<p> นางลงเล อาจจะอยู่เป็นชื่อที่ดูงงๆ หรือเป็นชื่อที่ใครหลายคน อาจจะมองว่าเป็นชื่อนางในวรรณคดีละคร หรือตัวละครเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่เลย นางลงเลที่จะกล่าวมานี้ หมายถึง “นาง”ทางภาคอีสานที่แทนตัวหญิงสาว ลงเล หมายถึงการลงไปทางภาคใต้ที่ชาวใต้ชอบใช้เป็นคำว่าทะเลเป็นเลเฉยๆ และเป็นที่มาของการเดินทาง จากเด็กอีสานคนหนึ่งเดินทางไปยังภาคใต้เดินทางสู่ท้องทะเล แต่ในการเดินทางครั้งนี้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งความอดทนในการเดินทางที่แสนจะยาวนาน อดทนที่ต้องตื่นมาระหว่างทางแต่ก็ยังไม่เจอจุดหมาย ใช้เวลาในทางเดิน 1 วัน เขาใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 24 ชั่วโมงเกือบถึง 25 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์อย่างยิ่ง สำหรับดิฉัน ไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ฉันได้เดินทางแบบนี้ ครั้งแรกเป็นการเดินทาง เพื่อที่จะมาสำรวจค่าย แต่ครั้งนั้นดูเหมือนว่าการเดินทางจะไม่ได้ยาวนานแบบนี้อาจจะเพราะตอนนั้นเรามาแค่ 5 6 คน แต่ตอนนี้เรามาเกือบ 40 ชีวิตก็ ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่จำนวนคนไม่กี่คนทำให้เรารู้สึกได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้มันยาวนานกว่าปกติรู้สึกว่าตื่นมาแต่ละสถานที่ที่พักรถก็ยังไม่ถึงสักที รอแล้วรอเล่าเหมือนครั้งแรกที่เรามาเราเดินทางไปที่ไหนแล้วก็เปิด Google Map เพื่อที่จะรู้ว่าอีกกี่กิโลนะถึงจะถึง อีกเท่าไหร่นะอีกกี่ชั่วโมง ครั้งนี้ก็เหมือนกันเราก็เปิดดูตลอดทาง แต่ดูเหมือนว่าในการเดินทางของเรานี้มันอาจจะน่าเบื่อไปเพราะว่ารถของทางมหาลัยเรานั้นไม่มีแม้กระทั่งเพลงเปิดไม่มีทีวีให้เราดูเราก็เลยต้องสร้างบรรยากาศด้วยกันเองตลอดการเดินทางอยู่บนรถก็จะมีเพื่อนๆน้องๆที่พาเล่นกิจกรรมต่างๆเพื่อที่จะไม่ให้บรรยากาศมันดูอึมครึม เล่นต่อเพลงบ้างเล่นทายคำบ้าง แต่แล้วเราก็ยังไม่ถึงสักที </p><p>เมื่อถึงวันถัดมา เช้าของวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ 2561 ตอนนั้นฉันรู้สึกดีใจมากที่ถึงเช้าวันใหม่แล้วตอนนั้นในใจก็เบาโล่งสบายคิดแค่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงฉันก็จะถึงโรงเรียนแล้ว”โรงเรียนวัดท้ายยอ”โรงเรียนที่ฉันมาสำรวจ ใช่ฉันจะได้เจอเพื่อนต่างสถาบันได้เจอเพื่อนเก่าที่เราเคยไปค่ายเทางามวันที่ 20 ด้วยกัน ฉันทนรอตอนนั้นแทบไม่ไหว เมื่อถึงสถานที่ที่เราจะลงกินข้าวเช้า ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กับข้าวตอนนั้นก็คืออาหารใต้ที่เป็นอาหารที่รสเผ็ด มีอาหารอิสลาม ที่อยากจะลองรสชาติแต่ไม่กล้าลง เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ธรรมเนียมอะไรหลายอย่าง พอทานข้าวเสร็จ ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ ในระหว่างการเดินทาง ก็ได้เล่นโซเชียล แล้วก็มีการแจ้งเตือนเกิดขึ้น นั่นก็คือ วันเกิดของพี่พนัส ฉันเลยบอกเพื่อนอยู่บนรถ แต่ดูเหมือนเพื่อนก็ยังไม่กล้าที่จะเป็นคนไปสุขสันต์วันเกิดพี่เขา เพื่อนได้ส่งฉันไปตอนนั้นรู้สึกเหมือนเป็นม้าขาวมาก เสี่ยงตาย ที่จะไปสุขสันต์วันเกิดพี่เขาเพราะตอนนั้นก็กลัวว่าพี่เขาจะไม่ต้องการอะไรแบบนี้ต้องการให้เราทำอย่างอื่นมากกว่า แต่พอไปสุขสันต์วันเกิดพี่เขาแล้ว พี่เขาก็ยิ้มมาตอนนั้นก็รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ทำผิดอะไรหรือว่า ไม่ได้ทำให้พี่แกรู้สึกไม่พอใจ แต่พอกลับมาที่เดิม พอตื่นขึ้นมาใกล้ถึงโรงเรียนแล้วมองดูนาฬิกาก็เกือบประมาณ 12 นาฬิกา พี่พนัสก็เดินเอาเค้กที่เราไปสุขสันต์วันเกิดมาให้ทานพร้อมกับบอกว่า’พี่เขาคงทานไม่หมดหรอกให้เราแบ่งเพื่อนทานเถอะ ‘ตอนนั้นรับเค้กมาแล้วก็แบ่งปันเพื่อนทั้งๆไปเพราะคิดว่าทุกคนคงจะหิวมากแล้วเพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเที่ยงและตอนนั้นเราก็อยู่ถึงจังหวัดสงขลาแล้วแต่ยังไม่เข้าไปยังที่ตำบลเกาะยอ แต่เมื่อรถเลี้ยวเข้าฝั่งซ้าย ฉันก็จำได้ดีว่าตรงนี้คือซอยทางเข้าไปยังโรงเรียนวัดท้ายยอ ฉันเลยรีบบอกเพื่อนบนรถว่าใกล้ถึงโรงเรียนแล้วนะเตรียมตัวให้ดีอีกสักพักก็คงจะถึงโรงเรียนแล้ว พอถึงหน้าโรงเรียนรถจอดเสร็จเราก็เห็นรถคันแรกที่มาถึงก็คือรถของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และก็มีพี่พี่จากมหาวิทยาลัยทักษิณเดินเข้ามาต้อนรับและก็เก็บของช่วยแล้วก็ได้บอกห้องพักของพวกเรา ตอนที่ฉันเดินเข้ามายังโรงเรียนก็เจอกันกับเพื่อนในฝ่ายที่อยู่อีกมุมนึง ได้ทักทายพี่ๆกลุ่มงานของแต่ละมหาวิทยาลัยในเครือ 5 เทา ฉันก็เดินขึ้นไปยังห้องเก็บของแล้วก็ปูที่นอนตอนนั้นบอกได้เลยว่าอากาศร้อนมาก คิดซะคิดเสียแล้วว่าคืนนี้จะอยู่รอดอย่างไร รู้สึกเหมือนว่าสารคามก็ร้อนแล้วยังต้องไปเจอแดดสงขลาอีกหรอ</p><p></p><p>พวกเราก็ไม่รอช้ารีบเก็บของให้เข้าที่แล้วก็พากันลงไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวตอนนี้ก็คงจะเป็นครบ 24 25 ชั่วโมงแล้วที่พวกเรายังไม่ได้อาบน้ำเลย(เน่ามาก สงสารตัวเอง55) เพราะว่าอาบเสร็จก็เดินลงไปทานข้าวด้านล่างที่ทางเจ้าภาพมอทักษิณจัดเตรียมไว้ให้ เมื่อถึงเวลาประมาณ บ่ายสี่โมงเย็นหรือที่ทางใต้เรียกว่า ตี 4 พวกเรามหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒก็ได้เดินทางไปยัง’หาดสมิหลา’ซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสงขลา ซึ่งจะบอกได้ว่า ครั้งที่แล้วที่เรามาอาจจะเป็นตอนเย็นซึ่งทำให้เราอาจจะมองไม่เห็นนางเงือกเลย ในครั้งนี้ตอนที่เรากลับมาเราได้มานี้ช่วงเย็นซึ่งยังมีแสงมากพอที่ทำให้เรามองเห็นตัวนางเงือกบรรยากาศทั้งเกาะหนูเกาะแมวที่เขาต่างบอกว่าหนูไม่ได้ตัวเล็กเหมือนหนูทั่วไป ได้เห็นนักท่องเที่ยวได้เห็นวิถีชีวิตพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณนั้นที่ต่างก็ได้ภาษาเยอะแยะมากมาย ได้เห็นบรรยากาศ เมื่อเราเดินเล่นอยู่บริเวณหาดทรายสักพัก เราก็เดินทางต่อเดินทางไปยัง ถนนคนเดินที่อยู่หน้าโรงเรียนอนุบาล ตอนที่ ขี่รถผ่านไปตอนนั้นก็เหมือนจะเห็นเพื่อนจากมหาวิทยาลัยนเรศวรมาถึงจังหวัดสงขลาแล้ว เพราะว่าเพื่อนทักทายเพราะว่าเรานั้นขี่รถของทำมหาวิทยาลัยไปซึ่งมีชื่อมหาวิทยาลัยทำให้ฉันพูดเหล่านั้นจำได้แล้วก็โบกมือทักทายเราที่อยู่บนรถ อาจจะบอกได้ว่าเป็นถนนคนเดินที่อาหารเยอะมากตอนที่ฉันอยู่บนรถฉันก็ได้ถามพี่พี่ที่เป็นคนในพื้นที่ว่าอาหารอะไรที่อยากจะแนะนำให้พวกเราทาน “เพราะว่าถ้ามา 1 ครั้งแล้วไม่ได้ทานก็คงจะมาไม่ถึงที่” เหมือนใครใครเขาก็กล่าวกันเวลาที่เดินทางไกล พี่จากมหาวิทยาลัยทักษิณก็แนะนำไข่ปลาทอดที่เขาบอกว่าชาวบ้านเขาใช้ไข่ปลาแล้วก็นำไข่ปลานั้นมาทอดซึ่งเป็นไข่ปลาล้วนไม่มีแป้งผสมและก็นำแล้วก็แนะนำขนม ขนมในพื้นที่ ที่เป็นเหมือน ขนมถังแตกแต่เป็นแบบเล็กแล้วก็ใส่มะพร้าวเยอะมาก ก็ยังแนะนำอีกว่าอย่าไปทานขนมจีนนะมันอาจจะไม่ถูกปากเราเพราะว่าขนาดที่เป็นคนในพื้นที่แล้วยังทานไม่อร่อยเลย ฉันก็รับฟังคำแนะนำจากพี่พี่มาเมื่อถึงที่จอดรถเราเดินทางเข้าไปยังตลาดถนนคนเดินสิ่งแรกที่ฉันมองหาเลยก็คือขนมที่ที่พี่แนะนำมา เดินเข้าไปไม่ถึง 50 เมตรฉันก็เจอร้านที่ขายแล้วฉันทำการสั่งซื้อและนำมากินเพราะทานแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นอย่างที่พี่เขาพูดแต่ดูเหมือนว่ายิ่งเดินไปก็เจออีกหลายๆร้านฉันก็ซื้อมาลองทานเกือบทุกร้านเพื่อเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกันหรืออร่อยจริงๆอย่างที่พี่เค้าบอกหรือเปล่าแต่สิ่งที่ชอบและก็ประทับใจมากในถนนคนเดินแห่งนี้ก็คืออาหารถูกมาก ถึงแม้ว่าเราจะเป็นจากต่างถิ่นไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศแต่คนที่นั่นเขาก็ไม่ได้คิดเกินราคา ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นว่า เสื้อของเรานั้นมาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามรู้ว่าเรามาจากต่างแดนแต่พี่น้องทางนั้นเขาก็ยินดีต้อนรับประทับใจมากที่เมื่อฉันเดินเข้าไปที่ร้านขนมแห่งหนึ่งเพื่อที่อยากจะลองชิมขนมแห่งนั้นเพราะหน้าตาดูประหลาดทางภาคอีสานไม่เคยเห็นไม่เคยมี ฉันสอบถามชื่อแล้วก็ขอลองชิมลองทานแม่ค้าใจดีมากบอกทั้งชื่อ ให้ทานอีกทั้งยังบอกฉันว่าบอกเพื่อนๆมาลองชิมมองทานได้แม่ไม่คิดตังค์ ถือว่าน้ำใจคนไทยน้ำใจชาวใต้ ที่นั้นดีจริงๆ เมื่อเราทำ การซื้อของเดินจับจ่ายใช้สอยในถนนคนเดินเสร็จแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับโรงเรียนวัดท้ายยอ ถึงโรงเรียนต่างก็ทำภารกิจส่วนตัวกันให้เสร็จดูเหมือนว่า</p><p>
