การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสู่นวัตกรรมใหม่<p>โดย…ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ </p><p>ที่ปรึกษาด้านพัฒนาธุรกิจและการตลาด </p><p>www.drsuthichai.com </p><p>          ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยของเรา มีกระแสในเรื่องของนวัตกรรมและการสร้างสรรค์  ซึ่งจะเห็นได้ว่า รัฐบาล องค์กร บริษัท ห้างร้าน ได้สนับสนุนและจัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างมากมาย เช่น </p><p>            มีการเปิดอบรมหลักสูตรการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาองค์กร , หลักสูตรการสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่ครูมืออาชีพ , หลักสูตรการสร้างสรรค์และนวัตกรรมอุตสาหกรรมแฟชั่น, </p><p>หลักสูตรการสร้างนวัตกรรมใหม่และการสร้างสรรค์ โดยอาศัยการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น </p><p>            สำหรับบทความนี้  จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของ “นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด” </p><p>ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดสร้างสรรค์สิ่ง แปลกๆ ใหม่ๆ (Creative thinking) เป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือสิ่งที่แปลก ที่มีความแตกต่างไปจากของเดิมและสามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม </p><p>  </p><p> ดังนั้นองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์  คือ  ความคิดนั้นต้องเป็นสิ่งแปลก ใหม่ (New, Original) สามารถนำเอาไปใช้การได้ (Workable) และมีความเหมาะสม (Appropriate) </p><p>       นวัตกรรม หมายถึง  สิ่งที่มีความแปลกใหม่  ซึ่งเกิดจากการใช้ความรู้ ความสามารถ ใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์  สิ่งแปลกใหม่ในที่นี้อาจจะอยู่ในรูปต่างๆ เช่น  ของสินค้า ของผลิตภัณฑ์  แนวคิด การโฆษณา การสื่อสาร  การจัดสถานที่ รวมไปถึงกระบวนการที่สามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนางานทางด้านการตลาด </p><p>ซึ่งมีเทคนิคในการทำแบบง่ายๆหรือเข้าใจให้ง่ายๆ ก็คือ การนำเอาสิ่ง 2 สิ่งขึ้นไปมารวมกัน ก็จะเกิดสิ่งที่มีความแปลกใหม่ขึ้นมา เช่น </p><p>การนำเอาสิ่ง 2 สิ่งมารวมกัน ตัวอย่าง  ยาสีฟันรวมตุ๊กตา(หลอดยาสีฟันแต่ตัวหลอดกับหัวหลอดยาสีฟันเป็นตัวตุ๊กตาที่มีความแปลกๆหรือตุ๊กตาที่อยู่ในกระแสความดังแต่ควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์)  </p><p>การนำเอาสิ่ง 3 สิ่งมารวมกัน ตัวอย่าง (ธนาคาร+ร้านกาแฟ+ร้านอินเตอร์) </p><p>การนำเอาสิ่ง 4 สิ่งมารวมกัน ตัวอย่าง ปั๊ม ปตท.(ปั๊มน้ำมัน +คาเฟ่ อเมซอน+7-11+เชสเตอร์กริลล์) </p><p>หรือการนำเอาสิ่ง หลาย สิ่งมารวมกัน ตัวอย่างเช่น  (มีด+ไขควง+กล้องขยาย+ช้อน+ส้อม+กรรไกร+ไม้จิ้มฟัน+ปากกา+ที่แคะขี้หู+เลื่อยขนาดเล็ก+เข็มทิศ+กรรไกรตัดเล็บ+คีม) สิ่งเหล่านี้สามารถพับออกมาใช้งานได้และสามารถพับเก็บได้ในชิ้นเดียวกัน </p><p>ระบบเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อและการสกัดสารคอลลาเจนจากเป๋าฮื้อ ถ้าเราเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ ขาย   เราอาจจะขายได้ กิโลกรัมละ 1,000 บาท แต่ถ้าเรานำเอาการวิจัยมาสกัดเป็นสารคอลลาเจน เราก็จะขายได้ถึง 5,000 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว </p><p>นมยี่ห้อBedtime milk นมที่มีสารเมลาโทนินในธรรมชาติสูง ก็อาศัยงานวิจัยซึ่งเป็นของบริษัทแดรี่โฮมร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยการสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์  