ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการสะพานสูง<p>ที่แห่งนี้คอยเติมเต็มกำลังใจร่วมกัน</p><p></p><p>          เด็กพิการ แม้จะมีความบกพร่องทางร่างกาย แต่ถ้าหากได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง แล้วย่อมมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้</p><p>            ทว่าสถานที่ที่รับดูแลเด็กพิการนั้นกลับมีน้อยมากและอยู่ไกล ซึ่งผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่าย  เสียเวลา และอุปสรรคที่สำคัญ คือความยุ่งยากในการเดินทาง แต่คงจะดีไม่น้อยหากมีสถานที่ที่คอยช่วยฟื้นฟูเด็กพิการนั้น อยู่ใกล้บ้าน</p><p>            ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (สะพานสูง) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 ที่นี่เกิดจากความร่วมมือของชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ เพื่อให้เป็นจุดนัดพบใกล้บ้านของพ่อแม่ได้เข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ช่วยกันฟื้นฟูศักยภาพให้เด็กพิการอย่างถูกวิธี เพื่อพัฒนาการที่ดีขึ้น</p><p>            สร้อยพัชร เอมสุวรรณ์ หรือ “แม่ตุ๊ก” ผู้รับผิดชอบศูนย์ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว เขตสะพานสูง เอ่ยถึงจุดเริ่มต้นของศูนย์ฯ แห่งนี้ ว่า จากการที่มีลูกพิการทั้ง 2 คน ทำให้ต้องหาวิธีมาดูแลลูก กระทั่งได้เข้าร่วมกับชมรมผู้ปกครองเด็กพิการ และมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ทำให้ได้วิธีดูแลลูก ฝึกฝนลูกจนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็เริ่มชวนพ่อแม่ซึ่งมีลูกพิการในละแวกบ้านมารวมตัวกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้ และมีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใครมีอะไรก็มาพูด มาคุย มาปรึกษากัน</p><p></p><p>            แรกเริ่มสมาชิกมีเพียง 3-4 ครอบครัว เมื่อสมาชิกเพิ่มมากขึ้น บ้านที่เคยใช้เป็นสถานที่รวมตัวทำกิจกรรมก็เริ่มคับแคบ ทางชุมชนหมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง กทม. อนุญาตให้ใช้ห้องสมุดเก่า ซึ่งตั้งอยู่ในสวนสุขภาพของชุมชน มาทำเป็น “ห้องเรียนฝึกทักษะเด็กพิการในสวน” มาตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน</p><p>            เมื่อถามถึงสิ่งแรกที่พ่อแม่ลูกพิการต้องทำคืออะไร แม่ตุ๊ก บอกว่า พ่อแม่ต้องยอมรับในลักษณะความพิการของลูกให้ได้ก่อน และความพิการแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน รายละเอียดต่างกัน แล้วหาเพื่อนรวมกลุ่มแทนการอยู่คนเดียว เพราะจะได้เห็นว่าคนๆ อื่นก็ประสบกับสิ่งเดียวกัน บางคนมากกว่าเราก็มี เขายังยิ้มได้ แล้วยอมรับตัวเอง เปิดใจที่จะเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ ลงมือทำ ผลดีก็จะเห็นในตัวเด็ก อย่างสมองแม้ถูกกระทบกระเทือน แต่เด็กคือวัยกำลังเจริญเติบโต มันสามารถสร้างและทดแทนได้</p><p>            เมื่อเข้ามาที่ศูนย์ฯ นี้แล้ว ทางศูนย์ฯจะร่วมวางแผนการฝึกให้ โดยเริ่มจากแยกฝึก-เหมือนเด็กปกติที่ไปโรงเรียนครั้งแรก ต้องฝึกให้เด็กอยู่กับคนอื่นโดยไม่มีพ่อแม่ให้ได้ก่อน เมื่อเริ่มชนก็ค่อยมาเข้ากิจกรรมกลุ่ม จากนั้นก็จะให้พ่อแม่มาฝึกขั้นตอนการดูแลร่วมกัน จะได้รู้วิธีฝึกลูกว่าควรทำอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านพร้อมๆ กัน</p><p></p><p>            “สิ่งสำคัญที่เราเน้น คือ ถ้าอยากให้เด็กมีพัฒนาการ ต้องเกิดจากการกระตุ้น พ่อแม่อย่าไปคิดแทน หรือทำให้ อย่ารู้ใจไปหมด เพราะเด็กถ้าไม่ได้รับการฝึก พอไปอยู่กับคนอื่น แล้วเขาจะสื่อสารได้อย่างไร” แม่ตุ๊ก ย้ำ</p><p>            ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (สะพานสูง) มีเด็กพิการที่อยู่ในการช่วยเหลือ 14 ราย โดยกิจกรรมซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จะมีตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ มีกิจกรรมฟื้นฟูที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมสันทนาการกลุ่ม การเรียนรู้ผ่านการเล่น การนวดถือพื้นฐานเพื่อการฟื้นฟู การฝึกทรงตัว และยังมีกิจกรรมธาราบำบัด ซึ่งเป็นการฟื้นฟูด้านการเคลื่อนไหว โดยใช้สระน้ำอุ่นเป็นสถานที่ให้เด็กได้ลงไปยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ</p><p>            นอกจากนี้ทางกลุ่มยังออกพื้นที่ “เพื่อนเยี่ยมเพื่อน” เพื่อค้นหาเด็กพิการรายใหม่ เพื่อไปให้กำลังใจและความรู้ในการดูแล ซึ่งส่วนใหญ่ที่ไปพบจะมีความยากลำบากในการเลี้ยงลูก  ขาดความรู้ ความมั่นใจในการดูแล</p><p></p><p>            “เพราะพ่อแม่น้อยคนที่จะรู้ปัญหา บางคนไม่ยอมรับ คิดว่าไม่เป็นไรมาก บางคนก็ปล่อยเลยตามเลย และดูแลแบบตามมีตามเกิด เราค่อยๆ มาปรับความคิด ว่าบางที่ลูกไม่ใช่ได้แค่ร้องไห้ ยังมีพัฒนาการได้อีกถ้าได้ฝึกอยากสม่ำเสมอ เราสร้างแนวคิดให้เชื่อก่อนว่า การฝึกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เขาได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับว่าเราทุ่มเทได้มากแค่ไหน ปรับทัศนคติ ถ้าจริงจัง มีวินัยฝึกลูกจริงจัง แล้วลูกสุขภาพดี แม้จะค่อยๆ ก้าวได้ทีละนิด แต่ก็จะค่อยๆ เห็นพัฒนาการ” แม่ตุ๊ก บอก</p><p>            ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่อยู่ในกล่ามอย่าง วสันต์ ชื่นชม คุณพ่อลูกพิการ ที่เคยประสบปัญหาในการพาลูกไปบำบัดที่อื่นๆ แต่หลังจากที่ทราบจากเพื่อนว่าใกล้บ้าน ก็มีสถานที่ที่รับดูแลเด็กพิการด้วย เขาจึงนำลูกมาฝึกที่นี่</p><p></p><p>            วสันต์ เล่าว่า เริ่มรู้ว่าลูกมีปัญหาด้านสมองก็เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ทั้งๆ ที่คลอดมาไม่มีความผิดปกติ แต่เริ่มสังเกตเห็นพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กรายอื่น ก็พาลูกไปบำบัดทั้งที่มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และโรงพยาบาลเด็ก ซึ่งการเดินทางลำบากพอสมควร เพราะไกลบ้าน จนมีเพื่อนมาบอกว่า ที่ชุมชนก็มีสถานที่ดูแลเด็กพิการ ก็เลยมาที่นี่ ถือว่าสะดวก ใกล้บ้าน เพราะยังต้องดูแลลูกคนเล็กอีกด้วย พอมีที่ใกล้บ้านก็สะดวกขึ้น เราเห็นพัฒนาการลูกที่ดีขึ้น แม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ค่อยๆ ดีขึ้น เช่น อาการเกร็ง ก็เห็นว่ามีการกล้ามเนื้อคลายกว่าเมื่อก่อน</p><p>          ศูนย์เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว (สะพานสูง) ที่แห่งนี้ นอกจากจะเป็นสถานที่คอยช่วยเหลือเด็กพิการแล้ว ที่นี่ คือ สถานที่ที่คอยสร้างกำลังใจร่วมกัน ขาดความรู้ ความกำลังใจ ก็มาเติมเต็มร่วมกัน</p><p>
</p>