สุขภาพกับการใช้งานคอมพิวเตอร์
ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการทำงานนั้น เป็นประโยชน์อย่างมากแต่การทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ในการใช้งานหากเราคำนึงถึงในข้อนี้ จะช่วยป้องกันอันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์ได้ ทำให้ใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ได้อย่างสูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วย ท่านจึงควรศึกษาคำ แนะนำเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยง ความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วย และเพื่อความสะดวกสบายใน การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของตัวท่านเอง
ผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์กับมนุษย์
ถ้าพูดถึงเรื่องผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์กับมนุษย์ ยุคที่เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์มากขึ้น และการพัฒนาของคอมพิวเตอร์นั้น มีความรวดเร็วมาก และมีประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือดีกว่าการทำงานของมนุษย์ ซึ่งเห็นได้ว่าในต่างประเทศใช้หุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์ ในอนาคตคาดว่ามนุษย์อาจตกงาน เพราะหุ่นยนต์ทำงานได้ดีกว่า ไม่มีเหนื่อย และไม่เสี่ยงอันตรายเหมือนกับการใช้มนุษย์ ถ้าแบ่งผลกระทบการใช้
คอมพิวเตอร์กับมนุษย์ จะแบ่งได้ 2 อย่าง คือ ผลกระทบทางตรง ผลกระทบทางอ้อม
ผลกระทบทางตรง เริ่มในเรื่องอวัยวะของมนุษย์ สิ่งที่สำคัญในการใช้คอมพิวเตอร์ คือ ตา เมื่อเราใช้คอมพิวเตอร์ไปนานๆ หรือเพ่งจอมากๆจะทำให้รู้สึกว่าปวดตา อาจทำให้สายตามีปัญหา เช่น สายตาสั้น ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำ หรือคนที่เล่นเกม ซึ่งเด็กนักเรียนนักศึกษาเล่นกันมาก บางครั้งการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ถ้าเล่นจนเกินขอบเขต เกินความพอดี อาจเป็นอย่างที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามีนักศึกษาเล่นเกมจนช็อตตายคาร้านอินนเตอร์เน็ต
การใช้คอมพิวเตอร์นานๆ เมื่อไหร่จะพักสายตา ตรงนี้อาจจะสังเกตจากตาของเราว่าเมื่อใช้ไปนานๆ จะเริ่มปวดตาควรจะหยุด โดยละสายตามองทางอื่น หรือลุกขึ้นไปเพื่อผ่อนคลายก่อน แล้วจึงลงมานั่งทำงานต่อ อย่าฝืนมากเกินไปอาจจะเป็นผลเสียกับตัวเอง อาจจะมองเห็นเป็นภาพเบลอๆ แต่เป็นอาการชั้วคราว สาเหตุก็เกิดจากรังสีออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ อาการที่เกิดขึ้นจากการมองจอภาพเป็นเวลานานๆ นี้เรียกว่า Computer Vision Syndrome (CVS)
การเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของสุขภาพ (Health Risks) รศ.นพ.กำจรตติยกวี ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศทางการแพทย์เพื่อประชาชนจุฬาลงกรมหาวิทยาลัย กล่าวว่าอาการที่เกิดจากการนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องนานๆ ทางการแพทย์เรียกว่า Repetitive Strain Injury หรือ RSI อาการนี้จะเกิดขึ้นจากการที่คนเรานั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เอามือวางไว้บนคีย์บอร์ด สาเหตุที่ทำให้เกิด RSI นั้น ปกติเราจะวางมือแบบธรรมดา มือของคนเราจะอยู่ในระดับเส้นตรงขนานกับพื้น
1..คอมพิวเตอร์กับสุขภาพ
การทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ จึงควรศึกษาคำแนะนำเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วย และเพื่อความสะดวกสบายในการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
