ต้องเปลี่ยนอิริยาบถเพราะทุกข์<p> เมื่อพิจารณารู้ว่าต้องเปลี่ยนเอริยาลบถเพราะทุกข์แลว ก็ต้องพิจารณาต่อไปอีกว่า กาเรเลปี่ยนอริยาบถนั้นเพื่อะไร ก็รู้ต่ไปว่า ที่เปลี่ยนนั้นเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่เพื่อหาความสุขถ้ากำหนดยังไม่ถี่ถ้วน ก็จะเข้าใจว่าเปลี่ยนเพื่อให้ได้ความสุข การรู้เช่นนี้เป็นปัยญาอย่างหนึ่ง ชื่อวา สาตถกสััมปชัญญะ คือปัญญาที่รู้ว่า การทำเช่นนั้นเพื่อประโยชน์อะไร</p><p> เมื่อรู้ว่า ต้องเปลี่ยนอิริยาบถทั้งหลายเพื่อแก้ทุกข์แล้ว ควรหรือที่จะเห็นว่ การที่ต้องแก่ทุกข์อยู่เสมอๆ นั้นเป็นความสุข ก็จะเห็นว่า ที่้องแก้ไขหรือต้องเปลี่ยนอิริยาบถใหม่ ไม่ใช่ความสุขเลย ที่ต้องเปลบี่ยนก็เพราะทุกข์บังคับให้ต้องเปลี่ยน ถึงแม้ไม่อยากจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน</p><p> ในการที่ต้องฝืนใจเปลี่ยนนี้เอง อิริยาบถใหม่จึงไม่เป็นที่อาศัยของตัณหา เพราะไม่เปลี่ยนไม่ได้ ถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยน</p><p> ถ้าเห็นว่า ต้องเปลี่ยนอริยาบถเพราะถูกทุกข์บังคับเช่นนี้ ความต้องการในอิริยาบุถใหม่ คือตัวตัณหาและทิฎฐิที่เคยต้องการอิริยาบถใหม่ ก็จะเข้าอาศัยไม่ได้ เพราะว่ารู้แล้วดุจนถี่ถ้วยแล้ว ทั้งอริยาบถใหม่และอิริยาบถเก่าไม่มีความสุขเลย</p><p> การพิจารณาอริยาบททำลายสิ่งปิดบังทุกข์</p><p> เมื่อรู้เช่นนี้ การพิจารณาอริยาบถก็ย่อ่มทำลายวิปลาสธรรม ซึ่งเป็นตัวปิดทุกข์ เมื่อสิ่งที่ปิดบังทุกข์ถุกทำลายยไปอย่างนี้ วิปบาสที่สำคัญว่าสุข ก็จะหมดไป เมื่อความสำคัญว่าสุข ถูกทำลายลงไปแล้ว ความรู้ว่าเป้ฯทุกข์ ก็จะเข้ามาแทนที่ การรู้เช่นนี้ เป็นความรู้ที่ถุกต้องตามความเป็นจริง ไม่ใช่วิปลาส เพราะวาทุกข์เป็นของจริงทุกข์เป็นตัวสัจจธรรม นี่เป็นนัยของการกำหนดอิริยาบถที่ทำลายเครื่องปิดบังทุกข์</p><p> - บางส่วนจาก วิปัสสนากัมมัฎฐาน แนวปฏิบัติมี นามรูป เป็นอารมณ์</p>
การปฏิบัติวิปัสสนา (สาย รูปนาม) ตอนที่ ๓
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
