common errors

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้อง อ้างอิง มาตรฐานตามพจนานกรม

Dictionary.com

ให้การออกเสียง เน้นที่เดียวกันคือ “dem

ว่า  “en-dem-ik” และ “ep-i-dem-ik”

Errors in English Usage Dictionary: by Paul Brians

ให้ข้อสังเกตว่า

คำ ‘endemic” อยู่ในภาวะเสี่ยง ที่จะสูญเสีย

ความหมายหลักของคำ จากความสับสน ที่มีกับคำ “epidemic”

ที่ให้ความหมายว่า

”สภาพ ‘endemic’” เป็นลักษณะอย่างหนึ่ง

     โดยเฉพาะของ “ภูมิภาค/หมู่คน หรือ สิ่งแวดล้อม” หนึ่ง เช่น

     “sore thumbs are endemic among teen text-messagers.”

เป็นสภาพหนึ่ง “ที่ไม่จำเป็นต้อง กระทบกับส่วนใหญ่

หรือแม้แต่กับคนจำนวนมาก ในหมู่ประชาชน” จึงจะเป็น “endemic” ได้

ในชีววิทยา อธิบายว่า “an endemic disease”

        เป็นโ่รคที่มีในท้องถิ่น โดยไม่จำเป็นต้องมีอิทธิพลถึงภายนอก เช่น

“Cholera is endemic in Calcutta.”

ที่เกิดขึ้นและกลับมาเกิดอีก บ่อยครั้ง ที่นั่น

แต่มีผู้ที่เป็นโรคนี้ มีจำนวนน้อยมาก เทียบกับประชากร

ส่วน “สภาพ epidemic” เป็นการ อาละวาดรุนแรงอย่างกว้างขวาง เช่น

“Overindulgence in fatty foods is epidemic throughout the world.”

เมื่อเป็น นาม “epidemic” เช่น

ใน “the threat of a flu epidemic.”

        ที่แสดงอำนาจเหนือ อาจเป็นเหตุให้ ลังเล

เมื่อต้องใช้เป็น คณศัพท์ ในประโยค เช่น

        “flue may become epidemic.”

ซึ่งเป็นการใช้ ที่ถูกต้อง ทั้งสองแบบ


แนะนำว่า ให้เลือกใช้ “epidemic” จะดีที่สุดกับทุกสถานการณ์

เว้นแต่ เมื่อมีการชี้เฉพาะ จึงเลือก “endemic” ที่เป็น ศัพท์เทคนิค


American Heritage Dictionary:

อธิบายการใช้ “endemic” และ “epidemic”

ว่า “โรคที่เกิดเป็นประจำในพื้นที่เฉพาะแห่งหนึ่ง”

เช่น “malaria” ที่เกิดในประเทศเขตร้อนหลายแห่ง

เรียกว่า เป็น “endemic”

เป็นคำที่ประกอบขึ้นจาก

     คำนำหน้า “en-” หมายถึง “in หรือ within

     และคำ “demos” จากภาษา กรีก หมายถึง “people

รวมหมายถึง “within the people (of a region)”


ส่วน “epidemic” คือ โรค “ที่มีผลกระทบ

        ต่อคนจำนวนมากกว่าปกติ ในที่เฉพาะแห่ง”

หรือ “ที่แพร่ระบาดไปทั่วพื้นที่ ที่ซึ่งปกติ ไม่ค่อยเกิด”

เป็นคำประกอบขึ้นจาก

คำนำหน้า “epi-” หมายถึง “upon

และ “demos” หมายถึง “people

รวมหมายถึง “upon the people.”


การที่โรคหนึ่ง จะเกิดเป็น “epidemic” ได้

จะต้องเป็น ชนิดที่ “ติดต่อได้ง่าย” จึงกระจายในหมู่ประชากร

       เช่น “influenza” ที่เรียกทั่วไปว่า “flu”

ที่เป็น ต้นเหตุของ “epidemic” หลายต่อหลายครั้ง

       “Epidemics of waterborne diseases” เช่น

Cholera มักเกิดบ่อยครั้ง หลังจาก “natural disaster” เช่น

      “Earthquakes” หรือ “severe storms” ที่ได้ทำลายระบบ

      “Sanitation system” ทำให้ไม่มีน้ำสะอาดบริโภค