นับตั้งแต่บันทึกเรื่อง "พลังใจฟื้นคืนสุขภาวะ" ขอบพระคุณคุณหมอปัทมา ปลายเพื่อนรัก และโยน้องรัก ที่ช่วยสานพลังชีวิตคิดฝันให้สุขสำเร็จเสียทีกับการได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงาน Recovery in the City ซึ่งถอดบทเรียนได้ดังนี้

นี่คือการนั่งนิ่ง Lecture ที่ดีที่สุดของผม ขอบพระคุณทีมงานคุณหมอปัทมาและหัวหน้าน้กกิจกรรมบำบัดองอาจที่ให้โอกาสผมบรรยายเรื่อง แก่นการฟื้นพลังชีวิตจิตกายใจ (Well-being Recovery Mind-Body-Heart) แก่บุคลากรทางสุขภาพจิตสังคม สาระสำคัญคือ 
1. การบำบัดฟื้นฟูทางร่างกายจะไม่แยกส่วนกับทางจิตเวช
2. การฟื้นคืนสุขภาวะเป็นกระบวนการของทุกเพศทุกวัยทุกอาชีพคือ Well-Being Recovery Process เพื่อมุ่งเป้าทัศนคติดี มีคุณค่า พารู้สึกดี มีเป้าหมายคิดดีพูดดี และลงมือทำดีมีทักษะแก้ปัญหาด้วยปัญญาอย่างมั่นใจจาก 1-7 (ผลลัพธ์ก้าวหน้าคือ 4/7 อย่างค่อยเป็นค่อยไปวางแผนรายบุคคล/ครอบครัว/ชุมชนในโปรแกรมที่พอดีและพอเหมาะใน 7 วัน 7 เดือน 7 ปี เรียก WRAP ภาพรวมของโปรแกรมสุขภาวะระหว่างผู้รับและผู้ให้บริการ ย่อมาจาก Wellness Recovery Action Planning)
3. เป้าหมายควบคู่กันทั้ง Personal & Clinical Recovery คือ ลดและป้องกันอาการทางจิต เพิ่มทักษะทางสังคมให้มีพละ 5 ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ส่งเสริมทักษะชีวิตให้ดำเนินชีวิตอิสระ (Freedom - Independent Sense of Self - ไม่ใช่พึ่งพาตนเองได้ 100% แต่มี Care Partners ในระดับ Peer Sีupport Workers ในระบบสาธารณสุขในระดับการศึกษาในโรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย) เหมือนคนส่วนใหญ่ (Norms - ไม่แยกปกติหรือผิดปกติ เพราะในโลกนี้ไม่มีใครปกติ) เป็นการทำงานเชิงระบบที่มีความสุขเรียก IMR หรือ Illness Management & Recovery Program แบบสหวิชาชีพ เน้นการฝึกทักษะทางจิตสังคม ร่วมกับ การฟื้นคืนสุขภาวะเรียก Strengths Model of Care Management (SMCM)
4. ขอบพระคุณคำคมจากท่านอาจารย์นคร รุ่นพี่มช.และผู้มีประสบการณ์ดีงามทางจิตวิทยาคลินิกคือ "โลกนี้มีความสวยงามเสมอ" ทำให้พวกเรามีจิตมุ่งมั่นทำความดีมีทักษะการดูแลตนและคนอื่นด้วยทักษะปัญญา - เมตตา กรุณา มุฑิตา และอุเบกขา เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงพลังชีวิตจากคนสู่ความสุขด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์