สรุปเรื่องสำคัญร่าง พรบ. บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่ ตอนที่ 9 : ฟรีสไตล์ว่าด้วยท้องถิ่น

สรุปเรื่องสำคัญร่าง พรบ. บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่ ตอนที่ 9 : ฟรีสไตล์ว่าด้วยท้องถิ่น

14 กันยายน 2561

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]   

ท้องถิ่นเดินสะดุดเพราะการรวมศูนย์อำนาจ

เรื่อย ๆ เรียง ๆ ว่าด้วยเรื่องบุคคลท้องถิ่นอดไม่ได้ที่จะมะเหลเถไถนอกเรื่อง เอาแค่ข้าง ๆ แบบ “side effect” นะ ลองมาเรียงประเด็นร้อนฮอตสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ณ เพลานี้ อาทิ (1) ความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการจัดเก็บและหารายได้ (2) การปฏิรูปการทำงานที่ไม่ได้เน้นโครงสร้าง  (3) การมีข้อจำกัดในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ อปท. (4) ส่วนกลางคิดแบบรวมศูนย์มากกว่าเฉพาะท้องถิ่น  (5) ข้อด้อยของการถ่ายโอนภารกิจ  (6) ใช้การเมืองนำการบริหารการจัดการ  (7) ใช้เงินทำงานมากกว่าแสวงหาความร่วมมือ ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็นข้อจำกัดมากของ อปท. แล้วความดีของท้องถิ่นไม่มีเลยหรืออย่างไร  การรวมคนท้องถิ่นแบบกะเกณฑ์คน อปท.มาร่วมงานร่วมกิจกรรม การเรี่ยไรปัจจัยเงินจาก อปท.  การสร้างกิจกรรมของท้องถิ่นให้อลังการโชว์ผลงานมากมาย  มองข้ามไปแล้วหรือ  

