การใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ

  • การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 1. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษา

โดยหลักการแล้ว การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษาอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ ใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษา และใช้เป็นเครื่องมือในการสอน

การบริหารการศึกษา เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถาบันการศึกษา ที่มีนักศึกษาจำนวนมาก หรือมีวิชาจำนวนมากที่เปิดให้นักศึกษาเลือกเรียนตามความถนัด และความต้องการ ดังนั้น ผู้บริหารการศึกษาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดเตรียมงบประมาณ จัดเตรียมห้องเรียนได้ตามความต้องการ จัดครูหรืออาจารย์ผู้สอนได้ตามความถนัดของผู้สอน และมีชั่วโมงการสอนพอเหมาะทุกคน รวมทั้งการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในแต่ละสาขาวิชา เพื่อที่จะได้ทราบว่า ในปีต่อๆ ไป ถ้าเราจะผลิตนักศึกษาเหล่านั้น จะต้องลงทุนอีกเท่าใด และถ้าเพิ่มจำนวนนักศึกษาขึ้นอีก จะมีผลทำให้ต้องเพิ่มบุคลากร อาคาร ห้องเรียน และงบประมาณเป็นเท่าใด นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาได้ว่า วิชาการประเภทใดบ้าง ที่นักศึกษาไม่ค่อยนิยมเรียน อาจจะต้องหาทางชี้แจงให้นักศึกษาเข้าใจ หรือพิจารณาปิดวิชาเหล่านั้น โดยทั่วไปแล้ว ในการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ทางการบริหารการศึกษานั้น จะแบ่งข้อมูลออกเป็น ๕ ด้าน คือ ด้านนักศึกษา ด้านแผนการเรียน ด้านบุคลากร ด้านการเงิน และด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์

ข้อมูลด้านนักศึกษา เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักศึกษาว่า เกิดเมื่อใด ที่ไหน ชื่อบิดามารดา อาชีพบิดามารดา เคยเรียนมาจากที่ไหนบ้าง เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งเป็นประวัติการศึกษาในระหว่างศึกษาอยู่ ณ สถาบันนั้นๆ ว่า เคยลงทะเบียนเรียนวิชาอะไร ผลการศึกษาเป็นอย่างไรในแต่ละภาคการศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลดังกล่าวครบถ้วน ส่วนใหญ่เขาจะนิยมใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในงานลงทะเบียน

ข้อมูลด้านแผนการเรียน เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับวิชาที่เปิดสอนว่า แต่ละวิชามีรหัสชื่อวิชา หน่วยกิต เวลาเรียนและสอนที่ไหน และวิธีสอนเป็นบรรยาย หรือปฏิบัติ เป็นต้น

ข้อมูลด้านบุคลากร เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับครูผู้สอนว่า มีวุฒิอะไร มาจากที่ไหน เพศหญิง หรือเพศชาย สอนวิชาอะไรบ้าง กำลังวิจัย หรือเขียนตำราเรื่องอะไร และเงินเดือนเท่าใด เป็นต้น

ข้อมูลด้านการเงิน เป็นข้อมูลที่สถานการศึกษานั้นได้รับเงินจากอะไรบ้าง ได้ใช้เงินเหล่านั้นแต่ละเดือนเท่าไร ใช้ซื้ออะไรบ้าง และยังเหลือเงินอยู่เป็นจำนวนเท่าใด เป็นต้น

ข้อมูลด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์ เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับอาคาร ห้องแต่ละห้องเป็นห้องปฏิบัติการ หรือห้องบรรยาย ห้องพักนักศึกษา ห้องทำงาน ความจุของแต่ละห้อง มีโต๊ะและเก้าอี้กี่ตัว ขนาดห้องกว้างและยาวเท่าใด และในแต่ละห้องมีอุปกรณ์เครื่องมืออะไรบ้าง เป็นต้น

จากข้อมูลทั้ง ๕ ด้านที่ได้จากคอมพิวเตอร์นี้ ผู้บริหารการศึกษาสามารถนำมาใช้ช่วยในการตัดสินใจได้ เช่น อยากจะทราบว่า ผลการเรียนในแต่ละวิชามีการให้เกรดผู้สอบอย่างไร คอมพิวเตอร์ก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ เพื่อใช้พิจารณาความยากง่ายของข้อสอบ หรือการให้คะแนนสอบ เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน ถ้าต้องการทราบว่า ในสถานศึกษาของตนเองสอนวิชาหนักไปทางไหนบ้าง ถ้าจะเพิ่มวิชาอีกจะมีอาจารย์ผู้มีความรู้ด้านนั้นๆ หรือไม่ ทางด้านอาคารสถานที่ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า มีการใช้ห้องเต็มที่หรือไม่ ถ้าเพิ่มนักศึกษาอีก จะมีปัญหาเรื่องอาคารเรียนอย่างไรบ้าง เป็นต้น