ก็ได้อาศัยงานวิจัยทำให้ผู้บริโภคทานนมแล้วนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าและราคา </p><p>ข้าวเจ้าสามารถขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท แต่เราสามารถสร้างนวัตกรรมโดยนำเอาผลการวิจัยมาใช้โดยการแปรรูปเป็น แป้งเด็กจากแป้งข้าวเจ้า หรือการเพิ่มปริมาตรในเม็ดยา ก็จะขายได้กิโลกรัมละ 400 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว หรือมาทำเป็นแป้งพัฟจากแป้งข้าวเจ้าก็จะได้กิโลกรัมละ 100,000บาท </p><p>ดังนั้น ใครที่เปิดร้านอาหาร  ร้านกาแฟ หรือร้านอะไรก็ตาม เราสามารถนำเอานวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด โดยการนำเอาสิ่ง 2 สิ่งขึ้นไปมาขายพร้อมๆกันได้ </p><p>  </p><p>เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หลายๆแห่ง มีนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาดโดยนำเอาอาหาร หรือ กาแฟ มาทำนวัตกรรมให้มีหลายรสชาติ แก้วรูปทรงต่างๆ ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังมีนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาดในส่วนของคนขายอีกด้วย กล่าวคือ คนขายอาจจะแต่งตัวโป๊  คนขายอาจจะแต่งตัวแปลกๆ  คนขายหล่อ คนขายสวย เป็นต้น( สร้างสรรค์ด้านอาหารหรือกาแฟ + สร้างสรรค์ด้านคนขาย) </p><p>การวิจัยกับนวัตกรรม การวิจัยมีความสำคัญมากต่อการสร้างสรรค์และก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการวิจัยกับนวัตกรรม จะมีความแตกต่างกัน คือ การวิจัย เรามักจะเสียเงินหรือใช้เงินเพื่อสร้างความรู้หรือได้รับความรู้ใหม่ๆ แต่ นวัตกรรม เป็นการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นเงินทอง </p><p>ตัวอย่าง เช่น </p><p>       โดยสรุป นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด มีความสำคัญมากต่อการช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับตัวของสินค้าและมูลค่าเพิ่มให้กับราคาของสินค้า สมัยอดีต ประเทศไทยเรามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น มีแร่ธาตุ  ยางพารา  ข้าว ป่าไม้ แต่ในยุคปัจจุบัน ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ก็เหลือน้อยลง อีกทั้ง สินค้าที่ส่งออกเหล่านี้  ประเทศต่างๆ ก็ส่งสินค้าแบบเดียวกับเรา ซึ่งมีความเหมือนกัน </p><p>  </p><p>            สิ่งที่จะช่วยให้ราคาดีขึ้น มีกำไรสูงขึ้น และสามารถแข่งขันกันได้ ก็คือ การใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการตลาด หากว่าเราสามารถสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆได้ เราก็จะได้เปรียบทางการตลาดเหนือคู่แข่งขัน </p><p>          ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญมากกับสังคมยุคปัจจุบัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง การทำการตลาด เราจะเห็นได้ว่า สินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างมากมาย ก็เนื่องมาจากมีคนคิดสร้างสรรค์นั่นเอง </p><p>  สังคมไทยจึงมีความต้องการนักสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ อีกจำนวนมาก อีกทั้งการประกอบอาชีพในอนาคต ใครที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานจึงสามารถได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนมาก </p><p>  การตลาดเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นแนวโน้มในการทำงานในอนาคต ซึ่งในอนาคตจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่หยุดนิ่ง หากเรามองกลับไปยังยุคอดีตเราจะเห็นว่า สินค้าหลายๆตัวได้หายไปจากการแข่งขันในยุคปัจจุบัน เช่น </p><p>- การใช้บริการโทรเลขได้เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว เด็กยุคใหม่จะไม่รู้จักอีกต่อไป