</p><p>เช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 24 มีนาคม 2561 เพื่อนจากทางมหาวิทยาลัยบูรพาก็เดินทางมาถึงยังจังหวัดสงขลาแต่เราต้องตื่นเช้ามากในวันนั้นเพราะเราต้องรีบเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลาเพื่อทำการเปิดกิจกรรมทำงานสัมพันธ์ครั้งที่ 21 ภายใต้ชื่องานว่า สองเล สามน้ำ เทางามเป็นหนึ่ง เมื่อเดินทางถึงมหาวิทยาลัยแล้วฉันได้เจออีกครั้งได้เยี่ยมชมมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อาจจะดูพื้นที่เล็กน้อย แต่ถือว่ามีการพัฒนามากเติบโตได้รวดเร็วมีตึกที่สร้างใหม่อยู่ทุกที่ เราได้เดินเล่นที่บริเวณมหาวิทยาลัยที่มีตึกใกล้เคียงกันเดินทางสะดวกสบาย และเราก็เดินถึงแล้วห้องประชุมที่จะทำการเปิดภายใต้ชื่อ”แหลงเรื่องเรา เล่าเรื่องเก่า ให้เขาฟัง” เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างในระหว่างพิธีเปิดทั้งภาษาใต้ วัฒนธรรมของคนใต้ การเกิดขึ้นของเทางาม โดยมีเพื่อน มีแต่ภาพเก่าๆ และได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆกับเพื่อนใหม่ เมืรอกิจกรรมในช่วงพิธีเปิดเสร็จแล้ว เราก็เดินกลับมายัง โรงเรียนอีกครั้งเพื่อรีบฟังคำบรรยายเรื่อง”วิถีคน คนเขา เล เท่เกาะยอ” าจจะอธิบายได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องของเกาะยอ ผลไม้ขึ้นชื่อของเกาะยอ ที่นั้นมีทั้ง’กะปิ’การทำกะปิ ’ละมุดหรือที่ชาวเกาะยอเรียกว่าซ่าว่า’ ‘สัปรดที่เรียกว่า ยาหยาดหรือมะลิ’ ถือว่าเป็นการประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับทางด้านภาษา ในวันนั้นเราก็ได้ทานน้ำมะลิหรือที่เรียกว่ายน้ำสับปะรดตอนแรกที่ทานก็นึกว่าจะเป็นน้ำมันเร็วเหมือนบ้านเราแต่สุดท้ายก็คือน้ำสับปะรดเชื่อมซึ่งเป็นรสชาติที่เมื่อละลายลงมาแล้วมันจะหวานแล้วก็ไม่มีรสเปรี้ยวเลย เมื่อจบกิจกรรมในการฟังบรรยายเกี่ยวกับเรื่องเกาะยอเรามีการแบ่งกลุ่มแบ่งสีที่จะทำกิจกรรมในวันถัดไป เมื่อทำการแบ่งสีเสร็จแล้วเราก็ได้แยกย้ายไปยังฝ่ายที่เราอยู่ ในวันนั้นพวกเอาก็ได้แนะนำตัวแล้วก็บอกหน้าที่ที่ฝ่ายเราจะได้รับว่าจะมีการทำอะไรบ้าง ดูเหมือนว่าปีนี้ฝ่ายวิชาการงานจะหนักมาก ทั้งจัดห้องสมุด คัดแยกหนังสือ ทาสีรอบห้องสมุด ทำสื่อการเรียนรู้ก็ถือว่าปีนี้งานฝ่ายวิชาการหนักมาก และเราก็ได้แบ่งหน้าที่ว่าในวันพรุ่งนี้ใครจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไรบ้าง และในช่วงตอนเย็น ได้มีการทำกิจกรรมก็คืองานเลี้ยงต้อนรับ เทางานสัมพันธ์ครั้งที่ 21 งานในครั้งนี้พวกเราได้ใส่เสื้อของทางมหาวิทยาลัยที่ได้จัดทำให้และก็ได้ใส่อีก 1 ชิ้นก็คือผ้าปาเต๊ะ พูดง่ายๆเลย ถ้าเปรียบเสมือนทางภาคอีสานก็จะเหมือนผ้าซิ่น แต่ทางภาคใต้เป็นผ้าปาเต๊ะ ที่มีรูปรวดลายนี้งดงามเป็นลายดอกไม้สีแตกต่างกันไป ซึ่งทำให้วันนั้นพวกเราใกล้เคียงกันกับชาวภาคใต้มากขึ้นเราได้ใส่เสื้อของทางมหาวิทยาลัยสีขาวและผ้าปาเต๊ะไปเข้าร่วมงานพิธีเปิด หาจะมองดูในวันนั้นกิจกรรมที่ทางเจ้าภาพจัดให้ถือว่าสนุกมากแน่เห็นการรำที่เรียกว่า รำปลาทะเลเป็นการรำเล่าเรื่องของปลาเป็นสิ่งที่แปลกใหม่มากที่ฉันอยากจะเห็นมาก ถ้าเมื่อมาภาคใต้อีกอย่างหนึ่งก็คือ’รำมโนราห์’ เมื่อตอนการแสดงของโชว์มโนราห์ฉันไม่อยากจะคาดสายตาจากมันเลยเพราะอยากเห็นมากอยากเห็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะเหมือนจะเคยรับชมแค่ผ่านแค่ของทางโทรทัศน์ ละคร ซีดีแต่ครั้งนี้ฉันได้ไม่เห็นของจริงได้เห็นได้รับชมการแสดงจึงเป็นการเล่าเรื่องของเกาะหนูและก็เกาะแมว เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับชาวภาคอีสานมากเพราะว่าอยู่ภาคอีสานฉันก็เจอแต่ลำซิ่ง