Reflection

Home visit ครั้งที่ 1

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรมนั้น

  • รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำกิจกรรมนี้ เพราะได้ทำในสิ่งที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำ ปกติเรามักจะนั่งเรียนทฤษฎีในห้องเรียน ไม่ค่อยได้มีโอกาสออกไปจับcaseจริงเท่าไหร่นัก จึงรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นอกจากนี้ยังรู้สึกดีใจที่ด้ออกไปทำกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือคนไข้ แต่ก็มีความเครียดและกังวลเกิดขึ้นเนื่องจากความไม่พร้อมของความรู้บางส่วน ต้องหาวิธีการและเตรียมความพร้อมสำหรับคนไข้

2.ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรมนั้น

  • ได้เรียนรู้หลายสิ่งจากกิจกรรมในครั้งนี้ การตรวจร่างกายคนไข้Spinal cord เนื่องจากพึ่งเคยเจอคนไข้Spinal cord injuryเป็นครั้งแรก การเตรียมการรักษา เรื่องของสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชน สิทธิ์ในการได้รับอุปกรณ์เสริมของคนไข้ในที่นี่นี้คือสิทธิ์การได้รับWheelchair ได้รับประสบกาณ์จากคนไข้ต่อโรคของตนเอง ความคิด ทัศนคติ รวมถึงการใช้ชีวิตของเขาหลังจากการเป็นโรคได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองกับกลุ่มของเพื่อน และได่ร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาของคนไข้

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากได้ทำกิจกรรมนั้น

  • พัฒนาความรู้ของตนเองให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการประเมินคนไข้มากกว่านี้ ฝึกปฏิบัติไม่ใช่อ่านแต่ทฤษฎี การประเมิน ประเมินให้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงบริบทสิ่งแวดที่ส่งผลต่อตัวคนไข้ พัฒนาเรื่องความมั่นใจ บุคลิกภาพเมื่ออยู่ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากคนไข้มากขึ้น

Home visit ครั้งที่2

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรมนั้น

  • ครั้งที่2ที่ได้ไปรู้สึกตื่นเต้นน้อยลง มีความกล้าในการเข้าหาคนไข้มากขึ้น รู้สึกดีใจและภูมิใจที่เห็นเขาสามารถทำกิจกรรมที่เราเตรียมไปให้ได้ ถึงแม้จะมีตะกุกตะกักไปบ้างแต่ก็สามรถผ่านมาได้ รู้สึกว่าถ้าเราเตรียมตัวให้มากกว่านี้อาจจะสามารถช่วยอะไรคนไข้ได้เพิ่มมากขึ้นอีก ได้รับข้อคิดว่าหากจะทำสิ่งใดควรแบ่งเวลาทำให้ดี

2.ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรมนั้น-ครั้งนี้ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ในการให้การรักษาคนไข้ ทั้งเรื่องของการTransferคนไข้ การฝึกใช้WheelchairและการGraded exposure

  • เรียนรู้การแบ่งหน้าที่ในการทำงาน แต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด การapproachคนไข้สังเกตอาการของคนไข้ เพราะอาการเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นอาจบ่งบอกถึงบางสิ่ง เช่น คนไข้ไม่รับประทานอาการเช้า ส่งผลให้คนไข้ไม่ค่อยมีแรงในการทำกิจกรรมการฝึก หรือการที่เขาพูดประโยคหนึ่งมา อาจแสดงได้ถึงอาการของความกังวลที่เขาเป็นอยู่ รวมถึงลักษณะของครอบครัวที่ส่งผลต่อคนไข้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเพื่อในห้องเรียนและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมและการแก้ไข้ปัญหาหลายแนวทาง

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากทำกิจกรรมนั้น

  • พัฒนาท่าทาง บุคลิกภาพในการทำกิจกรรม การมองคนไข้ให้เป็นองค์รวม การะประยุกต์ใช้สิ่งของ เครื่องมือช่วยเหลือนไข้
  • พัฒนาทักษาประสบการณ์ทางคลินิกและความรู้ การดึงนำความรู้มาใช้ให้ถูกจุด

