คุมกำเนิดแบบกากๆ

บางครั้งผมก็รู้สึกเกรงใจเหลือเกิน ที่จะปฏิเสธการรับฝากพิเศษเพื่อทำคลอดให้กับคนไข้สักคนหนึ่งที่อุตส่าห์มาหาผม

แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อมันไม่ใช่ชีวิตที่เป็นสุข หรือที่ปรารถนา มันก็ไม่จำเป็นต้องรับฝากพิเศษก็ได้นี่นา

อย่างเช่นวันนี้ ที่มีคนไข้ฝากครรภ์มาจากคลินิกหนึ่ง และมาทราบเงื่อนไขการทำคลอดของหมอที่รับฝากพิเศษมาตั้งแต่ต้น ว่าจะต้องผ่าท้องคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น เขาจึงมาหาผม และผมก็ได้ปฏิเสธเธอไปพร้อมคำขอโทษอย่างจริงใจ

บ้าเอ๊ย..แล้วเปิดคลินิกทำแมวอะไรวะ

เอาเหอะ ผมก็มีความสุขตามอัตภาพกับคนไข้ที่เหลืออยู่ของผมนั่นแหละ

........................

“หมอคะ หนูไม่พร้อมตั้งครรภ์ค่ะ” รายนี้มาแบบตรงๆ ซื่อๆ

“หมอไม่ได้ให้บริการทำแท้งว่ะ โรงพยาบาลหมอไม่โอเคด้วย” ผมตอบออกไปด้วยใจปกติ ไร้การตัดสิน ไร้การก่นด่า และไร้ความรู้สึกอะไรด้วยทั้งนั้น เพราะผมไม่ได้ทำเธอท้อง เอ๊ย...บ้าเหรอ 

“เธอมีลูกกี่คนแล้วล่ะ” ผมถามออกไป

“คนเดียวค่ะ อายุ ๔ ปี ท้องล่าสุดเพิ่งเป็นท้องนอกมดลูกมา ผ่าตัดไปเมื่อ ๔ เดือนที่แล้วเอง” เธอตอบ

“เอ๊า..แล้วไม่ได้คุมหรอกเหรอ” แหม..อันที่จริงคำถามแบบนี้ผมมักจะสอนลูกศิษย์เสมอ ว่าอย่าถามออกมา เพราะมันจะกลายเป็นการโยนความรับผิดชอบแบบปลอมๆไปให้คนไข้ข้างหน้าในทันที แต่เอาเหอะ..จากประสบการณ์การคุยกับคนไข้ของผมมานานหลายปี ทำให้ผมหยอดคำถามนี้ออกไปเพื่อลองใจอะไรบางอย่าง

“คุมค่ะ หนูกินยาคุมมาตลอด กินมาตั้งแต่สาวๆ” เธอยืนยัน

“เหรอ อย่าบอกนะว่า ท้องนี้ท้องมาก็อยู่ระหว่างกินยาคุมเหมือนกัน” 

“ค่ะ” 

นั่นไง คำตอบง่ายๆ แต่ผมนึกอยู่แล้ว ว่ามันต้องไม่ธรรมดา

“เธอคุมยังไงเหรอ” ผมเริ่มก่อน และกำลังเดาล่วงหน้า หากเธอตอบว่า “หลั่งนอก” ผมจะซัดให้แบบหนึ่ง หรือหากเธอตอบว่า “หน้า ๗ หลัง ๗” ก็จะซัดอีกอย่างหนึ่ง

“กินยาคุมค่ะ” เอ๊า ผิดคาด

“ยาแบบไหน กินทุกวัน หรือกินยาคุมฉุกเฉิน” ผมเริ่มลุ้น

“กินแบบทุกวันค่ะ ยี่ห้อ...” เธอยังคงเล่ามาได้เรื่อยๆ

“หนูก็แปลกใจตัวเองมากนะคะหมอ ทำไมหนูท้องง่ายนัก ทั้งๆที่กินยาคุมมาตลอด กินมาตั้งแต่สาวๆ ยังท้องเอาท้องเอา” ห๊ะ...ท้องเอา ท้องเอา ประโยคนี้ ผมถึงกับอุทานในใจ แต่แสดงออกทางสายตาอย่างรุงแรง

น่าแปลก 

โดยปกติ การกินยาคุมกำเนิดตามปกติที่เค้ากินกันทุกวันนั้น มันมีประสิทธิภาพดีมากพอสมควร มันไม่น่าจะท้องกันง่ายๆนัก โดยถัวๆแล้ว หากจะตั้งท้องขึ้นมาเพราะกินๆลืมๆ ก็อยู่ราวๆ ๗-๙% ต่อปี ซึ่งไม่น่าจะมีคำตอบว่า “ท้องเอา ท้องเอา”