ยิ่งมีการสร้าง “อำนาจรวมศูนย์มากขึ้น” [2] เท่าใดท้องถิ่นก็จ๋อยหละครานี้  มาฟังเหตุผลประกอบ “แบบข้างๆ” กันสักหน่อย (1) รัฐธรรมนูญปี 2560 ดีจริงที่มี “การปฏิรูปและการปราบโกง” โดยมีจุดตัดที่มี “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) กำกับไว้ ตามบทบัญญัติของบทเฉพาะกาล [3] ในส่วนดีไม่ว่ากัน แต่คงไม่มีสิ่งใดเลิศเลอได้ทั้งหมด (2) การเลือกตั้งแม้พรรคใดจะได้ ส.ส.เขตมากที่สุด แต่ถูกจำกัดจำนวน ส.ส.ด้วยปาร์ตี้ลีสต์ เพราะจะถูกแบ่งกระจายไปให้พรรคเล็ก ๆ ก่อน ที่ไม่ได้ ส.ส.เขตเลย และ ได้ ส.ส.เขตจำนวนน้อยกว่า (3) ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี [4] ไม่ใช่ของเล่น แต่ถูกบังคับเป็นกรอบไว้ให้ต้องถือปฏิบัติ ที่พรรคการเมืองจะมีนโยบายแตกต่างออกไปนอกกรอบยุทธศาสตร์ ไม่ได้ ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะฝังอยู่ในรูป “กลุ่มจังหวัด” (Cluster)  เรียก “ยุทธศาสตร์จังหวัด” ซึ่ง อปท.ก็มีสิทธิเลือกใช้ได้ตามกรอบเท่านั้นเรียกว่า “เลือกประเด็นยุทธศาสตร์” หรือถูกให้เลือกเพราะถูกกำหนดมาแล้ว  เช่น การกำจัดขยะของ อปท. กำหนดยุทธศาสตร์เอง จะไม่เกิดประโยชน์ แต่หากเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดจะเป็นภาพรวมของจังหวัด (4) การจัดทำโครงการพัฒนาของ อปท.ใหญ่ ๆ กำหนดให้ขอไปยังสำนักงบประมาณโดยตรง ไม่ต้องผ่านกรมฯ ดูเหมือนเป็นการกระจายอำนาจที่ดี พอหันมาดูกระบวนการจัดทำแผนและการตัดสินใจแล้ว กลับไม่ใช่บทบาทของคน อปท. แต่เป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมากำหนด (5) ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นตรงต่อส่วนกลาง ควบคุมยุทธศาสตร์จังหวัด กลุ่มจังหวัด สตง. ป.ป.ช. กกต.ในส่วนภูมิภาค ซึ่งราชการส่วนกลางเหล่านั้นล้วนตั้งสำนักงานไว้รอการสั่งการจากส่วนกลางทั้งนั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจและไม่มีเนื้องานในภูมิภาคนั้นๆ  แล้วราชการส่วนกลางจะขึ้นในบังคับบัญชาของใครหละ เพราะไปตั้งสำนักงานในส่วนภูมิภาคกันมาก ปรากฏการณ์ “สุพรรณบุรีโมเดล” “บุรีรัมย์โมเดล” “ชลบุรีโมเดล” “นครปฐมโมเดล” จะมีให้เห็นกันอีกต่อไปในอนาคตได้อีกหรือไม่ เพราะส่วนกลางกำกับมากขึ้น (6) จุดอ่อนด้อยของ อปท.ที่กล่าวอ้างกัน เช่น ทำงานไม่สำเร็จ เอาเงินทำงาน ไม่แสวงหาความร่วมมือ (เพราะมีหลายกลุ่มในพื้นที่ อปท.) ข้อจำกัดในขอบเขตบริบทของ อปท. คือ อปท.จะมองแต่ปัญหาเล็กของคน อปท.เอง ไม่ได้มองจุดเชื่อมต่อแบบ “ยุทธศาสตร์ระยะยาว” เพราะ ผู้บริหารท้องถิ่นเปลี่ยนบ่อย ชุดใหม่มาก็เปลี่ยนหมด นโยบายการพัฒนาไม่ต่อเนื่องกัน ไม่พัฒนาเรื่องรายได้ เพราะห่วงคะแนนฐานเสียง แบมือของบประมาณส่วนกลางอย่างเดียว การบริหารงานท้องถิ่นเอาการเมืองนำหน้า ถือเป็นข้อจำกัดหากถ่ายโอนภารกิจงานตำรวจไปอยู่ อปท. เอาแค่งานจราจร งานเทศกิจ ก็แย่คงห้ำหั่นฐานเสียงฐานคะแนนกันหมด (7) สรุปง่าย ๆ หากเดินเกม “อำนาจไปรวมศูนย์” ดังกล่าวข้างต้น อปท.ทั้งหลายด้อยค่าหรืออาจหมดคุณค่าไปเลย แม้แต่ส่วนภูมิภาคก็อาจไม่เหลือ เพราะทุกอย่างต้องรอจาก “ส่วนกลาง” สุดท้าย อำนาจการเมืองแบบรวมในจังหวัด เช่น สุพรรณบุรีโมเดล เมื่อ อปท.เสื่อมลง ภูมิภาคถูกสั่งโดยส่วนกลาง องค์กรอิสระในภูมิภาคขาดอิสระ การตัดสินใจแบบเดิม ๆ เพราะมี “การรวมศูนย์ไว้ที่หน่วยงานส่วนกลางของในแต่ละองค์กร” ไว้หมดแล้ว  ความคิดจะมีจังหวัดโมเดลก็ไม่มีแขนขากำลังหนุนให้เกิดจังหวัดโมเดลได้อีกต่อไป ดังเช่นที่ผ่านมา

 