มีการทดลองพบว่า การนั่งพิมพ์งานอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ หรือการจัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อุปนิสัยการทำงานไม่ถูกต้อง หรือการมีปัญหาด้านสุขภาพ อาจทำให้มีการปวดข้อมือ ปวดเส้นเอ็น หรือมีอาการอักเสบได้
อาการที่เกิดขึ้นได้ในเวลาที่กำลังพิมพ์เอกสารอยู่ หรือในเวลาอื่นที่ไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ในเวลากลางคืน หากมีอาการข้างต้นหรือมีอาการอื่นที่คิดว่าน่าจะเนื่องมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
สิ่งแวดล้อมต่างๆ ในการทำงานจะเป็นปัจจัยในการตัดสินสมรรถภาพในการทำงานของเรา อีกทั้งยังเป็นตัวบ่งชี้ว่า เรามีนิสัยการทำงานที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัยหรือไม่ การปฏิบัติตามคำแนะนำจะทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการทำงาน
2.การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพ
ในการใช้คอมพิวเตอร์ระยะเวลานานๆ อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดตามอวัยวะต่างๆ เช่น อาการปวดตา น้ำตาไหลเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ในระยะเวลานานๆ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดข้อมือ ปวดนิ้วมือ เป็นต้น ดังนั้นการเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีต่อสุขภาพ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม มีคนจำนวนมากในปัจจุบันที่จำเป็นจะต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากใช้งานคอมพิวเตอร์ในระยะเวลาไม่นานก็คงไม่มีปัญหาอะไรที่จะกระทบต่อร่างกายมากนัก หากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในระยะเวลาไม่นานก็คงไม่มีปัญหาอะไรที่จะกระทบต่อร่างกายมากนัก หากการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มากกว่าหนึ่งชั่วโมงหรือใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ ก็ควรหันมาสนใจกับการใช้งานอย่างถูกลักษณะใส่ใจกับสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ การวางตำแหน่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การนั่ง การใช้คีย์บอร์ดและเมาส์อย่างถูกวิธี เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ยาวนานขึ้น รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหากใช้งานไปสักระยะหนึ่งและเกิดความเมื่อยล้า ควรพักสายตา หรือยืดเส้นยืดสายด้วยการขยับหรือสะบัดนิ้วมือ แขน พักดื่มน้ำ หรือเดินเลนสักพักหนึ่งก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น สำหรับแนวทางการใช้งานอย่างถูกสุขลักษณะ สามารถพิจารณาจากตัวอย่างต่อไปนี้
1. การปรับคีย์บอร์ดและเมาส์
การทำงานกับคอมพิวเตอร์นานจะมีปัญหาเกี่ยวกับแขน ข้อมือ และมือ โดยมีคำแนะนำ เพื่อการทำงานที่สะดวกสบายขึ้น
- ปรับความสูงของคีย์บอร์ด เพื่อให้หัวไหล่ได้พัก แขนแนบลำตัว คีย์บอร์ดอยู่ตรงหน้าไม่เอียงซ้ายหรือขวา
- คีย์บอร์ดควรอยู่ใกล้กับผู้ใช้เพื่อที่จะไม่ต้องเอื้อมือ
- ข้อศอกควรได้ฉาก 90 องศา แขนส่วนปลายจะขนานกับพื้น
- เมาส์ควรวางข้างคีย์บอร์ด
- ขณะที่ไม่ได้ทำงานควรพักแขนไว้บนท้องไม่ควรพักแขนไว้บนคีย์บอร์ด หรือเมาส์
2. การตั้ง Desktops
- โต๊ะที่วางคอมพิวเตอร์ ควรจะสูง 18-28 นิ้ว ขึ้นกับส่วนสูงของผู้ใช้
- ปรับเก้าอี้ให้แขนขนานกับพื้นขณะทำงานและแขนควรอยู่สูงจากต้นขา 2 นิ้ว
- ใต้โต๊ะควรเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อยืดเท้า
- ของที่ใช้บ่อยควรอยู่ใกล้มือ
- ถ้าใช้ที่หนีบกระดาษควรอยู่ระดับเดียวกับจอภาพ
3.การจัดแสงสว่าง