2.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินการธนาคาร

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ในการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธนาคารนั้น แต่ละธนาคารอาจระบุวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป เช่น บางธนาคารนำคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนต่อธนาคารนั้น จากธนาคารโบราณมาเป็นธนาคารทันสมัย บางธนาคารนำคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อพยายามดำรงความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี บางธนาคารนำคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อให้สามารถขยายงานได้รวดเร็ว และควบคุมการบริหารงานให้รัดกุมขึ้น

โดยสรุปแล้ว อาจจะกล่าวได้ว่า สถาบันการเงินต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แข่งขันกันนำคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อประโยชน์สำคัญ ๓ ประการ คือ

ประการที่หนึ่ง เพื่อช่วยให้บริการลูกค้าประจำได้สะดวกรวดเร็ว

ประการที่สอง เพื่อให้สามารถเสนอบริการใหม่ๆ ในรูปแบบ และเวลาที่ลูกค้าประจำต้องการ และให้ลูกค้าประจำสามารถเข้าใจได้โดยง่าย

และประการที่สาม เพื่อช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สองข้อแรก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป

ตัวอย่าง การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในบริการฝากถอนนั้น อาจรวมการฝากถอนทุกประเภท เช่น เดินสะพัด เผื่อเรียก สะสม และประจำ เป็นต้น โดยมีเทอร์มินัลติดตั้งอยู่ที่โต๊ะพนักงานฝากถอน เมื่อลูกค้ามาฝากหรือถอน พนักงานก็สามารถใช้เทอร์มินัลสอบถามสถานภาพบัญชี และลงบัญชีได้สะดวกรวดเร็ว

3.การใช้คอมพิวเตอร์ในธุรกิจสายการบิน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หรือถอน พนักงานก็สามารถใช้เทอร์มินัลสอบถามสถานภาพบัญชี และลงบัญชีได้สะดวกรวดเร็ว 3.การใช้คอมพิวเตอร์ในธุรกิจสายการบิน

ธุรกิจสายการบินมีความจำเป็นต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้ด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรก เพื่อให้สามารถให้บริการได้รวดเร็ว ประการที่สอง เพื่อแข่งขันกับสายการบินอื่นๆ และประการที่สาม เพื่อรักษาความปลอดภัยในการบิน โดยช่วยให้สามารถตรวจสอบสภาพเครื่องบิน และอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องแน่นอน และสม่ำเสมอ ธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างมากคอมพิวเตอร์จึงมีบทบาทอย่างสำคัญการตรวจสอบสภาพเครื่องบิน และอุปกรณ์

ตัวอย่าง ระบบบริการผู้โดยสารอาจจะเริ่มด้วยระบบบันทึกตารางการบิน ซึ่งบันทึกและเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลเที่ยวบิน เส้นทางบิน เวลาออก และเวลาถึง จำนวนที่นั่ง ซึ่งสามารถขายได้ และอื่นๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบงานสำรวจที่นั่งผู้โดยสาร ระบบงานสำรวจจะวางบรรทุก และระบบตรวจรับผู้โดยสาร เป็นต้น

 

 

 

 

4.การใช้คอมพิวเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 4.การใช้คอมพิวเตอร์ในโรงงานอุตสาหกรรม

ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น นอกจากจะใช้คอมพิวเตอร์ทำบัญชีต่างๆ เช่น บัญชีเงินเดือน บัญชีลูกหนี้ และบัญชีเจ้าหนี้แล้ว ก็อาจจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงานของโรงงานโดยตรง เช่น การจัดส่งสินค้าตามใบสั่ง การควบคุมวัสดุคงคลัง การจัดการผลิต และการคิดราคาต้นทุนสินค้า เป็นต้น

