บันทึก ครูละเมียด นี้เขียนเพื่อแนะนำหนังสือ The Slow Professor : Challenging the Culture of Speed in the Academy  (2016)  เขียนโดย Maggie Berg ศาสตราจารย์สาขาภาษาอังกฤษ Queen’s University, Canada  และ    Barbara K. Seeber ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ  Brock University, Canada   ทั้งสองท่านเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องว่าเอาใจใส่สอนศิษย์  และได้รับรางวัลด้านการสอน

หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนกระแสต้านความเร่งรีบในสังคมปัจจุบัน    ที่เรียกว่า slow movement    ตามกระแส slow life, slow food    เป็นข้อคิดเห็นของอาจารย์ในสาขามนุษยศาสตร์    และเป็นอาจารย์ระดับผู้ใหญ่    อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จะเห็นว่าในประเทศตะวันตก มีหนังสือและบทความว่าด้วยชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัยมากมาย    ที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้นำมาอ้างอิง    ทำให้เกิดการต่อยอดความรู้ความเข้าใจชีวิตการเป็นอาจารย์ในยุคปัจจุบัน    ที่มหาวิทยาลัยถูกทำให้เป็นสถานประกอบการ (corporate)    และอาจารย์ถูกกำหนดให้ต้องทำงานที่ไม่จำเป็นมากมาย ในนามของการเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ที่ผู้เขียนทั้งสองท่านต่อต้าน   

ผู้เขียนทั้งสองท่านมองกระแส “การถูกทำให้เป็นสถานประกอบการ” (corporatization) ของมหาวิทยาลัย    เป็นการลิดรอนวิญญาณวิชาการของคนมหาวิทยาลัย    ที่ต้องการบรรยากาศวิชาการ  ไม่ใช่บรรยากาศสถานประกอบการ

บรรยากาศที่ขัดขวางการทำงานวิชาการที่มีคุณภาพ ความสร้างสรรค์ คือสภาพงานล้นมือ  สภาพของความเร่งรีบ    ที่ต้องสนองมาตรการด้านการบริหารจัดการ    ที่เวลานี้มหาวิทยาลัยมีสภาพ “จำนวนผู้บริหารมากล้น”  สร้างเงื่อนไขภารกิจต่างๆ ที่อาจารย์ต้องทำเพิ่มขึ้นมากมาย จนชีวิตอาจารย์เป็นชีวิตที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา     ไม่มีเวลาพักผ่อน  ไม่มีเวลาคิด

 อ่านช่วงแรกๆ จะรู้สึกว่า ผู้เขียนมองโลกวิชาการในปัจจุบันในแง่ร้ายมากไปหน่อย    แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่าผู้เขียนมีมุมมองที่มีดุลยภาพดีมาก    และมีคำแนะนำในเชิงบวกต่อคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ดีมาก    และหากอ่านระหว่างบรรทัดให้ดีๆ จะพบว่า คำว่า “slow” เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารขบวนการทวนกระแสเร่งรีบ    แต่ความหมายที่แท้จริงในหนังสือเล่มนี้คือ    ชีวิตและผลงานอาจารย์มหาวิทยาลัยต้องเน้นที่คุณภาพ และการสร้างสรรค์ทางวิชาการที่แท้จริง    ไม่ใช่แค่ทำงานตามตัวชี้วัด หรือตาม job description ที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร    คืออาจารย์ต้องรู้วิธีใช้ชีวิตที่มีคุณค่ากว่าการบรรลุ job description และ KPI    ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง     จึงแนะนำหนังสือเล่มนี้ต่อวงการศึกษาไทย

เมื่ออ่านสาระในบทต่างๆ จะพบวิธีทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เน้นวิญญาณนักวิชาการ และวิญญาณครูอย่างแท้จริง    

วิจารณ์ พานิช        

๒๑ ส.ค. ๖๑