๗๔๑. เพลงหน้าที่เด็ก มาร์ชโรงเรียน และเพลงค่านิยม ๑๒ ประการ

งานนโยบาย ก็คล้ายๆพืชเชิงเดี่ยวนั่นเอง..ลงทุนสูงทุกปี ไม่มีการปรับปรุงกระบวนการผลิต เดินหน้าทำไปเหมือนเดิม เพิ่มเติมความเคยชินและไม่มีการติดตามผลเท่าที่ควร

              นโยบายรายวัน..ของกระทรวงศึกษาธิการและสพฐ. ผมมองเป็นเรื่องของแนวคิด หรือข้อคิด และเป็นเพียงเกมประชาสัมพันธ์หน่วยงานเท่านั้น

            เพราะมันเป็นคนละเรื่องกับหลักสูตรที่มีเนื้อหามากมาย และก็หนาแน่นเทอะทะ ตั้งแต่ชั้น ป.๑ ถึง ป.๖

            นั่นก็หมายความว่า..อย่าได้คิดอ่านอะไรไปมากกว่านี้ ที่มีความสำคัญน้อยกว่าการเรียนการสอนในห้องเรียน อย่าเพิ่มภาระงานให้ครู และอย่าพยายามดึงครูออกจากโรงเรียน..

            เรื่องของเรื่องก็คือ..ในเวลางานปกตินั้น มันเป็นเรื่องของงานหลักล้วนๆ ที่เรียกว่างานพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีความพอดีและลงตัวอยู่แล้ว

            งานใหม่ที่เข้ามา ต้องทำในลักษณะบูรณาการเท่านั้น จึงจะเห็นผล เป็นเรื่องที่น่าคิดวิเคราะห์ว่า ผู้บริหารและครูรุ่นใหม่ เข้าถึงสถานการณ์เหล่านี้มากน้อยแค่ไหน..

            หน่วยงานต้นสังกัดอย่างสพฐ. ไม่ทันคิดและอาจคิดไม่ถึง ตลอดจนไม่กล้าพอที่จะบอกตรงๆ ให้ไปประยุกต์ใช้ หรือบูรณาการให้เป็นส่วนหนึ่งของงานทั่วๆไปในโรงเรียน..จึงมักจะไม่มีข้อแนะนำใดๆ นอกจากสั่งและสั่ง..

            งานนโยบาย ก็คล้ายๆพืชเชิงเดี่ยวนั่นเอง..ลงทุนสูงทุกปี ไม่มีการปรับปรุงกระบวนการผลิต เดินหน้าทำไปเหมือนเดิม เพิ่มเติมความเคยชินและไม่มีการติดตามผลเท่าที่ควร

            คนปฏิบัติทุกข์ท้อระทมขมขื่น คนที่ชื่นมื่น คือนายทุนหรือคนคิดนโยบายใช่หรือไม่?..นี่คือ..สภาพการศึกษาไทย ที่เป็นเช่นนั้นจริงๆ

            ผมยกตัวอย่างก็ได้..ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ลำพังเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ยิ่งใหญ่พอที่จะเอาการศึกษาอยู่หมัด แต่เปล่าเลย..ครูทั่วไป..ลืมไปแล้วว่า..มันยังมีอยู่จริงๆ..

            เพราะ..ผู้ใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ ไม่นิการนิเทศติดตาม ไม่ถามถึงและคงจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีกแล้ว..เราจึงเสียเวลาและหมดเปลืองกับนโยบายทำนองนี้มากมาย..ทุกปี

            ปีก่อน..ติดตามถามไถ่ เอาเป็นเอาตายกับ ค่านิยม ๑๒ ประการ ให้โรงเรียนทำแผนงานโครงการฯ คิดกิจกรรมที่สอดรับ..ทำท่าจะไปได้สวยงาม

            เพราะค่านิยมแต่ละข้อ..คือเรื่องของคนไทยทั้งชาติ ที่ต้องร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมสร้างสรรค์ ตั้งแต่วินัยในระดับรากหญ้า ไปจนถึงสถาบันสูงสุดอันเป็นที่รักหวงแหนของคนในชาติ..

            แต่ปีการศึกษานี้..ในทุกวงการ แม้แต่ สพฐ.เอง กลับไม่มีการทบทวนเรื่องนี้ ไม่มีการคิดต่อยอด หรือรณรงค์ส่งเสริมให้มันชัดเจนเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น..คิดเรื่องใหม่ ไปเรื่อยๆ

            ในส่วนของภาครัฐ..การประชาสัมพันธ์ในช่วงเย็น จะเป็นเรื่องราวผลงานของรัฐบาล และแผนงานเมืองไทย 4.0 เท่านั้น..การพัฒนาค่านิยม หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทยกลับไม่พูดถึง

            ทั้งๆที่ค่านิยม ๑๒ ประการ น่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญ ที่จะนำพางานของรัฐบาลไปสู่ความสำเร็จด้วยซ้ำ

            ๑ เดือนที่ผ่านมา..ผมปัดฝุ่น..และย้อนยุค..ทำเรื่องที่ทำแล้ว มาทำใหม่ ปรับให้ใหญ่และมีคุณค่ามากกว่าเดิม ไม่ทิ้งสิ่งดีๆไว้ข้างหลัง

            ปีการศึกษาที่ผ่านมา..ร้องเพลง หน้าที่เด็ก เพลง “มาร์ชโรงเรียน” และ เพลง “ค่านิยม ๑๒ ประการ.." ทุกชั้นร้องได้คล่องแคล่ว รู้เนื้อและทำนอง

            ปีนี้..นำเพลงทั้งหมดมาบูรณาการ กายบริหารประกอบเพลง ใช้กลองใหญ่คุมจังหวะ นักเรียนใช้ท่ามือเปล่า..ร้องและออกท่าทางพื้นฐานไปตามจังหวะกลอง

            เพลง “หน้าที่เด็ก” หรือ เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่ ๑๐ ข้อ..ที่ครั้งหนึ่งเกือบจะถูกบรรจุอยู่ในวาระแห่งชาติ..แต่แล้วผู้ใหญ่ก็ไม่ใส่ใจ ไม่เห็นความสำคัญของเพลงนี้

            เพลง “มาร์ชโรงเรียน” ใช้สอนกิจกรรมเข้าจังหวะกายบริหารได้เป็นอย่างดี เพิ่มความรักความสามัคคี ช่วยให้นักเรียนรู้จักตนเองและรักโรงเรียนมากขึ้น

            เพลง “ค่านิยม ๑๒ ประการ” นักเรียนรู้จัก เข้าใจและจำได้ เมื่อผมทำให้เป็นเพลง เพิ่มกิจกรรมออกกำลังกายเข้าไป..เด็กจะจดจำนำไปใช้ได้อีกนานเท่านาน

            ผมเชื่อว่า..สิ่งที่ผมทำ กิจกรรมที่ผมสร้าง..ไม่เพียงแค่เสริมต่อการเรียนรู้ กระตุ้นสมอง ๒ ซีก และให้พลังแก่ร่างกาย ยังช่วยปลูกฝังจิตสำนึกขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านกระบวนการที่สุนทรีย์..ที่นักเรียนจะไม่มีวันลืมเลือนแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๕  มิถุนายน  ๒๕๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ด้วยด้วย..รักและศรัทรา...เจ้้้้้าค่ะ ..