“ลาวเวียงบ้านชุ้ง” ร่วมสร้างครัวชุมชน
แหล่งอาหารปลอดภัยเพื่อทุกคน
แม้วิถีการเกษตรของสังคมปัจจุบันจะเปลี่ยนไป เพราะมีการพึ่งพาสารเคมี แต่ชาวลาวเวียงที่บ้านชุ้ง ต.บ้านแก้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี แห่งนี้ ยังคงความดั้งเดิม และปฏิบัติสืบทอดกันมาไม่เปลี่ยน นั่นคือ การไม่พึ่งพาสารเคมี พืชผักที่ได้จึงปลอดสาร
บ้านชุ้งมีประชากร 176 คน 55 ครัวเรือน มีพื้นที่ทั้งหมด 636 ไร่ มีแม่น้ำป่าสักล้อมรอบหมู่บ้าน ทำให้ ดินดี น้ำสมบูรณ์ ชาวลาวเวียงที่นี่จึงถนัดการทำเกษตรเป็นหลักสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และสิ่งหนึ่งที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คือ การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้กินในครัวเรือน โดยไม่มีการใช้สารเคมี
แม้ว่าเกษตรกรรมหลัก จากที่เคยทำนาก็เปลี่ยนมาทำไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย และมีการใช้สารเคมีไปบ้าง แต่การปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคในครัวเรือน ไม่เปลี่ยนไป เพราะทุกคนถูกสั่งสอนมาตลอดว่า ต้องปลูกเอง สร้างแหล่งอาหารด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้อาหารที่ดี ปลอดภัย
นายสมนึก แสนสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านชุ้ง กล่าวว่า ชาวลาวเวียงบ้านชุ้ง ให้ความสำคัญเรื่องผักปลอดสารอย่างมาก เด็กๆ ที่นี่สามารถเลือกผักเป็น เพราะพ่อแม่สอนมาโดยจะใช้ช่วงที่ล้อมวงทานข้าวด้วยกัน คอยสอดแทรกให้เด็กๆ ได้ฟัง
ขณะเดียวกันชุมชนได้จัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและบริโภคผักปลอดภัยในครัวเรือน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์และสืบทอดการปลูกผักปลอดสารต่อไป
“ในอดีตเราปลูกผักไว้กินเองแบบตามมีตามเกิดโดยไม่รู้หลักการ แต่เมื่อเราเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ อย่างการเข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้ตั้งแต่การเตรียมดิน การทำปุ๋ยหมัก การปลูก ซึ่งทุกกระบวนการจะต้องสอดคล้องกับวิถีเดิมๆ” ผู้ใหญ่สมนึก กล่าว
ขณะเดียวกัน พริก มะเขือ โหระพา ข่า ตะไคร้ คือผัก 5 ชนิดหลักที่ทุกครัวเรือนต้องปลูกไว้ในบ้าน เพราะเป็นวัตถุดิบที่ใช้บ่อย แต่ความจริงแล้วทุกครัวเรือนปลูกกันเกิน 10 ชนิด ผลผลิตที่ได้จะเป็นการไว้บริโภคในครัวเรือนเป็นลำดับแรก นอกจากนั้นก็แบ่งปันแลกเปลี่ยนกันในชุมชน และนำไปขายบางส่วน ซึ่งมีตลาดผักปลอดสารหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านเป็นที่รองรับ
“ต่อไปคือการผลักดันให้เกิดครัวชุมชนขึ้นให้ได้ เรามีทุกอย่างในชุมชน ยกเว้นเครื่องอุปโภคที่ต้องหาจากข้างนอกเข้ามา แต่ด้านบริโภคเรามีครบหมด ทุกอย่างซื้อขายแลกเปลี่ยน หมุนเวียนกันในชุมชนโดยไม่ต้องพึ่งพาภายนอก ซึ่งเราควบคุมคุณภาพอะไรไม่ได้เลย” ผู้ใหญ่สมนึก กล่าว
ด้าน นายราศรี ชัยภูมิ ชาวบ้านชุ้งวัย 64 ปี ที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ที่บ้านปลูกผักหลายชนิด เอาไว้กินในครัวเรือน บางส่วนก็เอาไปขายที่ตลาดหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ที่ขายดีก็จะเป็น ต้นหอม ผักชี โดยขายตั้งแต่ 8 โมงเช้าไปจึงถึงบ่ายโมง ได้วันละ 100-300 บาท แล้วแต่ ถ้าวันไหนขายดี ผลผลิตมีเยอะก็จะได้มากถึง 500 บาท ทำไปกินไป เหลือก็ขาย ดีกว่าอยู่เฉยๆ
ขณะที่ นางมะลิ ปาละวงศ์ ชาวบ้านชุ้งอีกรายหนึ่งที่ ปลูกผัก ผลไม้ และเลี้ยงไก่ ทำเกษตรผสมผสานบนเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน ทำให้มีกิน มีขาย และที่สำคัญทุกอย่างปลอดสาร
“เราชอบ ใจรักอยากปลูกอะไรไว้กินเอง เขามีกิน เราก็มีกิน ไม่ต้องซื้อ แรกๆ ก็ใช้สารเคมีมาฉีดพ่น แล้วเราเกิดอาการแพ้ ผื่นขึ้น หน้าพัง รู้เลยว่าเกิดจากสารเคมี เลยเลิกอย่างเด็ดขาด หันมาใช้น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์บำรุง ในสวนมีผักและผลไม้รวมๆ เกือบ 20 ชนิด ช่วงนี้ที่ได้ขายก็เช่น มะนาว กล้วย และสาเก เวลามีงานที่ไหนก็จะเอาผลผลิตไปวางด้วย” นางมะลิ บอก
จากจุดเริ่มต้น ปลูกแค่กิน เหลือค่อยขาย สู่การผลักดันให้เกิด “ครัวชุมชน” วันนี้ชาวลาวเวียงบ้านชุ้ง จึงมีแหล่งอาหารปลอดภัยและยั่งยืน อันมาจากสองมือที่ช่วยกันสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