การจัดแสงสว่างที่ถูกต้อง จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย สภาพของแสงควรเหมาะสมกับงานที่ทำอยู่เป็นประจำ ในกรณีที่ต้องทำงานหน้าเครื่องประจำ สภาพของแสงควรมีลักษณะดังนี้
- ควรใช้ผ้าม่านปิดหน้าต่างๆ เพื่อควบคุมปริมาณแสงในห้อง
- ให้แสงจากหน้าต่างเข้าทางข้าง และจัดวางให้อยู่ระหว่างแถวไฟของเพดาน เพื่อป้องกันการสะท้อนของแสง
- จอไม่ควรได้รับแสงโดยตรงเพราะจะทำให้เกิดการสะท้อนของแสงหรืออาจจะใส่แผ่นกรองแสง
- ขอบบนของจอภาพ ควรอยู่ระดับเดียวกับตา
- ควรทำงานภายใต้แสงไฟทั่วไป และไฟสำหรับทำงานโดยเฉพาะ แสงที่ใช้ไม่ควรเกิน 18-46 แรงเทียน
- แสงควรเข้าทางด้านข้าง เพื่อป้องกันการสะท้อนของแสง
- วางจอภาพโดยหันด้านข้างของจอไปหาหน้าต่าง
- ไม่ควรใช้โคมไฟ
- ผนังด้านหลังจอภาพควรทาสีทึบเพื่อป้องกันสะท้อนของแสง
- ใช้แผ่นกันการสะท้อนของแสง
- ไม่ควรให้มีแสงไปตกกระทบโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดสว่างบนจอภาพ
4.การปรับเก้าอี้
การนั่งนานๆ จะทำให้กระดูกหลัง หมอนรองกระดูกได้รับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา นอกจากหลังแล้วยังมีผลต่อเท้า เนื่องจากเลือดจะไปกองที่เท้า ข้อแนะนำนี้จะช่วยให้ทำงานกับคอมพิวเตอร์อย่างสบาย
- อย่าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ
- เปลี่ยนท่านั่นและยืนสลับกัน
- ปรับเบาะพิงหลังให้รองบริเวณเอวอาจจะใช้หมอนหรือผ้าหนุนด้วยก็ได้ ท่านั่งที่ดีควรจะเป็นท่าที่ขาตั้งฉากกับลำตัว
- ปรับความสูงของเก้าอี้เพื่อให้เท้าวางบนพื้น
- นั่งหลังพิงพนักพิง
- ต้นขาขนานกับพื้น เข่าอยู่แนวระนาบเดียวกับข้อสะโพก
- เข้าควรอยู่ห่างจากเบาะ 2-3 นิ้ว
- อย่านั่งหลังโก่ง
- ปรับความสูงของที่พักแขนให้แขนและไหล่ได้พักขณะทำงาน
5.การวาง และเคลื่อนไหวมือ แขน
ขณะที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน การเคลื่อนไหวมือและแขนอย่างสบายๆ เป็นธรรมชาติ จะช่วยป้องกันการเมื่อยล้าของมือ และแขน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำในขณะที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
- เมื่อพิมพ์ข้อความควรให้ปลายแขน และข้อมืออยู่ในระดับเดียวกันและขนานกับพื้น
- วางข้อศอกในท่าที่สบายๆ ข้างลำตัว อาจแนบข้อศอกชิดลำตัว แต่ระวังอย่าชิดมากเกินไปจนข้อศอกกดไปที่ลำตัว
- ขณะที่แป้นพิมพ์ เมาส์ หรืออุปกรณ์ป้อนข้อมูลอื่นๆ ควรให้ข้อมืออยู่ในท่าตามธรรมชาติ ไม่ควรโค้งงอ หรือหักข้อมือ
- หากมีที่พักมือ ควรใช้เพื่อการพักมือเท่านั้น ไม่ควรวางมือบนที่พัก หรือบนโต๊ะขณะกำลังพิมพ์
- ปรับให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่นๆ อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ
- ใช้แรงให้น้อยที่สุดในการกดแป้นพิมพ์ หลีกเลี่ยงการกระแทกนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แรงๆ จับเมาส์หลวมๆ อย่าจับแน่นเกินไป
- ใช้แรงจากแขนในการเลื่อนเมาส์
อาการที่อาจเตือนให้ทราบว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพเนื่องจากใช้งานคอมพิวเตอร์
อาการชา
อาการเจ็บ ๆ คัน
อาการปวดตุบๆ
อาการปวดแสบปวดร้อน
อาการแสบ
อาการปวดมือ ข้อมือ แขนและคอ
อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาที่คุณกำลังพิมพ์ เอกสารอยู่หรือในเวลา อื่นที่ไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือ แม้ในเวลา กลางคืน หากคุณมีอาการ ข้างต้นหรือมีอาการ อื่นที่คิดว่าน่าจะเนื่องมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ คุณควรปรึกษาแพทย์ทันที ดังนั้น คำแนะนำเหล่านี้จะอธิบายถึง วิธีการจัดวางเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ถูกสุขลักษณะท่านั่งที่ ถูกต้อง และความสัมพันธ์ระหว่าง สุขภาพกับอุปนิสัยการ ทำงานของคุณในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
