วันนี้เป็นวันเกิดของ "หมู" น้องชายคนเดียวของเรา...ลูกชายคนเดียวของครอบครัว

แม้ว่าเราจะเกิดห่างกันเพียงปีเดียว แต่กลับดูเหมือนว่าเราไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก ส่วนหนึ่งอาจมาจากในตอนเด็กๆ พ่อและแม่ต้องทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และอาจไม่มีเวลาเลี้ยงดูพวกเราซักเท่าไหร่นัก พวกเราจึงต้องไปอยู่กับปู่ย่าตายาย โดยเราไปอยู่กับปู่และย่า ในขณะที่หมูไปอยู่กับตาและยาย ![]()
จนเมื่อเติบใหญ่ถึงวัยต้องเข้าเรียน พวกเราถึงได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา แต่ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งก็ถูกนำมาหยิบยกเพื่อบลัฟกัน เช่น ในคืนวันหนึ่ง ระหว่างที่หมูกำลังปูที่นอนให้แม่ หมูก็จะบอกว่า "เคยปูที่นอนให้แม่บ้างหรือเปล่า" (ทั้งๆที่เราปูที่นอนให้แม่เกือบทุกวัน แต่วันนี้ถูกชิงไปก่อน) เป็นต้น
ความที่หมูเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน ช่างพูด(ขี้บ่นเป็นบางครั้ง) หมูจึงเป็นที่รักของทุกคน จนบางครั้งเรายังแอบเรียกว่า "เทวดาประจำบ้าน" หรือ "คุณชายประจำบ้าน"
ซึ่งเป็นคำเรียกที่หมูรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอันมาก
อย่างไรก็ตาม มีอย่างหนึ่งที่หมูหลีกเลี่ยงมาตลอด ก็คือ "การไปดูงานต่างประเทศ(ตามแต่บริษัทจะส่งไป)" และแล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง หมูต้องไปดูงานต่างประเทศ แม้จะไปในเวลาสั้นๆ(ประมาณ 1 อาทิตย์) แต่เรายังจำวันที่หมูเตรียมจัดกระเป๋าเดินทางได้ไม่รู้ลืม...ก็แหม! หมูพยายามจะเอาหมอนเน่า(หมอนใบเล็กๆที่ใช้มาตั้งแต่เด็กๆ)ยัดลงในกระเป๋าเดินทาง จนเราต้องบอกว่า ถ้าหากเอาหมอนไปด้วย สงสัยเขาจะไม่ให้เข้าประเทศแน่ๆ เพราะเขากลัวเอาขยะเป็นพิษไปทิ้งในประทศเขา
นอกจากนี้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มักเคียงคู่ไปกับเส้นทางชีวิตของหมู นั่นก็คือ การเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
(ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยจนบางครั้งเราก็แอบคิดไม่ได้ว่า ทำไมถึงไม่เข็ดสักที เพราะถ้าเป็นเรา หากเจออุบัติเหตุอย่างที่หมูเจอ เราคงขยาดกับการขับรถไปนานหรือไม่ก็ไม่ขับรถอีกเลย) หรืออาจกล่าวได้ว่า อุบัติเหตุกับหมูจึงกลายเป็นความคุ้นชิน ในขณะที่เรากลับรู้สึกกังวลทุกครั้งหากได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังในเวลาดึกๆ
จนกระทั่งคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งเป็นวันที่หมูรับปากกับแม่ว่าจะรีบกลับบ้านเพื่อตื่นไปส่งแม่ที่สนามบินในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ในคืนนั้น เรารู้สึกไม่พอใจหมูเล็กน้อยเพราะดึกมากแล้วยังมาไม่ถึงบ้านและไม่มีการติดต่อกลับมา จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืน เสียงโทรศัพท์แผดก้องขึ้นมา
พร้อมๆกับคำพูดว่า
"หมูได้รับอุบัติเหตุ เสียชีวิต"
เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้า..
เราไม่เคยรู้เลยว่า รักน้องชายคนนี้ขนาดไหนจนวันสุดท้ายที่หมูจากไป

ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยของเทวดาประจำบ้าน...
ไม่มีอีกแล้ว...
สวัสดีจ๊ะ...หลานจอห์น
แม้กายจะไม่อยู่ให้มองเห็น แต่เราก็สัมผัสเขาได้ด้วยใจ เขาคงอยู่ในใจเราตลอดไป