง  หลวงปู่ผ่าน  ปัญญาปทีโป  วัดป่าปัญญาปทีโป  ต.เซือม  อ.อากาศอำนวย  จ.สกลนคร

^_,^

จากนั้น ก่อนถึงตัวอำเภอศรีสงคราม  จ.นครพนม  ด้านซ้ายมือของถนนสายหลักอากาศอำนวย-ศรีสงคราม  กราบหลวงปู่ตื้อ  อจลธัมโป  

วัดป่าอรัญวิเวก  ต.บ้านข่า  อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

^_,^

เข้าเขตอำเภอท่าอุเทน  จ.นครพนม  แนะนำร้านอาหารปากน้ำไชยบุรี  ชมแม่น้ำสองสี  คุณลุงเจ้าของร้านอธิบาย  จริง ๆ สามสีนะ

น้ำใส  น้ำสีผสม  แล้วค่อยสีปูนของแม่น้ำโขง ... มาที่นี่  สั่งลาบปลา  ผักพื้นบ้านสด ๆ  ต้มปลา  ผัดฉ่าปลา  ส้มตำ  ไข่เจียวปลาส้ม  แถมหมกปลาซิวแก้วมาจากอากาศอำนวย ... จ้ำด้วยข้าวเหนียว ....  โอย  อิ่มคัก

กลับเข้าเขตตัวอำเภอท่าอุเทน  นครพนม  สักการะพระธาตุท่าอุเทน

^_,^

เข้าพักที่โรงแรมสยามแกรนด์  อำเภอเมืองนครพนม  ใครตั้งใจจะมาช่วงออกพรรษาที่นครพนม  ควรจองที่พักก่อนล่วงหน้าเนิ่น ๆ นะคะ  ใกล้แม่น้ำโขงเต็มทุกแห่งค่ะ  

มีรุ่นน้องของพี่ชายมารับ  แวะส่งเข้างาน  จอดรถยนต์แล้วน้องค่อยซ้อนมอเตอร์ไซด์ตามมาสมทบในงานพาแลงสุขี  วิถีริมโขง ปี ๒๖๖๑

เคยมาสมัยวัยรุ่น  นั่งชิลที่ร้านอาหารติดโขง  ชมเรือไฟที่ไหลไปเรื่อย ๆ ตามจังหวะการปล่อยเป็นระยะ

คราวนี้นั่งโต๊ะเรียบร้อยตามลำดับบัตรเข้างาน  มีน้ำพริก ๘ ชนเผ่าและผักสดจัดวางน่ารักต้อนรับ  หมกเจาะปลากราย  ข้าวสวย  ข้าวเหนียวห่อในใบตองยังร้อน  หนึ่งทุ่มอาหารทยอยเสิร์ฟเพิ่มจนครบ ... เรือทยอยไหลมาตามน้ำโขง  บางลำจุดพลุประกอบด้วย  เพราะกรรมการตัดสินอยู่ด้านหน้าเวที  ใกล้ ๆ ที่รัฐมนตรี  ผู้ว่าราชการ  แขกผู้เกียรติร่วมเปิดงาน

แต่พอเรือลำแรกออกมา  ผู้คนก็สลับกันไปอยู่ริมโขง  ผลัดกันถ่ายภาพสนุกสนาน  เซลฟี่บ้าง  วานให้เพื่อนนักท่องเที่ยวเป็นช่างภาพบ้าง

ไฟที่ใช้จุดให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามการออกแบบของแต่ละอำเภอนั้น  ใช้น้ำมันก๊าดในขวดเป็นเชื้อเพลิง  ที่ทำกันมาแต่โบราณ  

ขอบพระคุณกรมศิลปากรสำหรับที่มาของประเพณีไหลเรือไฟนะคะ http://www.finearts.go.th/nakh...

ประเพณีการไหลเรือไฟบางที่เรียกว่า " ล่องเรือไฟ " " ลอยเรือไฟ " หรือ"ปล่อย เรือไฟ" ซึ่งเป็นลักษณะที่เรือไฟเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ เรือไฟหรือเฮือไฟ หมายถึง เรือที่ทำด้วยท่อนกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุที่ลอยน้ำ มีโครงสร้างเป็นรูปต่างๆ ตามต้องการ เมื่อจุดไฟใส่โครงสร้าง เปลวไฟจะลุกเป็นรูปร่างตามโครงสร้างนั้น งานประเพณีไหลเรือไฟ นิยมปฏิบัติกันในเทศกาล ออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

ในด้านความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอย พระพุทธบาท ที่ประทับไว้ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในแคว้นทักษิณาบท ประเทศอินเดียนั้นเชื่อว่า ในครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าไปแสดงธรรมในพิภพของนาค เมื่อเสด็จกลับพญานาคได้ทูลขอให้พระองค์ ประทับรอยพระบาทไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที พระองค์จึงได้ประทับรอยพระบาทไว้ตามความประสงค์ของพญานาค รอยพระบาทที่ทรงประทับไว้นี้เป็นที่เคารพ ของเทวดามนุษย์ตลอดจนถึงสัตว์ทั้งหลาย ผู้ซึ่งต้องการบุญกุศล เหตุนี้การไหลเรือไฟ จึงถือว่าเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทซึ่งมีคำบูชาว่า  " อะ  หัง อินิมา ปะทีเปนะ นัมมากายะ นะทิยา ปุเลนิ ปาทะวะอัญชัง อภิปูเชมิ อะยัง ปะทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะอัญชัง ปูชา มัยหัง ทีฆรัตตัง หิ ตายะ สุขายะ สังวัตคุะตุ "

แปลว่า ข้าพเจ้าขอน้อมบูชารอยพระบาทของพระมุนีเจ้า อันประดิษฐานอยู่ ณ หาดทรายแห่ง แม่น้ำนัมมทานทีโพ้นด้วยประทีปนี้ ขอให้การบูชารอยพระบาทสมเด็จพระมุนีเจ้าด้วยประทีป ในครั้งนี้จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้า ทั้งหลายตลอดกาลนานเทอญ

^_,^

ได้มาไหว้พระที่นครพนม  ร่วมงานประเพณีไหลเรือไฟ  เพื่อบูชาพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  ตามความเชื่อที่พญานาคได้บูชารอยพระพุทธบาท  ที่พระพุทธเจ้าประทับรอยไว้ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในแคว้นทักษิณาบท ประเทศอินเดีย  หลังจากพระองค์ไปแสดงธรรมตามการอาราธนาของพญานาค  ในพิภพของนาค  

เราจะใช้คุณงามความดีบุญกุศลเป็นแนวนำทางดำเนินชีวิตอย่างสุขสงบต่อไปนานเท่านาน

คุณพระคุ้มครอง  สุขสวัสดีมีชัยนะคะทุกท่าน

^_,^