หมอลำ รำทั่วไปที่ทางภาคอีสานมีแต่ครั้งนี้เราได้มารับรู้วัฒนธรรมของทางภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีผัดสะตอกุ้งที่ได้กินสะตอของจริงได้มาดูรำมโนราห์ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นศิลปะวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของทางภาคใต้เลยก็ว่าได้แล้วก็ได้ดูเชิดหุ่นกระบอก ในวันนั้น ก็ได้มีการมอบธงของให้กับเจ้าภาพในการจัดทำกิจกรรมเทางามสัมพันธ์ครั้งที่ 22 นั่นก็คือมหาวิทยาลัยบูรพา มีการส่งมอบมีการเฉลิมฉลองตื่นตาตื่นใจมากกับสิ่งที่ทางเจ้าภาพได้จัดทำไว้เป็น พุที่สวยงามมากเมื่อเรามองดูพุเราก็จะเห็นบรรยากาศของทะเลอยู่ตรงบริเวณสะพานเปรม ในวันนั้นนอกจากการแสดง อาหาร เราก็สนุกสนานกับวงแคนที่ได้มาร้องรำหมอลำสนุกๆ ได้กลับมาเจอกันของมิตรภาพเทางาม </p><p>
</p><p>
</p><p>เช้าของวันที่ 25 มีนาคมพ. ศ. 2561 เป็นวันในการทำกิจกรรมของเรานั่นเอง อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการทำงานวันแรกของพวกเราชาวฝ่ายวิชาการในวันนั้นเราก็ได้พากันขนย้ายสิ่งของออกจากห้อง ทำความสะอาดพื้นที่ในห้องอีกส่วนนึงก็ได้จัดทำจัดเตรียมหนังสือคัดเลือกหนังสือทำความสะอาดและติดแถบสี ไว้อีกวันนึงก็ได้ทำการเช็ดรอบนอกบริเวณวาดสีระบายสีบนพื้นผนังข้างห้องสมุดแค่ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งวันก็ทำให้เหมือนและดูเหมือนว่าในฝ่ายเรานั้นสนิทสนมกันมากเพราะงานเราหนักมาก มีอะไรให้ทำเยอะแยะวิ่งหน้าวิ่งหลังและดูเหมือนว่าฝ่ายเรากลับเป็นฝ่ายที่ แผนที่วางไว้กับไม่คืบหน้าเลยคืบหน้าน้อยที่สุด เราจึงได้มีการพูดคุยและวางแผนกันอีกครั้งแต่เมื่อถึงช่วงเวลาตอนบ่ายที่เราจะได้ทำกิจกรรมนั้นก็จะได้มีอีกส่วนหนึ่งไปทำอีกบริเวณหนึ่งก็คือพิพิธภัณฑ์ของเกาะยอเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของโบราณของขึ้นชื่อหรือของที่เกิดขึ้นตั้งแต่จัดตั้งหรือว่าเกิดเกาะยอขึ้นมาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นตั้งแต่สมัยโบราณบางชิ้นมีอายุราว 100 ปี 150 ปี ซึ่งทำให้เรานั้นต้องใช้ความประณีตความละเอียดในการจัดทำ และเมื่อจบผ่านไปหนึ่งวันนั้นการทำงานของพวกเราคือดำเนินการเพียงแค่ 25% ซึ่งถือว่าน้อยมากถ้าหากว่าจะทำในวันแรกแต่โชคยังดีที่บริเวณด้านนอกที่ทาสีกำแพงหน้าต่างให้ทาสีเสร็จแล้วภายใน 1 วันจึงทำให้มีสมาชิกในการจัดทำห้องสมุดเพิ่มขึ้นในอีกเพราะเกิดการโยกย้ายหน้าที่เพื่อที่จะทำให้งานของเรานั้นเสร็จไปทันภายในวันถัดไป เมื่อทำภารกิจส่วนตัวแล้วในช่วงเย็น เราก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจับบัดดี้บัดเดอร์ ในการจับครั้งนี้ อาจจะเป็นความบังเอิญที่ฉันจับได้เพื่อนที่รู้จักกัน แต่ก็คิดอีกแง่นึง เราก็มีอะไรสนุกๆให้ทำ ถ้าหากเราจับได้เพื่อนตัวเองเราก็จะได้แกล้งเยอะ แต่อีกใจเราก็คิดว่า เพื่อนเป็นมุสลิมเรากลัวเราทำผิดต่อเพื่อนกูอาจจะทำให้เพื่อนผิดประเพณีธรรมเนียมของชาวมุสลิมเราก็เลยเช็คในสิ่งที่เราคิดว่าไม่ผิดต่อศาสนาของเขา</p><p>
</p><p></p><p>เช้าของวันที่ 26 มีนาคม 2561 ในวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เราจะต้องทำกิจกรรมทำงานนั่นก็คือการจัดทำห้องสมุดของเรานั่นเอง อาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็ว่าได้แต่ในครั้งนี้งานของเราดำเนินการมาถึง 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว ถือว่างานในวันนี้ของเรามีความก้าวหน้ามากหลังจากที่ฝ่ายทาสีรอบห้องสมุดทำงานเสร็จก็ได้โยกย้ายคนมาทำช่วยในห้องสมุดทั้งการจัดเรียงหนังสือการทำสื่อต่างๆในวันนั้นจะถือและในวันนั้นร้อนมากเพราะว่าคนเยอะ ทำงานช่วยกันมีความเฮฮาไม่เว้นแม้กระทั่งตอนกลางคืนที่เราจะต้องทำงานกันแต่ในการทำกิจกรรมเราคืนนั้นอาจจะมองได้ว่านั่นจะเป็นการสานสัมพันธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น และทานข้าวด้วยกันและแอบกินข้าวด้วยกัน มีวันนึง ที่เรา ให้ทำงานจนถึงดึก