ในการจัดสินค้าส่งตามใบสั่ง (order filling) นั้น วัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยรวดเร็ว สมมติว่าพนักงานเจาะบัตรเจาะใบสั่งสินค้าของบ่ายวันที่ผ่านมาและของเช้าวันนั้นเสร็จภายใน ๑๒.๐๐ นาฬิกา ระหว่างเวลาที่พนักงานหยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน คอมพิวเตอร์ก็จะพิมพ์ใบหยิบสินค้า(picking label) ให้ เมื่อพนักงานคลังสินค้ากลับเข้าทำงานเวลา ๑๓.๐๐ น. ก็เริ่มจัดสินค้าลงหีบห่อได้ทันทีภายใน ๑๗.๐๐ นาฬิกาของวันนั้น ส่วนตอนเช้า พนักงานคลังสินค้าก็จะได้มีเวลาตรวจสินค้าคงคลัง และจัดสินค้าที่มาใหม่

ตัวอย่าง การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยจัดสั่งสินค้าแล้วก็ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยงานสินค้าคงคลัง ซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจน ทั้งทางด้านความต้องการเงินสด และด้านกำไร หลักสำคัญก็คือ จัดส่งสินค้าจากผู้ผลิตให้มีมากพอขาย แต่ไม่ให้มากเกินไป ถ้ามีสินค้ามากเกินไปขายไม่หมด ก็เสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา และเสียผลประโยชน์ ที่จะได้จากการเอาเงินไปใช้หมุนเวียนทางอื่น

 

 

 

 

 

 

5.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 5.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ในปัจจุบันนี้ คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างยิ่งในด้านการแพทย์ เริ่มตั้งแต่การรักษาพยาบาลทั่วๆ ไป โรงพยาบาลบางแห่งใช้คอมพิวเตอร์ในการทำทะเบียนคนไข้ ในด้านการบริหารการแพทย์ อาจจะใช้คอมพิวเตอร์ในการวางแผน และควบคุมการปฏิบัติงาน ทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโรงพยาบาล ในด้านการปฏิบัติงาน เครื่องมือการแพทย์ในปัจจุบันหลายอย่าง ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดต่างๆ เป็นส่วนประกอบ สำหรับใช้ควบคุมการปฏิบัติงานของเครื่องเหล่านั้น เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเครื่องปฏิบัติการทดลองต่างๆ

ตัวอย่าง ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ แม้ในด้านการวินิจฉัยโรคในต่างประเทศก็มีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยบันทึกไว้ว่า อาการต่างๆจะเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง นอกจากนี้ในการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในหลายด้าน ตัวอย่างที่สำคัญตัวอย่างหนึ่งคือ ด้านการใช้หุ่นรถยนต์คอมพิวเตอร์แทนคนในการศึกษาอาการโรคและการตอบสนองวิธีการรักษา เช่น ในด้านโรคหัวใจแบบต่างๆถ้าสั่งว่าลิ้นหัวใจปิดไม่สนิทก็แสดงอาการของการที่ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิทและถ้าฉีดยาให้ก็แสดงอาการตอบสนองให้นักศึกษาได้ศึกษาผลการฉีดยา เป็นต้น

 

 

 

 

 

6. การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านกฎหมายและการปกครอง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยแก้ปัญหาด้านกฎหมายที่น่าจะมีประโยชน์มากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การใช้ในงานระบบข้อมูลทางกฎหมาย ในงานนี้เราต้องนำตัวบทกฎหมายทุกฉบับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. กฎ ก.ม. กฎ ก.ต. ประกาศต่างๆ ฯลฯ สรุปคดีทุกคดีว่า ใครฟ้องใคร เรื่องอะไร ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาตัดสินว่าอย่างไร เข้าคอมพิวเตอร์ทั้งหมด หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะช่วยงานได้หลายอย่าง

ตัวอย่าง

๑. ต้องการทราบว่า รัฐธรรมนูญฉบับไหนเหมือน หรือแตกต่างกับฉบับไหนมากน้อยเท่าใด ก็ให้คอมพิวเตอร์ค้นหา และวิเคราะห์เปรียบเทียบพิมพ์ลงได้

๒. ต้องการทราบว่า คดีแบบไหนเคยมีฟ้องร้องแล้ว ศาลตัดสินอย่างไร ก็ให้คอมพิวเตอร์ช่วยค้นหาให้ เช่น ในสหรัฐอเมริกา เคยมีกรณีภรรยาอยากทราบว่า สามีบีบหลอดยาสีฟันตรงกลางหลอดทุกที อ้อนวอนขอร้องอย่างไรก็ไม่ยอมบีบตรงก้นหลอด อย่างนี้แล้วจะฟ้องหย่าได้หรือไม่ ถ้าให้ทนายไปค้นหลักฐานคดีเก่าๆ ก็จะเสียเวลานับเป็นวันๆ ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ช่วยหาให้ ก็จะได้คำตอบภายในเวลาเป็นนาที