ท้องถิ่นถูกจำกัดตีกรอบด้วยกฎหมายรอบด้าน

ภาพบรรยากาศภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่พรรคการเมืองจะเข้าไปมีอำนาจแก้ไขในเรื่องใหญ่ ๆ ไม่ว่าเรื่อง ประชานิยม การยึดฐานเสียงจากรากหญ้า เพราะเสียงข้างมากจะดังกว่าเหตุผลอื่น คงยากที่จะได้เห็นอีกแล้ว ด้าน อปท.ก็ถูกจำกัดตีกรอบด้วยกฎหมายต่าง ๆ ให้อยู่ในกรอบแบบจำกัดเขตอำนาจหน้าที่ อาทิเรื่องการพัสดุ และด้านการบริหารงานบุคคล จะถูกดึงเข้าส่วนกลางมากขึ้น เช่น (1) การหาสามัญวิศวกร (สย.) มาเซ็นรับรองแบบก่อสร้าง ไม่ใช่แค่วิศวกรระดับภาคี (ภย.) ที่ อปท.มีอยู่บ้างบางแห่ง หรือวิศวกรวุฒิ มาตรวจรับรองการใช้อาคารที่ทรุด ที่ถูกไฟไหม้  แผ่นดินไหว และ ซึ่ง อปท.ก็ไม่มีวิศวกรระดับนี้เช่นกัน (2) ฝ่ายผู้รับจ้างในระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่ก็ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน จะมีแต่ผู้รับจ้างรายใหญ่ ๆ เท่านั้น ค่าจ้างวิศวกรเซ็นรับรองแบบคิดเป็นร้อยละ (เปอร์เซ็นต์) 1 ขึ้นไปจากราคางานก่อสร้าง ซึ่งเป็นราคาที่สูง และระเบียบท้องถิ่นก็ยังไม่มีแนวทางดำเนินการในเรื่องนี้ไว้แต่อย่างใด (3) การทำสัญญาแบบปรับค่าได้ (ค่า K) [5]จะมาลดทอนบทบาทของสภาท้องถิ่นที่ขออนุมัติโอนเงินเพิ่ม เปลี่ยนแปลงรายการ ลดทอนงาน (4) การบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่นในตำแหน่งสำคัญๆ ถูกดึงไปเป็นอำนาจของส่วนกลาง เช่นระดับบริหารท้องถิ่น อำนวยการท้องถิ่น [6] (5) โครงการก่อสร้างทุกโครงการ อปท.ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ครอบครองดูแลที่ดินนั้นเสียก่อน จึงจะดำเนินการโครงการก่อสร้างได้ อันเป็นเหตุแห่งความล่าช้า และไม่คล่องตัว ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็น “มหากาพย์ที่กระจายอำนาจไม่ได้”

 

ความขัดแย้งระหว่างวิชาการและสายอาชีพ

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งในส่วนราชการเข้มข้นขึ้น เพราะ “สายงานวิชาการ” ที่กำกับโดย “ฝ่ายบริหาร” โดยส่วนราชการต่าง ๆ เข้มงวดกวดขันมากขึ้น ทำให้ “สายอาชีพ” ซึ่งเป็นข้าราชการผู้ปฏิบัติงานตามนโยบายลำบาก มีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะ ความเป็นห่วงใยในภารกิจอำนาจหน้าที่ราชการที่ตนมีอยู่ หากส่วนราชการนั้นไม่ทำหรือไม่ดำเนินการก็จะเป็นว่า “ไม่มีผลงาน” “ไม่มีอำนาจหน้าที่” ต้องถูกปรับยุบหน่วยงานลงได้ เป็นการวิวาทะโต้แย้งกันเรื่อง “อำนาจหน้าที่เฉพาะทาง” โดยแท้ มาดูกรณีศึกษา (1) “อำนาจการสั่งจ่ายยา” (Prescribe) ระหว่างพยาบาล รพ.สต. กับ เภสัชกร และแพทย์ โรงพยาบาล (2) อำนาจวิศวกรกับสายนายช่าง (3) อำนาจ อบจ.กับกรมอุทยาน ในกรณีของจังหวัดนครนายก จังหวัดระยอง (4) อำนาจกรมทางหลวง กับ อุทยาน กรณีทางหลวงสาย 304 สาย 328 (5) อำนาจ สตง.กับ กระทรวงการคลัง  กรณีท่อส่งน้ำมันในทะเล (6) อำนาจกรุงเทพมหานคร (กทม.)กับ กรมศิลปากร กรณีอนุสาวรีย์ (7) อำนาจกรมชลประทาน กับ กรมป่าไม้ กรมอุทยาน ในกรณีสร้างเขื่อน (8) โครงการตามพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นทางออกที่ผ่านมา ไปจนถึงการใช้อำนาจ คสช. ตามมาตรา 44 (9) เรื่องจิปาถะสารพัด เช่น ปัญหาวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า เรื่องใบขับขี่ การห้ามนั่งโดยสารในแคป ห้ามขนน้ำในรถกระบะเล่นสงกรานต์ กฎหมายคุ้มครองสุนัขมากกว่าคน  (10) นอกจากนี้มีกรณี อปท.ที่ต้องขัดแย้งในเรื่องอำนาจหน้าที่กับ หน่วยงานครอบครองที่ดินเดิม เช่น การรถไฟฯ กรมธนารักษ์ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า ฯลฯ