School visit

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรมนั้น

  • รู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานในการจัดกิจกรรมให้เด็กในโรงเรียน รู้สึกว่าเป็นความท้าทายในการจัดการกับการทำกลุ่มเด็กจำนวนหลายคน รู้สึกดีใจที่สามารถสร้างความเชื่อใจ สร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กที่ตอนแรกไม่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมให้มาทำกิจกรรมการประเมินและกิจกรรมกลุ่มได้ รู้สึกประทับใจในการจัดการเด็กของคุณครูที่โรงเรียน โดยใช้เหตุผลในการพูดคุยกับเด็กคนนั้น

2.ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรมนั้น

ได้เรียนรู้การสังเกต การประเมินเด็กเพิ่มมากขึ้น การวิเคราะห์ตัวเด็กแต่ละคน ว่าเกิดจากปัจจัยหลายส่วนมาประกอบกันเป็นเด็กคนนึง เช่น การเลี้ยงดู พื้นฐานทางอารมณ์ ลักษณะที่เราเข้าหาเด็ก

  • ได้เรียนรู้การประเมินพัฒนาการเด็ก การจัดการพื้นที่การประเมินของตนเอง ให้เป็นไปอย่างลื่นไหลและดูคล่องแคล่ว
  • เรียนรู้การให้ความสำคัญกับบริบทสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน คือ คุณครู เพระคุณครูจะเป็นผู้รู้สภาวะปกติของเด็กคนนั้นเวลาอยู่ในห้องเรียน และคุณครูเป็นผู้ที่ต้องอยู่กับเด็กมากที่สุด การให้คำแนะนำกับคุณครูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากทำกิจกรรมนั้น

  • พัฒนาด้านประสบการณ์ทางคลินิก การเข้าหาเด็กหลายๆรูปแบบ
  • พัฒนาด้านการGradedกิจกรรมให้ง่ายหรือยากขึ้น และการคิดกิจกรรมอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะได้มากขึ้น
  • ทบทวนเรื่องของการประเมินการรักษาเด็กให้มีพื้นฐานความรู้ที่มากขึ้น

มหกรรมสุขภาพ

1.รู้สึกอย่างไรในการทำกิจกรรมนั้น

  • รู้สึกสนุกสนานและตื่นเต้น เพราะได้ทำกิจกรรมฐานTime up and goเพื่อคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงในการล้ม ซึ่งเป็นลักษณะการประเมินที่ไม่เคยใช้กับผู้ป่วยจริงมาก่อน นอกจากนี้ยังได้พบเจอกับผู้เข้าร่วมหลากหลายคนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนการให้คำแนะนำความรู้กับผู้เข้าร่วมมากมาย และประทับใจที่งานจบลงได้ด้วยดีเพราะการช่วยกันในชั้นปี

2.ได้เรียนรู้อะไรจากการทำกิจกรรมนั้น

เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น เช่น ผู้เข้าร่วมงานมหกรรมสุขภาพมีจำนวนมากทำให้ฐานการประเมินมีไม่เพียงพอ จึงแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มฐานการประเมิน

  • ได้เรียนรู้การวางแผนการทำโครงการตั้งแต่เริ่มต้น การวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน การสื่อสารประสานงานกับสหวิชาชีพในชุมชน

3.จะพัฒนาตนเองอย่างไรหลังจากทำกิจกรรมนั้น

พัฒนาทักษะการสื่อสารกับบุคคลอื่น ให้กระชับ เข้าใจได้ง่ายและชัดเจนพัฒนาความรู้ของตนเองให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำกับคนไข้ได้อย่างตรงจุดและถูกต้อง

  • พัฒนาการจัดการกับเวลาของตนเองอย่างมีระบบเพื่อที่จะได้แบ่งเวลาการทำงานได้อย่างเต็มที่

สโรชา ปีตวิบลเสถียร 5823031 เลขที่ 28