 

 

 

 

 

7.การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการทหารและตำรวจ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 6.การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการทหารและตำรวจ

ในสหรัฐอเมริกา การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการทหารได้ก้าวหน้าไปมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก แต่ผลงานด้านนี้ มักจะเป็นผลงานชนิดลับสุดยอด ลับที่สุดเปิดเผยไม่ได้ เท่าที่พอจะทราบกัน ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ในวงจรสื่อสารทหาร ใช้ในการควบคุมประสานงานด้านการทหาร ใช้แปลรหัสลับในงานจารกรรมระหว่างประเทศ ใช้ในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ ใช้ในการทำสงครามจิตวิทยา ใช้ในการวิจัยเตรียมทำสงครามเชื้อโรค ใช้ในการสร้างขีปนาวุธ และใช้ในการส่งดาวเทียมจารกรรมถ่ายภาพพื้นที่ในเขตของฝ่ายตรงข้าม ส่งให้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ว่า มีฐานทัพอะไรอยู่ที่ใด มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารอย่างไร มีการเคลื่อนย้ายอาวุธร้ายแรงอย่างไร

ตัวอย่างการใช้คอมพิวเตอร์ในทางทหารของเมืองไทยได้แก่ โครงการข่าวสารหมู่บ้าน ซึ่งรัฐบาลอเมริกันเคยร่วมช่วยเหลือในโครงการนี้ ทำให้เราทราบได้โดยละเอียดว่า หมู่บ้านใดมีชาวบ้าน ซึ่งเป็นชายเท่าใด หญิงเท่าใด และเด็กเท่าใด มีสิ่งปลูกสร้าง ช้าง ม้า วัว ควาย หมู เป็ด และไก่เท่าใด เป็นต้น

ส่วนทางด้านตำรวจจราจรนั้น ในต่างประเทศมีใช้กัน มาก คอมพิวเตอร์จะช่วยจัดปิดเปิดไฟเขียวไฟแดงให้ได้ จังหวะ รถไม่ติดนานเกินควร แต่เรื่องสำคัญก็ยังคงอยู่ที่ปัจจัย อื่นๆ อีกหลายประการ เช่น มารยาทของผู้ขับขี่ อัตราส่วนของจำนวนรถยนต์กับถนน การรักษาสภาพถนน และเครื่องหมายการจราจร เป็นต้น

 

 

 

 

 

8.การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านเกษตรกรรม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 7.การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านเกษตรกรรม

การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเกษตรที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นการจัดทำระบบข้อมูล เพื่อการเกษตร ซึ่งอาจมีทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ สำหรับระดับนานาชาตินั้น อาจจะเริ่มด้วยสำมะโนเกษตรนานาชาติ ซึ่งสถาบันการเกษตรระหว่างประเทศ (International Institute of Agriculture) ได้เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยมีประเทศต่างๆ ร่วมเก็บข้อมูลรวม ๔๖ ประเทศ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ องค์การอาหารและเกษตร (FAO) ก็รับงานต่อจากสถาบันการเกษตร โดยเก็บสถิติต่างๆ เช่น ขนาดที่ดิน การใช้ที่ดิน จำนวนคนและสัตว์ ผลผลิตจากไร่นา ป่าไม้ และสัตว์น้ำ สำหรับ พ.ศ. ๒๔๙๓ นั้นมีประเทศ และอาณาเขตร่วมโครงการด้วย ๕๒ ประเทศ และ ๕๔ อาณาเขต ข้อมูลต่างๆ ที่เก็บรวบรวมนี้ ถ้าประเทศใดมีทุนพอก็ให้เก็บทั้งหมด ประเทศใดมีทุนไม่พอก็อาจจะใช้วิธีสุ่มตัวอย่าง และวิธีอื่น เมื่อรวมข้อมูลต่างๆ ได้แล้ว ก็จะต้องประมวลข้อมูล ซึ่งประเทศส่วนมากต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วย สำหรับการจัดทำสำมะโนเกษตรในประเทศไทยนั้น เดิมสำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำ และใช้คอมพิวเตอร์ของสำนักงาน ช่วยในการประมวลผล แต่ต่อมาได้มีการพิจารณาที่จะแยกงานสำมะโนเกษตรออกมาต่างหาก จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาจจะจัดทำเอง

นอกจากจะเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์แบบสำมะโนเกษตรแล้ว ยังอาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำแบบจำลองพยากรณ์ความต้องการ พยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตรอีกด้วย

ตัวอย่าง ถ้าจะมีความต้องการข้าวเหนียวจำนวนหนึ่ง ถ้ามีตัวเลขจำนวนพื้นที่สำหรับปลูกข้าวเหนียว และอัตราผลผลิตต่อไร่ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ มีผลการพยากรณ์อากาศ และมีข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมอยู่ ก็จะพยากรณ์อากาศ และมีข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมอยู่ ก็จะพยากรณ์ได้ว่า มีผลผลิตเท่าใด ถ้าเกิดปรากฏการณ์นอกสภาพที่คาดคะเนไว้ เช่น เกิดโรคระบาด เกิดฝนแล้ง หรือน้ำท่วม ผิดแผกแตกต่างไปจากที่พยากรณ์ไว้ ก็รับส่งข้อมูลใหม่ ให้เครื่องช่วยพยากรณ์ได้ตัวเลขใหม่ออกมา ถ้าน้อยกว่าความต้องการ ก็หาทางป้องกันแก้ไข เช่น ห้ามส่งข้าวเหนียวที่เหลือจากปีก่อนออกนอกประเทศ ปีนี้จะได้มีบริโภคภายในประเทศอย่างเพียงพอ เป็นต้น

9.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านวิทยาศาสตร์

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 8.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านวิทยาศาสตร์

 

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการวิจัยในทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์ (nuclear physics or particle) ซึ่งเป็นวิชาว่าด้วยส่วนประกอบที่เล็กที่สุดของสสารเรียกว่า อนุภาค (particle) และศึกษาค้นคว้าว่า อนุภาคที่เล็กที่สุดนี้ สามารถรวมตัวกันเป็น สสารชนิดต่างๆ กันได้อย่างไร ด้วยแรงอะไรบ้าง วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาธรรมชาติของอนุภาคเหล่านี้ จำเป็นต้องมีวิธีการแตกหรือแยกสสารต่างๆ ออกเป็นส่วนเล็กที่สุด คือ แยกจากสสารเป็นโมเลกุล แล้วเป็นอะตอม และในที่สุดเป็นอนุภาค วิธีศึกษาการแตกตัวของอะตอมนั้น ใช้การถ่ายภาพปรากฏการณ์การเกิดอนุภาคนั้นๆ ในเครื่องมือพิเศษ ที่จัดขึ้นซึ่งเรียกว่า บับเบิลแชมเบอร์ (bubble chamber) และสปาร์กแชมเบอร์ (spark chamber) ในการถ่ายภาพของ การทดลองแต่ละครั้ง ต้องถ่ายเป็นจำนวนแสนๆ ภาพ จึงจะได้ข้อมูลเพียงพอในการศึกษาคุณสมบัติของอนุภาคนั้นๆ จากนั้นจึงนำเอาข้อมูลนี้ไปวัดและคำนวณประมวลผล สมมติว่า ถ้าใช้คนหนึ่งคนนั่งวัด และคำนวณวันละ ๘ ชั่วโมง จะต้องใช้เวลาทั้งหมดประมาณ ๑๐,๐๐๐ ปี แต่ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ช่วย จะสามารถทำได้เร็วขึ้นมาก เช่น ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ ขนาดกลาง ๑ เครื่องจะคำนวณทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กรณีให้แล้วเสร็จ ได้ในเวลาประมาณ ๑ ๑/๒ ปี ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง ๒ เครื่องจะสามารถแล้วเสร็จในเวลาไม่ถึงปี ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ก็จะสามารถทำแล้วเสร็จภายในเวลา ๓-๔ เดือนเท่านั้น

ตัวอย่าง อีกอย่างหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ก็คือ คริสตัลโลกราฟีก (crystallography) วัตถุประสงค์ของวิชานี้คือ เพื่อศึกษาว่า อะตอมของผลึกของสสารต่างๆ มีโครงสร้างในโมเลกุลเป็นอย่างไรบ้าง ความรู้นี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยตรงทางด้านการแพทย์ เคมี และชีววิทยา