แล้วผู้ชายที่เป็นเวรยามในวันนั้นก็ได้เอาอาหารหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งของชาวค่ายเราก็คือหมูย่าง มาให้เราทานในห้องสมุดเพราะเขาเห็นว่าเราทำงานดึกมากเกือบตี 2 ตี 3 ได้สถิตจะนอน มันทำให้เราเห็นว่า อย่างน้อยความพยายามของเราก็ทำให้งานของเราดำเนินการมาเกิน 50% แล้วก็คุ้มค่า และในวันนี้ในช่วงตอนเย็น หรือช่วงค่ำเราก็ได้มีกิจกรรมอย่างหนึ่งก็คือการประกวดดาวเดือนของค่าย โดยในครั้งนี้จะมีการประกวดดาวเทียมด้วยโดยให้ส่งสีละ 2 คนซึ่ง สี ของฉันก็ได้ส่งมา 2 คนและดิฉันก็ได้ไปจัดเตรียมแต่งตัวช่วยน้องๆออกมาใน Concept คนนึงเป็นผีทะเลอีกคนนึงเป็นคุณหนูไฮโซและเลิศมาก ช่วยในการแข่งในครั้งนี้อาจจะบอกมาแต่ว่ากติกาจะงงงงๆนิดนึงที่การประกวดดาวเทียมนั้นเราใช้การชนะเลิศโดยการจับฉลาก อีกอย่างก็คือเมื่อฉันแต่งตัวให้กับน้องๆที่ประกวดดาวเทียมเสร็จแล้วฉันก็เดินลงมาเพื่อจะมาแต่งตัวช่วยดาวเดือนของเรา ได้ทำกิจกรรมที่เป็นการเก็บคะแนนช่วยดาวเดือน และทำกิจกรรมและร่วมกิจกรรมกับเพื่อนในสีที่ไม่ใช่เพื่อนในฝ่ายตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญของสี เลยในวันนั้นก็คือนอกจากว่าเราจะได้ดาวเทียมเป็นสีของเราแล้วเรายังได้ดาวค่ายที่อยู่สีของเราด้วย ถือได้ว่าวันนั้นมีครั้งความสนุกสนานความดีใจที่งานของฝ่ายเราดำเนินงานมาถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราไม่ต้องทำงานในช่วงนั้นคืนดึกมาได้มีเวลาพักผ่อน แต่ในวันนั้นก็ว่าได้ว่าฝ่ายเราก็อาจจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่อย่างหนึ่งก็คือในวันนั้นจะมีการเดินทางไปดูการทำกะปิ ของชาวเกาะยอแต่ฝ่ายเราไม่มีโอกาสได้ไปเนื่องจากว่างานของเรายังนำมันยังดำเนินงานไม่ถึง 50% เราเลยเสียสละที่จะไม่เดินทางไปศึกษาเรียนรู้ ทั้งการทำกะปิทั้งสถาบันทักษิณศึกษา เพื่อที่จะอยู่ทำกิจกรรมด้วยกันทำกิจกรรมฝ่ายด้วยกัน จนถือได้ว่าฝ่ายเรานั้นหนักมากจนอาจจะตั้งชื่อฝ่ายไหมว่าเป็นฝ่าย ‘บำเพ็ญการ’ ที่ฝ่ายเราเรียกแบบนี้เพราะเป็นการรวมกันระหว่างฝ่ายบำเพ็ญและวิชาการ เพราะเราต่างพูดกันว่าเราอยู่ฝ่ายวิชาการก็จริงแต่งานหนักเหมือนบำเพ็ญเลยมีทั้งทาสีจัดแต่งอะไรมากมายเราก็เลยตั้งชื่อฝ่ายกันใหม่มันเป็นแค่ความเฮฮาของฝ่ายเรา และในวันนั้นไปเราก็ได้มีการจับบัดด๊อกในฝ่ายอาจจะกล่าวยังไงก็คือบัดด๊อกในฝ่ายของเรานั้นก็คือการแกล้งกันเพื่อความสุขสนานแล้วก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในฝ่าย ก็ทำให้เราได้แกล้งเพื่อนในฝ่าย เนี่ยทำให้เราได้รู้จักเพื่อนในฝ่ายมากขึ้นจากการที่เรารู้จักกันแล้วก็ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้นอีกได้เพื่อนขึ้นมาอีก </p><p>
</p><p>
</p><p>เช้าของวันที่ 27 มีนาคมพ. ศ. 2561 ในวันนี้ช่วงเช้าเราก็ได้ดำเนินงานในฝ่ายวันนี้งานของเราเดินทางมาถึง 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือแค่การทำพิพิธภัณฑ์เกาะยอให้เสร็จเรียบร้อยงานของฝ่ายเราก็จะถึง เปอร์เซ็นต์ 100 เราใช้เวลาในช่วงเช้าดำเนินงานในฝ่ายของเรามาถึงเส้นสุดท้ายและในช่วงบ่ายเราก็ได้ใช้เวลาในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสีของค่าย อาจจะบอกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ร้อนมากและที่โรงเรียนก็มีร่มน้อยมาก ในการทำกีฬาสีนั้นแล้วก็ได้ไปหาอุปกรณ์ต่างๆทำต่างๆหาอะไรมากมายเพื่อมาบ่งบอกว่าสิเราเป็นแบบนี้ เข้าร่วมกิจกรรมในค่ายทำให้เรารู้จักเพื่อนในสีเพิ่มขึ้นอีกได้ร่วมมือกันทำอุปกรณ์เดินขบวนได้แต่งตัวให้เพื่อนที่เดินขบวนได้ เข้าร่วมเดินขบวนได้เดินกับน้องน้องโรงเรียนบ้านเกาะยอ ในวันนั้นมีทั้งอากาศร้อนเหนื่อยแล้วก็อยากพักผ่อน เนื่องจากวันพรุ่งนี้เราจะต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เดินทางไปยังจังหวัดตรัง แล้วเมื่อเสร็จกิจกรรมต่างๆทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น วันนั้นฉันก็ได้เดินลงมาเล่นนอนเล่นกับน้องมอเจ้าภาพเพื่อรอเวลาเดินทาง ได้พูดคุยได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆของชาวภาคใต้ได้รู้วิถีชีวิตได้รู้จักศาสนาเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับชาวภาคใต้ อาจจะบอกได้ว่า นี่เป็นการเปิดการเรียนรู้เปิดประสบการณ์วิถีชีวิตอย่างหนึ่งเลย</p><p></p><p>
