ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกระหว่าง “ความสุข” กับ “ความเจริญ” นั้นต่างกัน คนที่คบด้วยแล้วมีความสุขคือ สามารถตอบสนองอารมณ์ของเราได้ เช่น ชอบอะไรเหมือนกัน มีจิตนาการสนุกสนานคล้ายกัน ส่วนคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความเจริญคือ การทำให้ชีวิตก้าวหน้าขึ้น พัฒนาขึ้น มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ดีขึ้น
แต่ก่อนที่จะมองหาคนที่ทำให้เราชีวิตเจริญขึ้น เราควรต้องรู้จักตัวเองก่อน และรู้จักที่จะคบคนที่จะเหมาะสมกับเราก่อน จึงจะทำให้ความสัมพันธ์นั้นราบรื่นมากขึ้น

โดยพิจารณาจาก 4 ข้อสำคัญดังนี้
1. วิเคราะห์ให้ออกว่าเราเหมาะกับคนแบบไหน
บางคนชอบคนหน้าตาดี บางคนเหมาะที่จะอยู่กับคนนิสัยดีมากกว่า การเลือกแฟนไม่ใช่เพียงเลือกคนที่เราชอบ แต่ต้องเลือกคนที่เหมาะกับเราด้วย บางคนอยู่ด้วยแล้วสนุก มีความสุข แต่อาจไม่ได้ทำให้คุณเจริญ แต่ในบางครั้งความเจริญก็อาจจะไม่ได้ทำให้มีความสุข ถ้าจะให้ดีควรมีให้ครบทั้งสองอย่าง และไม่ใช่ว่าการคบคนที่เหมือนกันแล้วจะดี เช่น ตัวเองติสเลยชอบคนที่ติสเหมือนกัน บางครั้งคุยกันสนุก แต่ต่างคนต่างใช้แต่สมองซีกขวามากกว่าเหตุผล เวลาทะเลาะกันจึงมีแต่อารมณ์และจิตนาการเลอะเทอะไปกันใหญ่ บางครั้งคนที่ต่างกันกลับช่วยเติมเต็มกันและกันได้มากกว่า นอกจากนี้ พฤติกรรมของคนที่เราคบต้องเหมาะสมกับสิ่งที่เรารับได้ และรับไม่ได้ด้วย เช่น ผู้หญิงบางคนชอบผู้ชายแบดบอย เพราะมีความตื่นเต้นเร้าใจ มีเสน่ห์ แต่ขณะที่ตัวเองปล่อยวางไม่เป็น ขี้หึง ขี้ระแวง ไม่ชอบคนที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ชอบคนที่ชอบปาร์ตี้ ก็ทำให้ความสัมพันธ์ไม่มีความสุขเพราะเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ผู้ชายบางคนชอบผู้หญิงที่ดูแรงๆ แรดๆ แต่พอเจอแฟนตัวเองไปมองผู้ชายอื่น หรือพูดถึงผู้ชายอื่น ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้กับเพื่อนผู้ชาย กลับรับไม่ได้ กลายเป็นทะเลาะกัน ไม่มีความสุข ชีวิตเริ่มไม่มีความเจริญ
2. การให้เสมอกัน
บางคนชอบคนรวย เพราะใช้ชีวิตง่ายขึ้น อีกฝ่ายจ่ายให้ตลอด แต่ขณะเดียวกันผู้ชายรวย เขาเคยให้เราได้ เขาก็เอาไปให้คนอื่นได้เช่นกัน จะให้ดีคือฝ่ายหนึ่งให้ อีกฝ่ายหนึ่งแม้ว่าจะรายได้น้อยกว่า แต่ก็พยายามประดิษฐ์หรือหาสิ่งอื่นมาให้เป็นการตอบแทน ผลัดกันให้ผลัดกันรับ จึงจะพอดี ไม่ใช่สายเปย์เพียงฝ่ายเดียว ยกเว้นชีวิตพี่นั้นมีแต่ให้ ยินดีจะให้ ก็ดีไป อีกส่วนหนึ่งคือทัศนคติการให้ผู้อื่นให้สังคม หรือความใจกว้าง ถ้าไม่ตรงกันก็มีปัญหาอีกเช่นกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่อีกฝ่ายคิดว่าให้มากเกินไป ก็ทำให้ถกเถียงกัน
3. การมีศีลเสมอกัน
ศีลเสมอกันถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการยอมรับในสิ่งผิดชอบชั่วดีแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น บางคนฆ่ามด ฆ่ายุง ตีแมลงสาบ แมลงวัน ทั้งวัน เพราะถือว่าสัตว์เหล่านี้รกโลก ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ชอบความรุนแรงฆ่าสัตว์ตัดชีวิต บางคนชอบสวมหน้ากาก เสแสร้งเพื่อเอาตัวรอดในสังคม ในขณะที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าการโกหกความไม่จริงใจเป็นคนที่ไม่น่าคบ เป็นต้น การตัดสินใจของคนเรา มักจะอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรมของตนเองเสมอ ฉะนั้นถ้าต่างฝ่ายต่างมองความผิดชอบชั่วดีไม่เท่ากัน ก็จะเกิดการถกเถียงไม่เห็นด้วย
4. ปัญญาเสมอกัน
ถ้าคู่ของเราคุยในเรื่องเดียวกันได้ สมองอยู่ในระดับเดียวกัน มีตรรกะ มีการรับรู้เสมอกัน ก็จะทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างเข้าใจและรู้เรื่อง บางคนพูดนิดเดียวก็เข้าใจ บางคนอธิบายจนเหนื่อยกว่าจะเข้าใจ
ที่กล่าวมาข้างต้นคือการพิจารณาเลือกคนที่มีความเหมาะสมกับอุปนิสัย สิ่งที่เรารับได้ หรือรับไม่ได้ ศรัทธา ความเชื่อของตนเอง แต่สิ่งต่อไปที่จะกล่าวถึงคือ คุณลักษณะของคนที่จะทำให้ชีวิตของเราเจริญยิ่งขึ้น นั้นคือคนที่มี Growth Mindset หรือการมีทัศนคติแบบเปิดหรือเติบโต
นักจิตวิทยาได้กล่าวถึง การมี Growth Mindset ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับความเจริญหรือการพัฒนา เพราะคนที่มี Mindset ลักษณะนี้ จะสังเกตได้ว่า เขาจะมีพัฒนาการตลอดแทบทุกวัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น พร้อมเปลี่ยนแปลงและปฏิบัติถ้ามันทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น มีความเชื่อว่า ความสามารถเกิดจากความพยายาม มีความรักและชอบขวนขวายสู่ความสำเร็จ มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ถ้าพบเจอคนลักษณะเช่นนี้มาเป็นคู่ครองจะถือว่าดีมาก เมื่อคุณคบเขาในวันนี้ กับอีก 5 ปีข้างหน้า เขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นตลอด ต่อให้เขาทำอะไรผิดพลาดไป คนเหล่านี้จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขตนเอง และสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณด้วย แต่คนอีกประเภทคือ Fix Mindset คนลักษณะนี้จะนิ่งๆ เฉยๆ เรื่อยๆ มีความเชื่อว่าคนเกิดมาโง่ หรือฉลาดตั้งแต่เกิด ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงพัฒนาอะไรใหม่ คนเหล่านี้ต่อให้คุณคบไปอีก 5 ปีข้างหน้า เขาก็จะเหมือนเดิมไม่มีอะไรพัฒนาขึ้น

คุณลักษณะของแฟนที่ควรคบเพื่อให้ชีวิตเราเจริญขึ้น
- เป็นคนเปิดใจ รับฟังคนอื่น มีทัศนคติที่ดีต่อการพิจารณาข้อคิดเห็นต่างๆ และพร้อมนำมาปรับใช้กับตัวเอง
- มีจิตมุ่งมั่นในการเรียนรู้ และพัฒนาอยู่อย่างสม่ำเสมอ
- ไม่มีอีโก้ หรืออัตตาสูง
- มุ่งงาน มุ่งสร้างอนาคต ปล่อยแล้วโต ปล่อยแล้วไม่ตาย หมายถึง เมื่ออยู่ห่างกัน เขาจะทำในสิ่งที่ดี ไม่ไปประพฤติตัวเหลวไหล คนลักษณะเช่นนี้ ทำให้การคบหากันแล้วรู้สึกสบายใจมาก มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน แม้จะไม่ได้เจอกันนานๆ ก็จะไปหาสิ่งดีๆ ทำ เช่น ไปทำงานอดิเรก ไปเป็นจิตอาสา ไปอ่านหนังสือ ไปทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่น “เวลาเราไม่ได้อยู่ด้วยกันเรากำลังทำให้โลกนี้ดีขึ้น แต่เวลาเราอยู่ด้วยกันเราทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น”