 

 

 

 

 

10.การใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน

 

เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ปัจจุบันนี้จะพบว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับในบ้านเราที่โฆษณาว่า พิมพ์โดยเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ ฉะนั้นเราจึงอาจจะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่เวลาเช้ามืด

เมื่อแต่งตัว เสื้อผ้าที่ใช้ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อีก เช่น ผู้ผลิตใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวางแผนควบคุมการผลิต และวิจัยตลาด เมื่อรับประทานอาหารเช้า อาหารที่รับประทานก็อาจจะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ในทำนองเดียวกับเสื้อผ้า

พอออกจากบ้านเดินทางไปทำงาน ก็มีการใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยจัดระบบไฟจราจร ยิ่งกว่านั้น ทางกระทรวงคมนาคมกำลังเตรียมใช้คอมพิวเตอร์จัดทำระบบข้อมูล เพื่อการคมนาคมทั่วประเทศไทย

เมื่อถึงที่ทำงาน อาจจะมีเรื่องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์หลายเรื่อง โทรพิมพ์ที่หลายสำนักงานสั่งมาติดตั้ง ก็ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาเกือบล้านบาท ถ้าจะโทรศัพท์ทางไกลติดต่อต่างประเทศ ก็คงต้องผ่านคอมพิวเตอร์บ้างไม่มากก็น้อย บางประเทศโทรพิมพ์ทางไกลเป็นระบบอัตโนมัติ จัดโดยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ถ้าจะจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ของบริษัทการบินก็อาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วย โดยที่เราไม่ทราบ

 

ส่วนผู้อยู่ทางบ้าน อาจจะได้รับใบเรียกเก็บเงินค่า ประปา ไฟฟ้า หนังสือพิมพ์ที่จัดพิมพ์ โดยคอมพิวเตอร์ การจ่ายกับข้าวในบ้านเราอาจไม่ต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์มากนัก แต่ในสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มีตลาดที่ใช้คอมพิวเตอร์มากมายหลายแห่ง การไปต่อทะเบียนรถ ไปธนาคาร ก็อาจจะได้ใช้บริการเงินด่วน หรือบริการคอมพิวเตอร์อื่นๆ อีก

ฉะนั้นจึงอาจจะกล่าวได้ว่า ในสมัยนี้ ไม่ว่าเราต้องการจะเกี่ยวข้องกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ตาม คอมพิวเตอร์ก็อาจจะมาเกี่ยวข้องกับเรา โดยที่เราไม่ทราบ

 

11.การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านงานศิลปะ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การใช้คอมกับศิลปะ

 

การวาดภาพในปัจจุบันนี้ใครๆ ก็สามารถวาดได้แล้วโดยไม่ต้องใช้พู่กันกับจานสี แต่ละใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกแทนภาพที่วาด ในระบบคอมพิวเตอร์กราฟิกนี้เราสามารถกำหนดสี แสง เงา รูป แบบลายเส้นที่ต้องการได้โดยง่าย ภาพโฆษณาทางโทรทัศน์หลายขึ้นก็เป็นงานจากการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก ข้อดีของการใช้คอมพิวเตอร์วาดภาพก็คือเราสามารถแก้ไขเพิ่มเดิมส่วนที่ต้องการได้ง่าย นอกจากนี้เรายังสามารถนำภาพต่างๆ เก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ได้โดยใช้เครื่องสแกนเนอร์ (Scanner) แล้วนำภาพเหล่านั้นมาแก้ไข

ตัวอย่าง ภาพยนตร์การ์ตูนและภาพยนตร์ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ หรือภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิคพิเศษต่าง ๆ ในปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการออกแบบและสร้างภาพเคลื่อนไหว(Computer Animation) มากขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ นอกจากนี้ภาพที่ได้ยังดูสมจริงมากขึ้น เช่น ภาพยานอวกาศที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกช่วยให้ภาพที่อยู่ในจินตนาการของมนุษย์สามารถนำออกมาทำให้ปรากฏเป็นจริงได้

ภาพเคลื่อนไหวจึงมีประโยชน์มากทั้งในระบบการศึกษา การอบรม การวิจัย และการจำลองการทำงาน เช่น จำลองการขับรถ การขับเครื่องบิน เกมคอมพิวเตอร์หรือวีดีโอก็ใช้หลักการทำภาพเคลื่อนไหวในคอมพิวเตอร์การฟิกเช่นกัน