พูดจบ  อาบังถึงกับตบมือให้ “ เยี่ยมมาก  ต่อสู้ชีวิตรมาไม่เลวเลย เหมือนบังไม่มีผิด ดอกเตอร”“ ไม่เหมือนสาวิตรีที่ใช้เงินเก่งเห็นว่าพ่อมีเงินถุงเงินถังเรียนนี่เรียนโน่นไม่รู้จักพอ จบโทแล้วเรียนยูโด เรียนขับเครื่องบินอีก  ขับได้แล้วรบเร้าให้สร้างสนามบิน.ซื้อเครื่องบินให้อีก  โน้น สนามบิน “พูดจบ บังกาปู ชี้ไปที่สนามบินขนาดเล็ก ที่อยู่ไม่ห่างจากตึกเท่าไหร่นัก สาวิตรี หน้าแดง“ แหมคุณพ่อก็ ลูกเศรษฐี ก็ต้องใช้เงินให้สมกับเป็นลูกเศรษฐีซิคะ  “ บังกาปูหัวเราะชอบใจ ยกมือลูบผมลูกสาวไปมาเบา ๆอย่างเอ็นดู “พ่อไม่ได้ว่าอะไรหรอกลูก  แต่พ่อชักอยากให้ลูกเรียนรัฐศาสตร์อย่างพี่เขาเพื่อสอบเข้ากระทรวงต่างประเทศเหมือนดอกเตอรบ้างแล้วซิ จะได้เป็นท่านทูตหญิงกับเขาบ้าง  หรืออย่างน้อย  ความรู้สูงของทั้งลูกและว่าที่ท่านทูตผู้นี้  พ่อชักอยากฝากลูกสาวไปเป็นคุณหญิงท่านทูตในอนาคตเสียแล้ว  แต่ช่างเถอะ พ่อก็พูดไป งั้น ๆ เอง อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน   มันอาจเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้  เออแต่ พรุ่งนี้เช้า พาพี่เขาไปบินแทนคิวพ่อด้วยซิ  พ่อไม่ว่าหรอก “  “ ไปไหมคะ “ เธอหน้าแดงยังไม่หายต่อคำพูดชองพ่อที่อยากให้เธอเป็นคุณหญิงท่านทูตของดอกเตอร รีบ ฉะอ้อนถามผม แก้ขวย    ผมตอบ ทันควัน“ ไปครับ ผมก็เคยเรียนขับเครื่องบินเหมือนกัน แต่ทิ้งไปนาน ลองอีกทีก็น่าจะดี “เป็นจังหวะที่สาวใช้นำชามข้าวต้มปลากะพงหอมกรุ่นเข้ามาพอพี ทั้งหมดจึงหยุดพูดและหันไปจัดการกับข้างต้มแทนอย่างอร่อยปาก  จบจากข้าวต้มก็เป็นกาแฟร้อนชั้นดี ก่อนจากกันสาวิตรีบอกดอกเตอรหนุ่มว่าจะให้คนไปรับตัวไปขึ้นเครื่องบินตอน หกโมงเช้าคืนนั้นผมกลับถึงห้องเกือบเที่ยงคืน  เมื่อเข้าห้อง พบว่าผู้พ่อตื่นนั่งจิบกาแฟรออยู่แล้ว  พ่อบอกว่าเห็นหนังสือที่เขียนบอกแล้วจึงไม่ห่วงอะไรมากนัก พ่อถามผมว่าพบสาวิตรีไหม ก็ตอบไปตามจริงว่าพบ และบอกต่อไปว่าพรุ่งนี้สาวิตรีชวนไปนั่งเครื่องบินชมเมือง พ่อไม่ว่าอะไรถามว่า อาบังว่าอย่างไรผม บอกว่า อาบังเป็นฝ่ายบอกสาวิตรีใหพาผมไปนั่งเครื่องด้วยเอง  ผมก็รับปากว่าจะไป แล้ว  งั้นแล้วไป ผู้พ่อกล่าวเรื่อยเปื่อย แต่ยิ้มนิด ๆ เอ่ยลอย ๆ  “ลูกคงชอบสาวิตรีเข้าแล้วซินะ "........( โปรดรออ่านตอน 21 ในตอนหน้า )