</p><p>เช้ามืดของวันที่ 28 มีนาคมพศ 2561 ในวันนี้เราตื่นเช้ามากหรืออาจจะพูดได้ว่ายังไม่ได้นอนเพราะเมื่อคืนอาจจะพูดคุยสนุกสนานกับน้องมากเกินไปทำให้เราได้มีเวลาพักผ่อนแค่ 1 ชั่วโมง แต่เราก็ตื่นมาด้วยความตื่นเต้นเตรียมพร้อมในการออกเดินทาง ถ้าเป็นทางภาคอีสานก็จะเป็นเหมือนว่าบ้านนอกเข้ากรุง บางคนอาจจะเคยมาทะเลเป็นครั้งแรก บางคนอาจจะได้เดินทางไกลเป็นครั้งแรก บางคนก็ยังไม่เคยมาเที่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรกและทำให้พวกเราตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาเตรียมพร้อมทั้งชุด อะไรต่างๆอาหารเตรียมพร้อมเพื่อที่จะรองรับในเวลาที่เราหิวหลังเล่นน้ำเสร็จ เราออกเดินทางตั้งแต่ตี 4 อย่างที่ทางเจ้าภาพบอกว่าถ้าหากว่าใครมาช้าเราจะเดินทางก่อนเราก็ไม่รอ แล้วก็ดูเหมือนว่าทุกคนก็จะเต็มใจเตรียมพร้อมมาตรงต่อเวลามากในวันนั้น เราออกเดินทางกันเพราะขึ้นรถเสร็จทุกคนต่างเงียบสงบมากเพราะเหมือนว่ามาเก็บแรงอยู่บนรถ พี่ๆแจกยาแก้เมาเรือเมารถให้ แจกสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าใครว่ายน้ำไม่เป็นแล้วก็ให้ที่ระลึกเรามาอย่างหนึ่งก็คือริสแบนด์ที่เป็นของเธอเทางามที่มีสีเทาที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของ 5 เทาเรา และก็สีฟ้าที่อาจจะบ่งบอกถึงมหาวิทยาลัยทักษิณมหาวิทยาลัยเจ้าภาพในครั้งนี้ ลวดลายบนลิปแบรนด์ก็คือ คำที่พูดว่า “สองเลสามน้ำทำงานเป็นหนึ่งเดียว” ชื่องานของกิจกรรมในครั้งนี้นั่นเอง เมื่อถึงเวลาประมาณ 6 โมงเช้า เราก็เดินทางมาถึงจุดพักรถจุดแรก บริเวณนั้น เต็มไปด้วยลูกช้าง แมวน้ำ ภูเขาแม่น้ำลิง เป็นที่ให้เราไว้ถ่ายรูป แล้วก็เป็นที่ที่ทำให้เราได้พักผ่อนและทานข้าวเช้ากันตรงนั้น บางคนก็รู้สึกตื่นแล้วเตรียมพร้อมแล้วตื่นเต้นกับสถานที่แต่บางคนก็ยังงงๆว่าเมื่อไหร่จะถึงฉันง่วงแล้วฉันไม่ไหวแล้ว แต่เมื่อได้เห็นบรรยากาศ น้ำตกเล็กๆ ต้นไม้เยอะแยะมันทำให้เราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติมาก ทำให้เห็นว่าที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และเมื่อพวกเราทานข้าวเสร็จแล้วก็เดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่ตรงพื้นที่ที่เราจะไปก็คือเกาะกระดาน เกาะเชือก แล้วก็ถ้ำมรกต แต่น่าตกใจมากเมื่อเราใกล้จะถึงแล้วอีกแค่ 1 กิโลเมตรเราก็จะถึงจุดหมายแล้ว บังเอิญว่ารถของเรามหาวิทยาลัยมหาสารคามเกิดอาการพังเสียก่อนมีปัญหาเล็กน้อยจึงทำให้เราต้องหยุดรถกันกลางทางและรอรถ จากเจ้าภาพมารับบางคนก็ตื่นเต้นถ่ายรูปตามทาง เก็บเกี่ยวบรรยากาศตอนนั้นบางคนก็ง่วงมากจากอาการของฤทธิ์ยาแก้เมารถเมาเรือที่ได้ทานลงไป บางคนก็บ่นว่าหิวบางคนก็บ่นว่าร้อน บางคนก็บ่นว่าอยากจะถึงแล้วอยากจะเล่นน้ำแล้วอยากจะดื่มด่ำบรรยากาศแล้ว เรารอรถไม่เกิน 5 นาทีรถของทางมหาวิทยาลัยทักษิณก็มาถึง และเราก็มุ่งหน้าไปยังจุดรวมพล และก็เดินทางกันไปยังจุดขึ้นเรือเพื่อรอเดินเรือไปยังเกาะเชือก ที่เราเห็นเป็นครั้งแรกเราใช้เวลาประมาณ 30 นาทีโดยประมาณเพื่อที่จะเดินทางถึงถ้ำมรกต ในระหว่างนั้นเราก็จะเจอภูเขามากมายเกาะมากมายแต่ชอบมากก็คือน้ำทะเลที่เป็นสีใสมากสีเขียวมรกตที่สวยมาก อาจจะเป็นเพราะ ภาคเราไม่ได้มีน้ำทะเลสีแบบนั้น แต่น้ำทะเลที่นั่น เขียวมากสวยมากใสมาก จวนจะอยากจะกระโดดลงเล่นน้ำแล้วเมื่อถึง 30 นาทีแล้วเราก็เดินทางมาถึงยังถ้ำมรกต เราก็ได้พากันเกาะไหล่กันเดินเข้าไปยังถ้ำมรกต เกาะไหล่กันเรียงร้อยเป็นสายสายเส้นใหญ่เส้นนึง เมื่อเราเข้าไปยังในถ้ำมรกต เราจะเห็นว่าตอนแรกเราจะตื่นเต้นมากเพราะทำมืดแต่ที่พี่เจ้าหน้าที่ก็ได้ปลุกอารมณ์เราด้วยการที่ทำให้เราร้องเพลงไปตลอดทางเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดได้ บ่งบอกว่าถ้าเมื่อเราเกิดอะไรขึ้นให้รีบเรียกร้องหรือตะโกน เพื่อที่จะได้ไม่เกิดอาการมีว่าอุบัติเหตุ เหมือนอย่างคนที่แล้วที่มาแล้วก็เกิดอุบัติเหตุเพราะไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาที่พี่เท่าเจ้าหน้าที่ได้บอกไว้ เมื่อเราเดินทางมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็เห็นทางออกของถ้ำเมื่อเราออกจากถ้ำามาแล้วเราจะเห็นว่ารอบบริเวณถ้ำนั้นจะมีใจกลางมีหาดทรายมีต้นไม้ถ้าเหมือนที่เราดูในการ์ตูนก็จะเหมือนต้นไม้ทรงยาวมีเครือมากมายอาจจะจินตนาการได้ว่ามีทาร์ซานอยู่ร้องในถ้ำโผล่ออกมาเจอหาดทรายขาวเจอน้ำทะเลสีใสเจอนัก ท่องเที่ยวมากมายทั้งต่างชาติเกาหลีจีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง หรือแม้กระทั่งคนไทยที่ได้เดินทางมาเที่ยว บอกเลยได้ว่านะตรงนั้นนอกจากจะเต็มไปด้วยเลือดสีเทาแล้วยังมีเลือดของชาวสยามที่อยู่เต็มมากมาย ในใจตอนนั้นก็คิดได้และว่าพี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนอยากมาเพราะว่ามันสวยมากสวยงามจริงๆไม่คิดเลยว่าประเทศไทยเรายังมีที่สวยๆแบบนี้สู้ที่อื่นในโลกได้ พวกเราใช้เวลา 20 นาทีโดยประมาณอยู่ข้างในทำทำการถ่ายรูปทำการเล่นน้ำ แล้วก็เกาะกันเป็นสายใยออกมาเหมือนเดิมเพื่อขึ้นเรือและเดินทางต่อไปในระหว่างการเดินทางของเราเราก็มีการพักเที่ยงทานอาหารบอกได้เลยว่า Amazing มากอาหารเยอะมากตอนแรกที่เห็นคิดว่าคงจะไม่พอทานแต่ไม่น่าเชื่อว่าอาหารเยอะมากแล้วก็ทานสะดวกสบายมีพื้นที่ให้เราได้ทาน เมื่อเราทานข้าวเสร็จแล้ว เราก็เดินทางมาถึงเกาะกระดานแล้ว ตอนนั้นเราก็ได้มีอุปกรณ์ดำน้ำมาทดสอบการดำน้ำ เพื่อที่เราจะได้ไปดําดูปะการังเราก็มาเรียนรู้การดำน้ำพื้นฐานก่อนในตอนแรกก็กลัวกลัว เพราะว่าไม่เคยดำน้ำมาก่อนว่ายน้ำเป็นแต่ว่ายน้ำไม่แข็งแรงก็เลยกลัวที่จะดำน้ำไม่ได้แต่เมื่อได้ลองทำแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นอยากดำน้ำดูปะการังแล้วอยากรู้ว่าเราจะทำได้ไหมแล้วจะมีอะไรหรือเปล่า เมื่อเราทำเสร็จแล้ว ซ้อมเสร็จแล้วก็เดินทางอีกไปยังจุดบริเวณดำน้ำดูปะการัง อาจจะบอกได้ว่าเรือเรามาถึลำแรกก็เลยทำให้เราได้ลงน้ำก่อนได้เห็นปะการังก่อนตอนที่เราลงน้ำไปนั้น ดำน้ำดูปลาการ์ตูนอยู่ใกล้เรามากเยอะแยะมากมายสวยงามมากไม่คิดว่าเราจะได้ดูปลาการ์ตูนใกล้ๆแบบนี้เมื่อเราว่ายน้ำไปอีกไปเจอกลุ่มหมูประการังบอกได้เลยว่าตอนนั้นก็คือ ปะการังสวยมากแต่ก็ต้องระวังอย่างมากคือหอยเม่นที่มีเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ประการังก็สวยสวยไม่เบาอาจจะกล่าวได้ว่าอยู่ใกล้แค่เอื้อมใกล้แค่นิดเดียวเราก็สามารถจับปะการังได้แล้วแต่เราไม่อยากทำลายธรรมชาติ สิ่งที่มันธรรมชาติสร้างมาอยากให้คงคู่ไว้ซึ่งความสวยงามเราจึงเก็บไว้ให้ได้ดู ให้คนอื่นได้ดู และเมื่อพวกเราดำน้ำดูปะการังเสร็จแล้วแล้วก็เดินทางกลับ ในระหว่างการเดินทาง ก็อาจจะมีทั้งคนรับบ้างมีคนแอบถ่ายเพื่อนบ้านมีคนเล่นบ้างหรือว่ามีคนกินของกินบ้างเพราะว่าเหนื่อยจากการดำน้ำดูปะการังแต่เมื่อเรามาถึงฝั่งแล้วก็ต้องตกใจอย่างหนึ่งก็คือห้องน้ำในห้องน้ำสาธารณะน้ำไม่ไหลจึงทำให้พวกเราต้องรีบหาพื้นที่ในการอาบน้ำเพราะว่าต้องชำระล้างค่าน้ำทะเลออกมันเหนียวมากเพราะว่าน้ำทะเลมันเค็มจึงทำให้เราต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายออกไปเมื่อเราอาบน้ำเสร็จแล้วแต่บางคนก็เลือกซื้อของฝากมาคนก็เลือกซื้อของทาน แล้วก็รีบขึ้นรถแล้วก็เดินทางกลับไปยังโรงเรียน อาจจะกล่าวได้ว่าวันนี้มีทั้งความสนุกสนานความตื่นเต้นและอีกสำคัญอย่างหนึ่งก็คือการเปิดประสบการณ์ความรู้ให้กับทุกคนเชื่อว่าทุกคนคงจะมีความรู้ความภูมิใจที่ได้ทำกิจกรรมในวันนี้มากถึงแม้วันว่าวันนั้นเราจะเหนื่อยจากการเดินทางเหนื่อยจากแสงแดดอ่อนเพลียอะไรต่างๆมากมายแต่เราก็มีความสุข</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> เช้าของวันที่ 29 มีนาคมพ.