ปัญหาคือ เรามักไปยึดติดกับเรื่องกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือหน่วยงาน(นิติบุคคล) จนลืมเรื่องส่วนรวม (Public) และเรื่องจิตอาสาไปเสียมาก ไม่เว้นแม้แต่วัดที่สอนให้ปล่อยวางก็ยังมีคดีต่อสู้กับชาวบ้าน สู้กับหน่วยงานอื่นแม้แต่สู้กับหน่วยงานของรัฐในเรื่องที่ดิน เรื่องสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ในประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ที่ไม่ยึดติด จึงพัฒนาไปได้ไกลกว่า  ฉะนั้น การลดความขัดแย้งสร้างอาณาจักร “อำนาจหน้าที่” ของหน่วยราชการที่สร้างขึ้นเพื่อมาขัดแย้งกันเอง ต่างก็มีเหตุผล และต้องมีข้อยุติ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งของ “พัฒนาการประเทศไทยที่สะดุด”

 

ช่วงเดือนสิงหาคมกันยายนกระแสราชการท้องถิ่นร้อน

          มาต่อท้ายว่าด้วยความร้อนแรงในช่วงสิ้นปีงบประมาณของท้องถิ่น แกนนำข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้จุดประเด็นใน 5 ประเด็นเพี้ยน [7] แห่งร่าง กม.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นอันถือเป็นเรื่องร้อนที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่หันมารวมกันคิดแบบรวมพลังก็ว่าได้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 นี้บรรดาข้าราชการส่วนท้องถิ่นต่างชวนกันกันศึกษาร่าง พรบ.บริหารงานบุคคลท้องถิ่นฉบับกรมส่งเริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) [8] และกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 ฉบับ ที่กำลังขอให้ประชาพิจารณ์ เพราะมีข้อสังเกตที่เป็นซ่อนปมไว้หลายปม  ประหนึ่งเป็นการโยนหินถามทางของ สถ. เพราะร่างนี้มาแปลกกว่าร่างฉบับใด ๆ บางประเด็นอาจทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ปลื้มได้หลงเคลิ้มไปตาม สถ. ได้

 

มีข้อสงสัยว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายลูกที่ทุกหน่วยงานจะต้องร่างแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 แต่ไฉนส่วนกลางไม่ดำเนินการใดจนล่วงพ้นรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาถึงรัฐธรรมนูญใหม่ก็ล่วงมาได้ 2 ปีพอดี เพราะเหตุใดไม่ทราบเหตุผล ณ ปัจจุบันมีเสียงข้อเรียกร้องหลักจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่สำคัญ คือ [9] (1) ให้มีการนำเอาบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 288 มาเป็นหลักการในการร่าง พรบ.ฉบับแก้ไขใหม่นี้ (2) ให้มีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) หรือเรียกย่อว่า “ก.” หรือ “ก.กลาง” ซึ่งรวมถึง อนุ ก.ถ.ด้วย สัดส่วนเป็นจตุภาคี 4 ฝ่าย (ส่วนราชการ/ผู้ทรงคุณวุฒิ/ผู้แทนผู้บริหาร/ผู้แทนข้าราชการ) (3) ให้มีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมหรือ ก.พ.ค. หรือ ก.พ.ถ. เหมือน ก.พ. (4) ให้สำนักงาน ก.ถ.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อ สำนักนายกรัฐมนตรี มีเลขาธิการ ก.ถ. และข้าราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมถึง  สำนักงาน อ.ก.ถ. จังหวัดด้วย

ขอเกริ่นไว้แค่นี้ก่อน

 

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 1 วันศุกร์ที่ 14 -  วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561, เจาะประเด็นร้อน อปท.หน้า 66  & ท้องถิ่นเดินสะดุดเพราะการรวมศูนย์อำนาจ, Siamrath Online, 13 กันยายน 2561, https://siamrath.co.th/n/46195  

[2]ดู ยูเอ็นขึ้นบัญชีดำ “ไทย” เป็นประเทศน่าละอาย, ยูเอ็นประกาศรายชื่อ 38 ประเทศสุดน่าละอาย รวมถึงไทยด้วย ข่มขู่คุกคามผู้ร่วมต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน, 13 กันยายน 2561, https://www.posttoday.com/worl...564115

& “บิ๊กตู่” โวยกระจายอำนาจแล้ว แต่ถนนพังคนยังมาด่ารบ. สั่งจัดอบรมทิศทางบ้านเมืองก่อนเลือกตั้ง, 10 กันยายน 2561, https://www.matichon.co.th/pol...

