ปีนี้น้องๆ และญาติๆนัดกำหนดวันทำบุญให้พ่อแม่และบรรพบุรุษของเราที่จังหวัดชุมพร ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม๒๕๖๑ ซึ่งบังเอิญตรงกับวันหยุดยาว ๔ วันคือ ๒๗ –๓๐ กรกฎาคม เพราะวันที่ ๒๗ เป็นวันอาสาฬหะบูชา วันที่ ๒๘เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ และวันเข้าพรรษา วันที่ ๓๐ เป็นวันหยุดชดเชย
ปีนี้ครอบครัวผมไปกัน ๔ คน ได้แก่ลูกสาว๒ คนโต สาวน้อย และผม โดยขับรถยนต์ไป
ผมบันทึกการเดินทางปี ๒๕๖๐ ไว้ที่ (๑)
เราออกจากบ้าน ๖ น. ตอนออกจากบ้านไปขึ้นทางด่วนรถน้อย แต่พอถึงทางด่วนระยะที่ ๒ ที่ผ่านหน้า รพ.รามาฯ รถมาก แต่ก็ไปได้เร็ว จนเมื่อเข้าถนนพระราม ๒ จึงติดเป็นระยะๆ ไปโล่งเอาหลังผ่านสมุทรสาคร แต่รถก็ยังมาก
เราไปกินอาหารเช้าเวลาเกือบ ๙ โมงเช้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวและข้าวราดแกงเจ้าประจำที่เพชรบุรี คือร้าน ใบตาล แต่ปีนี้บังเอิญอาจารย์นคร ตังคะพิภพที่เวลานี้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ sQip ให้แก่ สสค. มาพบเข้า เราจึงได้รับเลี้ยงจากท่านโดยเราไม่รู้ตัว
หลังกินก๋วยเตี๋ยวเราเลี้ยวรถกลับไปแวะร้านขนมหม้อแกงแม่กิมไล้ ซื้อขนมหม้อแกง ๓ ถาดร้อย เอาไปฝากน้องๆ และญาติที่ชุมพร รวม ๗ ชุด ซึ่งเป็นไปตามสูตรของการไปแวะเมืองเพชร เมืองที่แม่ของผมถือกำเนิด
ออกจากเพชรบุรีราวๆ เกือบ ๑๐ น. เราตั้งเป้าไปกินอาหารเที่ยงที่ประจวบ โดยคิดว่าต้องหาทางโอ้เอ้ให้ไปถึงใกล้เที่ยง ปรากฏว่าเราคาดผิด ระหว่างทางรถติดเป็นระยะๆ จนเลยหัวหินรถจึงแล่นสะดวก และไปถึงประจวบเวลาเที่ยงพอดี ระหว่างทางมีฝนตกหนักบางช่วง
เราตั้งเข็มมุ่งไปกินอาหารเที่ยงที่ ร้านรับลมริมหาดประจวบ ที่เราแวะเสมอเมื่อเดินทางโดยรถยนต์ไปชุมพร เราประมาทความเป็นวันหยุดยาวจึงไม่ได้โทรศัพท์ไปจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า จึงต้องรออยู่นาน เพราะคนมาก พบว่าร้านขยายใหญ่ขึ้น และจัดร้านเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นมาก เห็นได้ชัดเจนว่า พนักงานเหนื่อยมาก ร้านนี้มีป้ายแนะนำโดยเว็บไซต์ วงใน คงเพราะเหตุนี้เองจึงทำให้มีลูกค้าแน่นขนัด โดยเฉพาะในวันหยุดยาวเช่นนี้
เราสั่งอาหาร ๔ อย่าง ได้แก่ปลากะพงทอดสามรส แกงส้มปลากับหัวมะพร้าว ผัดผักรวม(ไม่ใส่กุ้ง) และเนื้อปูผัดผงกะหรี่ ข้าว ๒ จาน น้ำแข็ง และน้ำขวดใหญ่ ๑ ขวด อาหารอร่อยมากทุกอย่าง ราคารวม ๘๐๐ บาท เท่านั้น เป็นคำอธิบายว่าทำไมร้านนี้จึงเป็นที่นิยม
ออกจากประจวบบ่ายโมงเศษ ตอนนี้รถไม่มากแต่ติดไฟแดงเป็นระยะๆ เราไปแวะศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ แล้วเดินทางต่อ ถึงชุมพรและเข้าพักโรงแรมนานาบุรี เวลา ๑๕.๔๕ น. เราได้ห้อง ๔๓๐ ส่วนลูกสาวได้ห้อง ๔๒๙ อยู่ตรงกันข้าม
น้องชายคนที่อยู่เชียงราย (นพ. วิชัย)กับภรรยา บินจากเชียงรายมานอนที่บ้านน้องชายที่ทำการเกษตรคนเล็ก (คุณวิจัย)แล้ว เราจึงชวนกันไปกินอาหารเย็นที่ กะตะซีฟู้ดอ่าวกะตะ ระหว่างทางนั่งรถไปพบขบวนแห่เทียนพรรษา ที่บ้านนาทุ่ง
ผมจำชื่อ กะตะซีฟู้ดได้ และจำได้ว่า สมัยที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่สาวน้อยกับผมเคยไปกิน ตอนนั้นร้านอยู่ริมถนน ไม่ได้อยู่ชายทะเลอย่างเดี๋ยวนี้ น้องชายบอกว่าสมัยก่อน อาหารทะเลจากอ่าวกะตะมีชื่อเสียงว่าคุณภาพสูงกินอร่อย ตอนหลังปริมาณร่อยหรอลงจากฤทธิ์อวนลาก ตอนนี้ห้ามอวนลากมาหลายปี และป่าชายเลนฟื้น ปริมาณอาหารทะเลจึงดีขึ้น
อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างและสด ที่หากินยากคือกุ้งลายเสือ หรือที่ชาวบ้านเรียกกุ้งม้าลายหรือเรียกสั้นๆ ว่ากุ้งลาย ที่สาวน้อยกับผมเคยไปกินที่ระยอง ตามบันทึก (๒) น้องชายบอกว่าเป็นกุ้งที่ราคาแพงที่สุด กิโลละ๗๐๐ บาท ที่ผมไปกินที่ระยองกิโลละ ๑,๐๕๐บาท อีกอย่างหนึ่งคือหอยขาว เนื้อเหนียวหน่อยแต่หวาน น้ำต้มหอยหวานอร่อยมาก เราแย่งกันออกค่าอาหารแต่คุณวิจัยคนท้องถิ่นไวกว่า ไปจ่ายก่อนแล้ว
น้องสะใภ้เจ้าของสวนทุเรียนแกะทุเรียนก้านยาวกับหมอนทอง เอาไปกินเป็นของหวานหลังอาหาร จึงได้เปรียบเทียบรสของทุเรียนสองชนิดนี้ ผมกินแบบชิม เพราะดื่มไวน์ไปสองแก้ว น้องชายเอาไวน์แดง Shiraz จากWestern Australia มากินกันสองคนกับผม รสดีมาก
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ค. ๖๑

1 ร้านรับลม ประจวบ

2 จากซ้ายไปขวา ต้อง. สาวน้อย. แต้ว

3 สองตายายที่ประจวบ

4 คุณวิจัย นพ. วิชัย. ทญ. มุรธา ที่พนังตักซีฟู้ด

5 สาวน้อย แต้ว ต้อง ที่ริมอ่าวพนังตัก

6 ต้นกร่างที่โรงแรมนานาออกผลเต็มต้น

7 ผลกร่างแน่นทุกกิ่ง

8 ผลกร่างที่ลำต้น