สาเหตุก็มาจาก มีผู้ใช้บริการน้อย เทคโนโลยีมีความทันสมัย มีโทรศัพท์มือถือ มีระบบอินเตอร์เน็ต อีเมล์ต่างๆ มารองรับ อีกทั้งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่สูง ฉะนั้นการบริการโทรเลข จึงได้หยุดให้บริการนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 </p><p>  </p><p>-  การใช้เครื่องพิมพ์ดีด ก็มีจำนวนที่ลดน้อยลง โรงงานผลิตจึงต้องลดจำนวนผลิต บางแห่งมีการปิดตัวไปเลยก็มี สาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก  การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง Ipad โทรศัพท์บางรุ่นบางยี่ห้อ ก็สามารถใช้พิมพ์งานได้อย่างสบาย </p><p>ดังนั้น เมื่อเราเข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่เสรีและรวดเร็ว  บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานต่างๆ ก็คงต้องพยายาม สร้างสรรค์ตัวสินค้า ตัวผลิตภัณฑ์ และการทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันต่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา </p><p>หากพูดไปแล้ว การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แปลกๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทุกๆคนสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องใช้ความคิด ความพยายาม ความกล้า ที่จะทำ </p><p>การตลาดเชิงสร้างสรรค์(Creative Marketing) จึงเป็นการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์เพื่อทำการตลาดหรือสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความแปลกใหม่มากขึ้น หรือมีการนำเอาลูกเล่นการตลาดที่มีความแปลกใหม่กว่าคู่แข่งมานำเสนออยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ได้รับความแปลกใหม่อยู่เสมอ </p><p>มีคนหลายคนมักถามผมว่า ทำไมผมจึงให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการตลาดเชิงสร้างสรรค์ในช่วงจังหวะนี้ คำตอบคือ มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความสนใจ เช่น </p><p>  </p><p>1. สินค้ามีอายุที่สั้นลง เช่น หากเราสังเกตสินค้าหลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หากใช้ได้ไม่นานก็มีอันต้อง ตกรุ่น , ธุรกิจเพลงออกมาได้ไม่นานติดตลาดได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวหรือออกนอกตลาดไป , ธุรกิจภาพยนตร์ มีอายุการฉายเพียงไม่กี่วัน ก็มีภาพยนตร์ใหม่ๆออกมาแข่งขันกันอย่างมากมาย  เป็นต้น </p><p>2.สินค้าในยุคนี้เป็นเรื่องของการประหยัดต้นทุนหรือใครลดต้นทุนมากกว่าคนนั้นได้เปรียบ  การลดต้นทุนนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้ธุรกิจจำนวนมากที่ไม่มีความสามารถในการปรับตัวต่อการแข่งขัน ต้องล้มหายตายจากไป การสร้างสรรค์งานใหม่ๆ หรือการทำการตลาดเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการต่อสู้กับคู่แข่งขันได้ เช่น สินค้าหลายตัวแข่งกันลดราคาสินค้า แต่หากเราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ เราไม่ต้องลดราคา ในขณะเดียวกัน เราสามารถเพิ่มราคาของสินค้าได้ด้วย </p><p>3.สินค้ายุคเทคโนโลยี ปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความทันสมัย เทคโนโลยีสามารถทำให้คนเราทำงานได้มากขึ้น ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น อีกทั้งราคาก็ถูกกว่าสมัยอดีต จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปัจจุบัน เราสามารถทำวิทยุชุมชนได้อย่างง่ายดาย หากมีโปรแกรมการจัดรายการ มีเครื่องส่ง มีเสาวิทยุ มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถบันทึกเพลงได้เป็นล้านๆ เพลง ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผู้จัดรายการหรือเจ้าของสถานีวิทยุต้องหาซื้อแผ่นเสียงเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาเปิด  , การผลิตรายการทางโทรทัศน์ก็เช่นกัน ทำได้อย่างง่ายดาย มีราคาถูก ใครก็สามารถทำได้ เรียนรู้ได้ อย่างกว้างขวางกว่าในอดีต เป็นต้น </p><p>  </p><p>4.