ใจสู้หรือเปล่า ใจมีฝันหรือเปล่า
โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก นักพูด นักเขียน
“ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ” เนื้อหาบางตอนของเนื้อเพลง “ ศรัทธา ” ของวงหินเหล็กไฟ ยังก้องอยู่ในหัวใจของกระผม เมื่อกระผมรู้สึก ท้อแท้ หมดกำลังใจในบางช่วงของชีวิต
หลายๆคนมีความฝัน แต่ใจไม่สู้ หลายคนไม่มีความฝัน เลยทำให้ไปไม่ถึงไหน ฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดเรื่อง ความฝันกับการมีหัวใจที่ต่อสู้ คนที่ไม่มีใจสู้และไม่มีความฝัน มักจะมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้
1.บุคคลเหล่านั้น ไม่มีเป้าหมายของชีวิต การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เป้าหมายในชีวิตจะทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางในชีวิตของเราได้ ว่าเราต้องการอะไรอย่างแท้จริง
และทำให้เกิดมานะ บากบั่น ขยันขันแข็งในการทำงาน เป็นต้น
2.บุคคลเหล่านั้น ไม่มีวิธีการที่จะนำพาตนเองไปสู่ความฝัน เมื่อมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว การวางแผน การกำหนดวิธีการเป็นขั้นเป็นตอน มีความสำคัญมากเพราะจะทำให้เราใช้เวลาในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ปี ตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง และทำให้เกิดความต้องการต่อสู้ขึ้นมา
3.บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความหวังและไม่มีความศรัทธาในตนเอง ไม่มีความฝัน หลายคนไม่มีความศรัทธาในตนเอง คิดว่าตนเองทำไม่ได้ คิดว่าตนเองเป็นเด็กต่างจังหวัดสู้เด็กกรุงเทพฯไม่ได้ เลยทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตนเอง บางคนคิดว่าตนเองไม่ได้เรียนมาสูง บางคนคิดว่าไม่มีทุนไม่มีเงิน แต่ความจริงสิ่งต่างๆนั้น เป็นข้ออ้างทั้งนั้น เมื่อเรามีข้ออ้าง ก็จะทำให้เราไม่เกิดความทะเยนทะยาน อยากที่จะทำอะไรใหม่ๆขึ้นมาในชีวิต
4.บุคคลเหล่านั้น ไม่ยอมที่จะต่อสู้เพื่อได้ฝันนั้น หลายคนเมื่อมีปัญหา มักจะจดจ่ออยู่กับปัญหาหรืออุปสรรคเป็นเวลานานๆ ไม่มีกำลังใจในการที่จะผลักดันตนเองให้ต่อสู้ไปในเส้นทางที่ตนเองต้องการ คนเราเกิดมาทุกคนย่อมมีปัญหา แต่คนที่ประสบความสำเร็จเขามักจดจ่ออยู่ที่เป้าหมายมากกว่าจดจ่ออยู่ที่ปัญหา ดังนั้น ถ้าอยากประสบความสำเร็จเราต้องจดจ่อที่เป้าหมายให้มากกว่าจดจ่อที่ปัญหาต่างๆ
5.บุคคลเหล่านั้น มักจะไม่ยอมลงทุน ไม่ยอมออกแรง ไม่ยอมต่อสู้ ไม่ยอมใช้ศักยภาพในตนเองให้ได้มากที่สุด จึงทำให้เขาไม่มีหัวใจที่จะต้องการต่อสู้ และสร้างความฝันให้กับตนเอง ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จ คุณต้องยอมที่จะลงทุน ลงแรง เช่น คุณจะต้องย่อมลงทุนที่จะพัฒนาตนเอง คุณจะต้องย่อมลงทุนในการอ่านหนังสือ ฟังวิชาการ ไปอบรม คุณจะต้องยอมลงทุนในการทำมันสร้างมันให้เกิดขึ้น คุณจะต้องยอมลงทุนกับการเสียเวลาไปกับมัน
สำหรับวิธีการที่จะนำเราไปสู่ความฝันและเป้าหมายให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านสามารถทำได้ดังนี้
1.จงหาแบบอย่างหรือตัวอย่างหรือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวคุณเอง บางคนอยากเป็นนักร้องอย่างเสก โลโซ คุณก็ต้องเอาวิธีการหรือประวัติชีวิตของพี่เสก โลโซ มาอ่านแล้วนำเรื่องราวการต่อสู้มาสร้างแรงบันดาลใจ
2.จงฝึกพูดให้กำลังใจกับตัวเองในทุกๆวัน และทุกๆโอกาส เช่น ฉันทำได้ , ฉันเก่งที่สุด , ฉันมีความเชื่อมั่น, ฉันเต็มทีกับเป้าหมาย, ฉันยอดเยี่ยม ฯลฯ การพูดให้กำลังใจกับตัวเองทุกๆวันนี้ จะทำให้ท่านเกิดพลังในการต่อสู้กับเหตุการณ์ต่างๆ เกิดเป้าหมาย เกิดความฝัน เกิดความมานะบากบั่นขึ้นมา
3.จงฝึกเดิน ฝึกท่าทาง ฝึกภาษากาย เลียนแบบผู้ที่ประสบความสำเร็จ หากท่านลองสังเกตดูบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีท่าทางที่กระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแล้วมีพลัง ตรงกันข้ามกับบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป มักมีท่าทาง ที่ไม่กระตือรือร้น เดินช้า ไม่มีความกระฉับกระเฉง ดังนั้น หากว่าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จ ท่านควรถอดแบบท่าทางการเดิน การยืน การพูดของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับตัวของคุณเอง
4.จงฝึกคิดในแง่ดี แง่บวก ไม่ควร คิดในแง่ร้ายหรือในแง่ลบ ให้มากนัก เพราะจะทำให้เราอ่อนแรง หมดกำลังใจได้ แต่ตรงกันข้าม หากว่าเรามองบวก คิดบวก ก็จะทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นหรือเกิดความมั่นใจในตนเอง
5.จงฝึก อ่านหนังสือ ฟังเทป ฟังการพูด ฟังเพลง ที่เกี่ยวข้องกับการให้แรงบันดาลใจ เช่น ฟังเพลง ขออย่ายอมแพ้ , รางวัลแด่คนช่างฝัน , กำลังใจ , ฝันมีชีวิต , ความฝันอันสูงสุด หรือ ฟังเทปวิชาการ เรื่องราวของบันดาลนักพูดที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับที่สูง เป็นต้น
หากท่านมีความฝันและมีหัวใจที่ต่อสู้ แล้วท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน จงสร้างความฝันและฝึกฝนให้มีความอดทนมีหัวใจที่เข้มแข็ง แข็งแรงในการต่อสู้แล้ว ท่านจะประสบความสำเร็จ
