การที่เราไม่เห็นนามรูปอันเป็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง คือ ไตรลักษณ์ได้โดยง่ายนั้น เพราะมีธรรมที่เป็นเครื่องกั้นปิดบังไว้ ธรรมที่ปิดบังไม่ให้เห็นความจริงของไตรลักษณ์นี้มี ๓ ประการ คือ 

          ๑ .สันตติปิดบังอนิจจัง สันตติ หมายถึง การเกิดขึ้นติดต่อสืบเนื่องกันอย่างรวดเร็วของนามและรูป ธรรมดานามและรูปนั้ มีความเกิดและดับ ติดต่อสืบเนื่องกันอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีหยุดหย่อนและเป็นการเกิดดับติดต่อกันรวดเร็วมาก จนเราไม่สามารถที่จะเห็นความดับได้ เรพาะนามใหม่รูปใหม่ทีเกิดขจึขึ้นมาทดแทนอยู่เรื่ยอๆ นั้น ทำให้เราเห้นเหมือนกับว่า นามนั้นรูปนั้น ที่เกิดขึ้นมายังมีอยู่เรื่อย จึงเป็นเครื่องปิดบังทำให้ไม่เห็นอนิจจังคือความไม่เที่ยงของนามและรูปได้ อุปมาเหมือนเวลาดุภาพยนตร์การเห็นภาพที่ปรากฎบนจอเพียง ๑ หรือ ๒ นาทีก็ตาม รูปที่แายผ่านกล้องออกไปให้เห็นที่จอนั้น ไม่ใช่รูปเดียว อาจมีตั้งหลายสิบหลายร้อยรูป แต่อาศัยความเร็วของรูปหนึ่งๆ ที่เลื่อนไปติดต่อกับรูปที่หมดไป และรูปที่เกิดใหม่นั่นเอง จึวทำให้เห็นไปว่าเป็นรูปเดียวกัน การที่ไม่สามารถเห็นเป็นหลายรูปได้ฉันใด นามและรูปก็เป็นไปฉันั้น 

           อันที่จริงแล้ว นามและรูปยังเกิดดับรวดเร็วยิ่งกว่าภาพยนตร์เสียอีก และเฉพาะนามธรรมอันมีจิตเป็นต้นด้วยแล้ว ยิ่งเกิดดับรวดเร็วมากนัก ส่วนรูปธรรมเกิดดับไม่เร็วเหมือนนามธรรม

          ฉะนั้น การที่จะเห็นรูปนามไม่เที่ยงจึงเป็นของยาก เมื่อเห็นความจริงไม่ได้เช่นนี้วิปัลลาสคือสำคัญผิดว่าเที่ยงก้ต้องเกิดขึ้นปิดบังอนิจจัง จนกว่าจะเข้าถึงวิปัสสนาอันแท้จริงแล้ว จึงจะเห็นความไม่เที่ยงดังกล่าวได้

          ๒ อิริยาบทปิดบังทุกข์ เพราะการที่ไม่ได้พิจารณาอริยาบถ จึงไม่เห็นว่า นามรูปนี้มีทุกข์เบียดเบียนบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อเปลี่ยนอริยาบถใหม่ก็รู้สึกว่า สบายทุกที การเห็นอิริยาบถใหม่เป็นทุกข์นั้นจึงเป้ฯของยากย่ิง เมื่อเห็นความจริงของอริยาบถ ใหม่ไม่ได้เช่นนี้ วิปลาสคือความสำคัญผิดว่า สุข เรียกว่า สุขวิปลฃาส สำคัญว่านามรูปเป็นสุข หรือเป้ฯของดี ด้วยอำนาจของทิฎฐิ ก็เกิดขึ้น และเป็นปจจัยแก่ตัณหา ทำให้อยากได้ ยินดีพอใจในนามรูปนั้น และทำให้มีความต้องการ ปรารถนา ดิ้นรนต่างๆ ท้งนี้ ล้วนเป็นไปด้วยอำนาจของตัณหาที่อาศัยนามรูปเกิดขึ้น เพราะเหตุท่ไม่ได้พิจารณาอิริยาบถ จึงทำให้ไม่เห็ฯทุกข์และทำให้สุขวิปลาสเกิดขึ้น