สินค้ามีการเสนอขายในระดับโลกมากขึ้น  เช่น KFC , กาแฟ Starbucks , รถยนต์ Toyata , McDonald’s หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า เช่น  Makro, Lotus ก็มีการเปิดตัวแข่งขันไปทั่วโลก เป็นต้น ในขณะเดียวกันสินค้าท้องถิ่นที่ขายเป็นเวลานานในอดีตก็มีอันต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก </p><p>5.สินค้านำเข้าและสินค้าส่งออก มีราคาที่เปลี่ยนแปลง ไม่อยู่นิ่ง อย่างรวดเร็ว ก็เนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินต่างๆ , สภาวะการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภายในประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลก , สภาวะการเมืองภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น </p><p>ดังนั้น จากปัจจัยข้างต้นนี้ จึงทำให้ การตลาดเชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถสนองตอบความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม เพราะการตลาดเชิงสร้างสรรค์ มีความหยืดหยุ่น มีการสร้างนวัตกรรม แปลกๆ ใหม่ๆ อย่างทันเหตุการณ์ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา </p><p>นักการตลาดที่ต้องการเป็นนักการเตลาดเชิงสร้างสรรค์ จึงต้องมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและมีคุณสมบัติ มีความสามารถ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น </p><p>1.มีความสามารถในการพัฒนาช่องทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสนับสนุนการตลาดเชิงสร้างสรรค์ </p><p>  </p><p>2.มีความสามารถในการออกแบบสินค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์และ ออกแบบการบริการในลักษณะเชิงสร้างสรรค์ </p><p>3.มีการประชาสัมพันธ์ การใช้สื่อ มีการใช้กิจกรรมเพื่อการตลาดเชิงสร้างสรรค์ได้ </p><p>4.มีการเรียนรู้ ปรับตัว พัฒนาตนเอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก </p><p>5.มีการรวบรวม ข้อมูลต่างๆที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานและสามารถวิเคราะห์ได้ </p><p>6.มีความสามารถทางการตลาด สามารถสร้าง Brand ส่วนบุคคล Brand สินค้า Brand ของบริษัทได้ </p><p>7.มีความสามารถในการปรับ การประยุกต์ใช้การตลาดเชิงสร้างสรรค์ กับศาสตร์ต่างๆได้ เช่น การศาสนา การเมือง วัฒนธรรม  การท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ การบริหาร ได้ </p><p>8.มีกลยุทธ์ที่ไร้กระบวนท่ามากขึ้น กล่าวคือ เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดเป็นจำนวนมากและมีความสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดได้ทันต่อเหตุการณ์ </p><p>9.มีการวางแผน  มีการลงมือทำ มีการปรับปรุง ตรวจสอบแก้ไข ปรับเปลี่ยนแผนตลอดเวลา </p><p>10.มีความกล้า มีลูกบ้าบ้าง กล่าวคือ หากท่านต้องการเป็นที่จดจำและประสบความสำเร็จในระดับสูง ท่านต้องทำตัว ท่านต้องคิด ให้ประหลาด แปลกๆใหม่ๆ บ้าๆ บอๆ บ้าง </p><p>  </p><p>ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยหรือคุณสมบัติที่ท่านควรมีในตัวท่านเอง หากว่าท่านต้องการเป็นนักการตลาดเชิงสร้างสรรค์ จงพัฒนาตนเองในทุกๆด้าน จงกล้าที่จะคิด จงกล้าที่จะลงมือทำ จงกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า อย่าได้เกรงกลัวต่ออุปสรรค ขวากหนามต่างๆ และจงกล้าที่จะล้มเหลว แล้วท่านจะประสบความสำเร็จดังที่ท่านปรารถนา </p><p>  </p><p> </p>