หลุดมาให้ได้ยินแบบนี้

“เอาใหม่ หมออยากรู้ ว่าเธอลืมกินบ่อยไหม” ผมซักเพิ่มเติม

“ไม่ลืมค่ะหมอ หนูแทบไม่เคยลืมกินเลยสักครั้ง น้อยมากนะคะที่จะลืม” เจ้าตัว คนที่ท้องเอา ท้องเอา ยังยืนยันตามนั้น

“แล้วเธอมีโรคประจำตัว ต้องกินยาอะไรเป็นประจำบ้าง” ที่ต้องถาม ก็เพราะยาบางอย่าง มันลดประสิทธิภาพยาคุมกำเนิดได้ยังไงล่ะ

“ไม่มีค่ะ” เธอตอบ

“เอิ่ม..ที่ว่าท้องเอา ท้องเอาน่ะ มันเป็นยังไง” ลุ้นจนเยี่ยวแทบเล็ด (ผู้ชายเยี่ยวเล็ดได้ แสดงว่าเจี๊ยวสั้น)

“หนูต้องทำแท้งมา ๔ ครั้งแล้วนะหมอ รวมมีลูกหนึ่ง ท้องนอกมดลูกอีกหนึ่ง รวมๆแล้ว หนูท้องมา ๖ ครั้งแล้ว หนูไม่ไหวแล้วนะหมอ” เธอคงจะเก่งเลข

“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งโวย เธอมีลูกจริงๆแค่คนเดียวนะ ไม่ใช่ ๖” ผมแย้ง

“แต่หนูไม่มีปัญญาเลี้ยง” เจ้าตัวเสียงอ่อนลง

“เล่าให้ฟ้งหน่อย เธอกินยาคุมยังไง” ผมชักสนุกที่ได้คุยกับเธอคนนี้

“หนูก็เริ่มกินยาเม็ดแรกหลังมีเพศสัมพันธ์กันในครั้งแรกหลังมีหมด mens”

“แล้วเธอมี mens ครั้งละกี่วัน” 

“ประมาณ ๑๐ วันค่ะหมอ แล้วพอมันหมด หนูก็มี sex กัน แล้วหนูจีงเริ่มกินยา”

“อีบร้าาาา” ผมอุทานดังไปหน่อย ทำเอาสาวคนตรงหน้าเกิดอาการตกใจเล็กน้อย

“โดยปกติเค้าจะกินกันภายใน ๕ วันแรกเมื่อเริ่มมี mens แต่เธอเล่นกินเอาเกือบจะกลางรอบเดือน แล้วมันจะไปคุมกำเนิดให้เธอได้ยังไงวะ” ผมดุเบาๆ แต่กลั้วด้วยเสียงหัวเราะตามสไตล์ มันทำให้ลดความเครียดระหว่างกันได้ลงบ้าง

นี่ไงครับ ความสุขตามอัตภาพกับคนไข้ที่เหลืออยู่

......................

ค่ำคืนนี้ ไอ้ลูกสาวคนโตของผมมันเกิดอยากจะนอนในห้องพ่อกับแม่

“สอบเสร็จแล้ว แป้งอยากนอนดูทีวีให้ดึกที่สุด” เธอบอก

“แต่ลูกครับ เมื่อคืนลูกก็นอนที่ห้องพ่อแล้วนี่นา” ผมแย้งออกมา

มันน่าแปลก นับจากที่ลูกสาวคนโตเดินออกจากห้องไปนอนที่ห้องตัวเองตั้งแต่ ม.๑ นั้น เธอแทบจะไม่อยากเข้ามายุ่งกับเราทั้งคู่อีกเลย

“แป้งรู้สึกเครียดๆ บอกไม่ถูก” แน่นอนครับ เมื่อลูกบอกมาแบบนี้ก็แทบจะลงไปนอนกอดมันเลยด้วยซ้ำ แต่มันผิดวิสัย ปกติ ไอ้นี่มันแทบจะไม่ได้ใส่ใจในความเครียดจากการสอบเลยสักครั้ง

“แต่ลูก..เอิ่ม..ลูกมานอนที่ห้องพ่อแบบนี้ แล้วพ่อกับแม่จะโซเดมาคอมกันได้ยังไงล่ะ” ผมทำตาเจ้าเล่ห์ใส่

มันเพียงแต่เหลือบตามองบน แบะปากให้ทีหนึ่งเป็นคำตอบ แล้วล้มตัวลงนอนอย่างไม่ใส่ใจสายตาพ่อเลยสักนิด

แต่เชื่อไหม ผมนี่โคตรจะดีใจเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ธนพันธ์ ชูบุญอดอดอดต่อไป

๒๗ กย ๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (0)