        ๓ ฆนสัญญาปิดบังอนัตตา เพราะฆนสัญญา คือ การที่เข้าไปรวบรวมกันของขันธ์ ๕ หรือรูปนาม อยู่เป็นหลุ่มเป็นก้อน จึงทำให้เราเข้าใจว่าเป็นก้อน เป็นแท่ง และสำคัญว่ามีสาระแก่นสารในขันธ์ั้ง ๕หรือรูปนาม ที่รวมอยู่ด้ยกัน ขณะที่เห็นครั้งหนึ่ง ได้ยินครั้งหนึ่ง เพรียงขณะจิตเดียว ขันธ์ ๕ หรือรูปนามก็เกิดร่วมกันทุกขณะอย่างรวดเร็ว และดับอย่างรวดเ็วด้วย จึงทำให้เราไม่สามารถจะเห็นความแยกันของรุปแต่ละรูป นามแต่ละนาม และไม่สามารถที่จะให้รูปนามกระจายออกไปเป็นสัดเป็นส่วน หรือไม่สามารถจะเห็นรูปนามนั้นเป็นคนละอย่างได้

         เมื่อเราไม่สามารถจะกระจายความเป็นกลุ่มเป็นก้อนคือฆนสัญญา ให้แยกออกจากกันได้ เราก้ไม่มีโอกาสที่จะเห็นอนัตตา เมือ่ไม่เห้ฯอนัตตา วิปลาสที่เรียกว่า อัตตวิปลาส คือ ความสำคัญว่าเป้นตัวเป็นตน

           ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องทำลายส่งิที่ปิดบังไตรลักษณ์ทั้ง ๓ นี้ให้หมดไป เมื่อสิ่งที่ปิดบังถูกทำลายแล้ว วิปลาสซึ่งเป้นผลก็ต้องถุกทำลายไปด้วย เรพาะธรรมทั้งหลาย ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน เมื่อเหตุหมดไป วิปลาสซึ่งเป็นผลก็หมดไปเอง 

           อนัตตลักาณะ คือนัตตานี้ เป็นความสำคัญในพระพุทธศาสนา ที่แตกต่างจากศาสนาหรือลัทธิอื่นๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในศาสนาหรือลัทธิอื่นๆ นั้น ล้วนต้งอมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประธาน หรือมีของที่เที่ยงแท้ หรือมีศิ่งสักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยืดถือ อย่างน้อยก็สิ่งหนึ่ง มิฉะนั้นก็จะมไ่มีอะไรเป็นใหย๋เป็นประธานหรือมีอำนาจ

          แต่ในทางพระพุทธศาสนาสอนให้รู้ว่า "สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนไม่มีใครมีอำนาจ ไม่ได้อยู่ในอำนาจของใคร และไม่มีใครสามารถจะบังคับบัญชาให้เป็นไปตาใจได้" นี่เป็นลักาณะของอนัตตา

         ข้อปฏิบัติที่จะให้เกิดวิปัสสนา เรหือเห็นไตรลักษณ์ได้นั้น ก็คือจะต้องทำลายเครื่องปิดบังไตรลักษณ์นี้เสียก่อน ถ้าไม่สามารถทำลายเครื่องปิดบังให้หมดไป ก็ไม่มีโอกาสที่จะเห็นไตรลักษณ์ได้

         วิธีทำลายเครื่องปิดบังไตรลักษณ์ มีอยู่ทางเียว คือ)กบิัตตามหลักและวิธีการของสติปัฎฐาน ๔ นอกจากนี้ไม่มีทางอื่นใดอีกเลย สติปัฎฐาน ๔ เท่านั้นที่สามารถทำลายวิปลา และทำให้เกิดวปัสสนาปัญญา เห็นความจริงของรูปนามที่เป็นไตรลักาณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ พระพุทธองค์ทรงรับรองไว้โยแน่นอนชัดแจ้งว่า หนทางที่จะถึงความพ้นทุกข์ หรือถึงพระนิพพานได้ มีทางเียว คือ สติปัฎฐานเท่านั้น

           - บางส่วนจาก "วิปัสสนากัมมัฎฐาน แนวปฏิบัติ มีรูป นาม เป็นอารมณ์ (อุบาสิกาแนบ มหามารีนนท์)