& นายกฯบ่นต้องเจียดงบฯปีละ1.7หมื่นล้านช่วยท้องถิ่น, 10 กันยายน 2561, https://www.dailynews.co.th/po...665579

& ยุค คสช. กลลวงรวบอำนาจ, 'บวรศักดิ์'สับรัฐบาลบิ๊กตู่ เขตเศรษฐกิจพิเศษเหลวยุค'คสช.' กลลวงรวบอำนาจ, แนวหน้า, 4 กันยายน 2561, www.naewna.com/politic/361966

& ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ ใน คุยกับ “วีระศักดิ์ เครือเทพ” การเมืองท้องถิ่น-กระจายอำนาจ 4 ปี คสช. ก้าวหน้า VS ถอยหลัง?, 27 สิงหาคม 2561,  https://www.matichon.co.th/pol...     

[3]ดูรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 บทเฉพาะกาลมาตรา 265 วรรคแรก บัญญัติว่า “ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่”

[4]พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 79 ก วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 หน้า 1-12, https://www.ldd.go.th/www/file...

มาตรา 5 วรรคแรก “ให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันอันจะก่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่ายี่สิบปี”

มาตรา 12 “ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” ประกอบด้วย (1) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ...”

[5]ดู หนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ที่ มท 0313.4/ว134 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2541 ตาม หนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ที่ มท 0302/ว1596 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2541 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขอค่าชดเชยงานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K), https://drive.google.com/file/...1-hTioxDvbdJQo_SxfxscagZM-o4OIoY1/view

& ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับค่าK, กระทรวงพาณิชย์, www.price.moc.go.th/price/ki/h...

มติ ครม. เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เห็นชอบในหลักการให้มีการนำสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่าK) มาใช้ในการทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างของส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ ดัชนีเพื่อใช้ประกอบการคำนวณหา Escalation Factors ( K ) สำหรับสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง งานก่อสร้างที่จะสามารถนำ “ค่า K” มาคำนวณเพื่อขอรับเงินชดเชยได้ มี 5 ประเภท โดยมีสูตรที่ใช้คำนวณ 35 สูตร สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าสูตรค่า k ปัจจุบัน ยังใช้แค่ 35 สูตรเท่านั้น ยังไม่ได้มีเพิ่มเติม เพราะการจะเพิ่มสูตรเป็นเรื่องใหญ่  ต้องทำเรื่องเข้าคณะกรรมการพิจารณา

[6]ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 852560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น, http://library2.parliament.go.... 

[7]ดู พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย, ผ่าร่างก.ม.บริหารข้าราชการท้องถิ่น ระเบิดเวลาครั้งใหม่, 5 ประเด็นเพี้ยนในร่าง กม.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3394 วันที่ 23-25 สิงหาคม 2561, http://www.thansettakij.com/co...

ได้แก่ (1) ไม่มีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมเหมือนข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ค.) (2) การคิดสัดส่วนค่าใช้จ่าย 40%โดยไม่รวมเงินอุดหนุนใดๆทำให้การบริหารงานบุคคลท้องถิ่นสะดุด (บริหารคนท้องถิ่นส่อสะดุด) (3) โครงสร้าง ก.ถ.ไม่เอื้อต่อการบริหารงานบุคคลของ อปท. (โครงสร้าง ก.ถ.บิดเบี้ยว เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่) (4) อนุ ก.ถ.จังหวัดไม่มีอำนาจเป็นแค่ Subset ของ ก.ถ.ซึ่งมีสถานะด้อยกว่าปัจจุบัน (5) มุ่งควบคุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่าส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็ง

& พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย, เปิด5เวที ชำแหละ “ร่างกฎหมายบุคคลท้องถิ่น อบต.เทศบาล อบจ.ฉบับใหม่” ถก“อนาคตท้องถิ่นไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”, 10 กันยายน 2561, https://siamrath.co.th/n/45820

[8]นัยว่า ร่างพรบ.ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฉบับ สถ. ล่าสุดนี้ มีจำนวน 138 มาตราที่ค่อนข้างผิดแผกแปลกตามากทั้งๆที่น่าจะตกผลึกกรอบความคิดได้แล้ว

[9]อ้างจาก ศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)