อุปนิสัยในการทำงาน
ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกของคุณในขณะที่ทำงานอยูทั้งวันไม่ได้มีเพียงการจัดวางเฟอร์นิเจอน์ อุปกรณ์สำนักงาน และแสงสว่าง เท่านั้น อุปนิสัยต่างๆ ในการทำงานของคุณก็เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญด้วย ข้อควรจำไว้ปฎิบัติ
-ปล่อยตัวตามสบายขณะนั่งทำงาน หลีกเลี่ยงท่านั่งที่ฝืนธรรมชาติต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเมื่อยกล้ามเนื้อได้
-ลองนึกถึงนิสัยการทำงานของตัวเองและลักษณะของงานที่คุณต้องทำพยายามเปลี่ยนกิจวัตรและทำงานอื่นบ้างใน ระหว่างวัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งใช้มือทำงานอย่างเดียวอยู่กับที่นานๆ เป็นเวลาหลายๆชั่วโมง
-เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ เพื่อที่กล้ามเนื้อจะได้ไม่ล้ามาก
-หลีกเลี่ยงการพิมพ์หนังสือนานจนเกิดอาการเมื่อยขบ
-วางงานเพื่อพักสักครู่เป็นระยะๆ หากจำเป็นต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ คุณจะรู้สึกว่าหากคุณพักเพียงชั่วครู่ บ่อยๆ คุณจะรู้สึกสบายกว่าหยุดพักเป็นเวลานานๆ เพียงไม่กี่ครั้งหลังจากทำงานอยู่เป็นเวลานาน
-วันหนึ่งๆ ควรหาเวลาลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายหรือออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ สักสองสามนาที
เคล็ดลับเพื่อถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
1. กระพริบตาให้ถี่ขึ้น
อาการตาแห้ง เกิดจากการที่เรากระพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกระพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้ง ควรจะกระพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
2. จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
ให้ บริเวณหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรจัดให้มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50 - 70 ซ.ม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4 - 9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป
3. ปรับความสว่างของห้อง
ควรปิดไฟบางดวงที่ทำการรบกวนการทำงาน เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความสว่างที่มากเกินไป ถ้ามีแสงจ้าจากหน้าต่าง ควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้าน ที่สะท้อนแสงไม่มากจะดีกว่า
4. เลือกใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่
เวลาพิมพ์งาน ควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เราอ่านตัวอักษร ได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพวิเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอนสายตาได้ดีกว่าจอแบบเก่า (CRT)
5. เลือกใช้แว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์
ควรเลือกใช้เลนส์สีเขียวอ่อน ที่ช่วยให้สบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 - 70 ซ.ม. (ระยะกลาง) ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ดังกล่าวจะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือ หรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป
6. พักสายตา ทุกๆ ชั่วโมง
ควรเปลี่ยนอริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อพักสายตาและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็น เวลานาน