- มีความฝัน หรือมี Vision ที่คล้ายกัน สนับสนุนกันและกันให้เป็นคนที่ดีขึ้นในแต่ละวัน
- The one who bring out the best in you not the stress in you คนที่ดึงด้านที่ดีที่สุดของเราออกมา ไม่ใช่ความเครียด และอย่าเลือกคนที่วนเวียนกับอดีตมาก (คุยถึงแต่ความสำเร็จในอดีต หรือพูดแต่เรื่องในอดีต) แต่เลือกคนที่มองอนาคตเยอะ (พูดถึงแผนชีวิต มองไปข้างหน้า)
- มีทัศนคติเป็นนักแก้ปัญหา ไม่ใช่นักจมกับปัญหา problem solving mindset, not problem sinking mindset ให้สังเกตวิธีการแก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เขาจมอยู่กับมัน หรือเขาถอยออกมาเพื่อที่จะแก้มัน
- ดูแลครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราเป็นครอบครัวของเขาแล้ว เขาก็จะดูแลเราเช่นกัน
- สังเกตเพื่อนหรือคนรอบข้างที่เขาคบว่าเป็นคนแบบไหน เขาก็มีแนวโน้มจะเป็นคนแบบนั้น เช่น มีเพื่อนขี้เม้า เขาก็จะเป็นขาเม้า เพื่อนๆ เจ้าชู้ เขาก็จะมีทัศนคติยอมรับเรื่องความเจ้าชู้ ถ้ามีเพื่อนที่ประสบความสำเร็จ เขาก็เป็นคนที่ชอบความสำเร็จ
- มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ เรื่องนี้อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละบุคคล เพราะถ้าคุณเลือกคนที่ป่วยบ่อย สุขภาพไม่ดี นั้นหมายถึงเราก็ต้องดูแลคนป่วยไปตลอดชีวิต การที่เราจะเลือกผูกตัวเองอยู่กับใคร ก็ไม่ต่างอะไรกับนกเลือกกรงที่จะอยู่ ดังนั้นเราควรจะเลือกกรงที่ดีที่สุด เว้นเสียแต่ว่าคุณมีความพร้อมที่จะรับภาระในการดูแล
- มีข้อเสียที่เรารับได้ เพราะก่อนการแต่งงานเรามักจะเห็นปัญหาในสิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ๆ และหลายคู่มักจะคิดว่ารับได้ แต่การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ปัญหาเล็กๆ คือสิ่งที่ต้องเจอทุกวันอันนี้สำคัญ เราจะรับได้รึไม่ เช่น ความมีระเบียบวินัย ความสะอาด หลายคู่หย่าล้างเพราะต้องเจอปัญหาเล็กๆ ทุกวัน จนกลายเป็นการทนกันไม่ได้

มีงานวิจัยของนักจิตวิทยาได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ทำให้การแต่งงานของคนสองคนล้มเหลว ไม่ใช่เพราะเขาสองคนรักกันน้อยไป แต่สิ่งสำคัญคือ ความเป็น "เพื่อนแท้" ที่มีต่อกันน้อยเกินไป เพราะเมื่อแต่งงานกันไปนานๆ แล้ว ความรักความหลงใหลคลั่งไคล้ในแบบหนุ่มสาวจะหายไป และเหลือความเป็นเพื่อนสนิทเข้ามาแทนที่ ถ้าเขาทั้งคู่สามารถเป็นเพื่อนแท้ในชีวิตกันและกันได้ จะทำให้ความสัมพันธ์คู่ชีวิตเป็นไปอย่างยืดยาว
และสิ่งที่สำคัญกว่าความรัก คือ "ความเข้าใจ" ถ้าทั้งคู่มีพื้นฐานที่ยอมทำความเข้าใจอีกฝ่าย ต่อให้ทั้งคู่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้
ติดตามผลงานได้ที่เฟสบุ้คแฟนเพจ ครูตุ๊ก นารีรัตน์ นุโยค