ศ 2561 ในวันนี้ช่วงเช้าแล้วก็ได้ทำการเข้าฝ่ายทำกิจกรรมในฝ่ายเหมือนเดิมดำเนินงานในฝ่ายให้เสร็จสิ้นให้เสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ในวันนี้เราอาจจะดูบางตาไปนิดนึงเพราะว่าบางส่วนจะต้องไปแต่งตัวเพื่อเดินขบวนในการแห่ช่วงเย็นแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะว่า เพียงไม่กี่นาทีงานในสายของเราก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย แต่ก็น่าเสียดายที่ช่วงเย็นก่อนเริ่มงานกิจกรรมช่วงกลางคืน มีอุบัติเหตุทำให้น้ำท่วมไปยังห้องสมุดทำให้พวกเราต้องรีบไปโยกย้ายของคุณของออกมา ก็ที่จะทำให้งานเสร็จสิ้นทัน ขนของออกมาตากให้แห้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องรีบเดินทางไปยังจุดนัดหมายเพื่อเริ่ม กิจกรรมในช่วงเย็น ในวันนี้พวกเราก็ได้ทำการเดินขบวนประเพณีสงกรานต์ทางภาคอีสาน เป็นขบวนมหาลัยสุดท้ายแต่ขบวนของเรานั้นก็เต็มไปด้วยทั้ง ต้นผ้าป่า น้ำขัน กลองยาวที่บ่งบอกถึงความเป็นภาคอีสานเมื่อเราเดินทางผ่านหมู่บ้านมาชาวบ้านก็พูดกับพวกเราว่ารำหมอทำให้ดูหน่อย ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เรารู้ว่า เขาชาวภาคใต้ก็อยากจะเรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชีวิตของภาคอีสานเราก็ได้มาเผยแผ่วัฒนธรรมของภาคอีสานให้ชาวภาคใต้ได้รู้ขบวนของเราเต็มไปด้วยพวกเราใส่เสื้อสีเหลืองที่เหมือนกับเหลืองดอกคูณ ใส่ผ้าซิ่นผ้าโสร่ง ที่เป็นสิ่งที่ชาวภาคอีสานนุ่งห่มกันในสมัยก่อน และเมื่อเราเดินทางมายัง พิธีของงานเราก็ได้มีการ โชว์นิทรรศการเกี่ยวกับวิถีภูไท ได้ชมการรำมโนราห์ที่ได้ให้ตัวแทนทั้งภาค 5 มอ ไปร่วมฝึกซ้อมเพื่อได้ออกมารำมโนราห์ ได้ชมสิ่งใหม่ๆได้เห็นน้องๆออกมารำ ได้เห็นน้องออกมาแสดงได้เห็นถึงความสุขสนานได้ทานอาหารภาคใต้ได้กินขนมของทางภาคใต้ที่มีลักษณะแปลกตา ขนมรู ขนมลา ที่เราไม่เคยกินมาก่อน เราได้เยี่ยมชมนิทรรศการของทางห้างมอได้ไปโดดโลดเต้นร่วมกันกับเพื่อนทั้ง 5 มอ พาเพื่อนร้องเพลงอีสาน และอำลากัน ได้เจอกับบัดเอดร์ ได้เจอกับบัดดี้ ได้เจอกับเพื่อนในวิชาชีพเดียวกันที่อยู่ต่างมหาลัยกัน ก่อนในคืนนี้ก่อนที่เราจะจากกันเราก็อยู่ด้วยกันจนวันสุดท้าย อยู่ด้วยกันจนถึงกลางคืนถึงแม้ว่าวันนั้นอาจจะมีฝนตกแต่เราก็ยังเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน แลกเปลี่ยนสิ่งของกัน บางคนก็ไม่นอนเพื่อที่จะอยู่รอส่งเพื่อนอีกสองมหาลัยที่จะเดินทางกลับในรุ่งเช้า บางคนก็เผลอหลับไปจากการทำกิจกรรมที่เหนื่อยมาทั้งวัน บางคนก็อยู่พูดคุยกับเพื่อนที่จะต้องจากกันแล้ว บางคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการจากลา</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p> เช้าของวันที่ 30 มีนาคมพ. ศ. 2561 ในวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วที่พวกเราจะเดินทางกลับอย่างมหาวิทยาลัย ในเวลา 8 นาฬิกา เราก็ได้จัดเตรียมของเก็บอุปกรณ์ต่างๆเก็บสิ่งต่างๆและก็เดินทางมาเพื่อรอรถมหาวิทยาลัยมารับเดินทางกลับ ในตอนนั้นเราก็ได้อยู่กับเพื่อนมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อนๆมหาวิทยาลัยทักษิณที่ยังไม่เดินทางเราได้ทานข้าวที่เช้าด้วยกันเป็นมื้อสุดท้ายได้ ก่อรจากลากัน 1 คนอยู่บนรถ 1 คน อยู่ดกันโบกมืออำลาย้ายกันคนนึงให้เรายิ้ม คนนึงให้น้ำตา แม้ไม่อยากจากแต่ต้องจากเพราะต้องกลับไปทำหน้าที่นิสิต เมื่อมีโอกาสเราคงจะได้กลับมาเจอกันพองามสัมพันธ์ครั้งที่ 22 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p>
</p><p>ขอบคุณโอกาส ขอบคุณมิตรภาพ ขอบคุณเพือน ขอบคุณพี่ ขอบคุณน้อง ขอบคุณพรหมลิขิต ขอบคุณมิตรภาพ ขอบคุณประสบการณ์ </p><p>จะหาทางกลับไปเจอเธออีกครั้ง 5เทาของฉัน</p><div class="video-container"><iframe width="500" height="281" src="//www.youtube.com/embed/lOK4yu3DfKc" frameborder="0" allowfullscreen=""></iframe></div>
นางลงเล
1 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
วรโพธินามะ · 22 เม.ย. 2561
นางสาว กรวรรณ กว้างขวาง · 21 เม.ย. 2561
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์ · 21 เม.ย. 2561
สุดาวรรณ ภาสกุล · 21 เม.ย. 2561

เขียนได้ละเอียดมากค่ะ เป็นกำลังใจสำหรับบันทึกต่อไปนะค่ะ จะคอยติดตามอ่านค่ะ