ข้า ราษฎร์ รัฐ


"เรียนให้สูงๆ โตไปจะได้เป็นเจ้าคนนายคน" เราๆท่านๆจะได้ยินคำพูดที่เเสนจะเคยชินเหล่านี้จากปากของผู้หลักผู้ใหญ่ท่านเเล้วท่านเล่า พวกเขาเหล่านั้นมีโลกทัศน์เเบบจารีตนั่นก็คือ ซึมซับกับระบบรัฐราชการ อันว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาหน้าไสในเเนวดิ่ง

ในอดีตกาล ประชาชนจะต้องปฏิบัติต่อข้าราชการเสมือนว่าเป็นนายกับบ่าว ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ข้าราชการหลายกลุ่มในปัจจุบันต่างก็ถือเป็นปรกติ เช่น การบริภาษประชาชนผู้มาติดต่อราชการเป็นเนืองนิจ เก็บส่วยจากชาวบ้านเพื่อให้ดำเนินเรื่องได้ถึงฝั่ง(เป็นที่มาของวัฒนธรรมในเชิงอุปถัมภ์เเละการรับสินบนซึ่งอยู่คู่ฟ้าประชาไทย

เพราะฉะนั้น การเเก้ไขปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็มาจากวิถีของข้าราชการ(บางกลุ่ม)นั่นเเหละ จะไปโยนความผิดบาปให้เเก่ชาวบ้านตาสีตาสาไปจนถึงนักการเมืองก็กระไรอยู่) ประชาชนจึงซึมซับกับพฤติการณ์ทำนองนี้ คนของรัฐทำได้ ไยเราจะทำไม่ได้ ก็ทำให้เกิดความทะยานสู่เกียรติยศเเละความมั่นคงเต็มขั้น นั่นก็คือ ความอยากเป็นข้าราชการ

ซึ่งคนไทยก็ชอบตำเเหน่งลาภยศเสียด้วย ทหาร ตำรวจ ไปจนถึงปลัดอำเภอ อยู่ในสายตาชาวสารขัณฑ์เสมอ เเละวัฒนธรรมเเบบราชการก็ตอบจริตชาวไทยเสมอ เช่น พิธีรีตองปลีกย่อย ระบบอุปถัมภ์(patronage) การถือพรรคเล่นพวก(nepotism)ไปจนถึงระบบลดหลั่นสูง-ต่ำ(hierarchy) เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะในระบบหรือนอกระบบราชการ ไปบ้านยายมี หรือจวนผู้ว่า ชนชาวไทยก็พานพบกับวัฒนธรรมเทือกนี้เป็นประจำ

ระบบราชการจึงกระจายเเพร่หลายอย่างรวดเร็วในสยามรัฐยิ่งกว่าการเเพร่พันธุ์ของผักตบชวาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เเละปู่ยาตายายตั้งเเต่เทือกเถาเหล่ากอก็ส่งผ่านค่านิยมเหล่านี้สู่ลูกหลานเหลนโหลนอยู่เรื่อยไป เเละจะไม่มีวันปลาสนาการผลาญราบในเเผ่นดินสารขัณฑ์เเลนด์ก็เป็นได้

| พศุตม์ ห้วยลึก.นิพนธ์| [ ข้า ราษฎร์ การ ]

หมายเลขบันทึก: 650468เขียนเมื่อ 23 สิงหาคม 2018 09:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 สิงหาคม 2018 09:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี