สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เพิ่มเติม

1. การให้เหตุผลทางคลินิก เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินการทางกิจกรรมบำบัด 

2. ฝึกการสังเกตุ เพื่อนำมาซึ่งการเลือกใช้กรอบอ้างอิง โมเดล แผนการรักษา ให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ

3. ฝึกการเขียนSOAP note ให้เขียนได้ชัดเจน กระชับ รวมไปถึงความสำคัญของSOAP note เพราะ OTสามารถทำงานกับสหวิชาชีพได้ด้วยการเขียนและอ่าน SOAP note


ความประทับใจในวิชาชีพ

1. ประทับใจที่ OT เข้าหาผู้รับบริการอย่างมีเมตตา ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (Client-centered) รับฟังความสนใจของผู้รับบริการ และตั้งเป้าหมายการรักษาร่วมกัน

2. OT สามารถปรับสิ่งแวดล้อม ปรับรูปแบบการทำกิจกรรม ประยุกต์อุปกรณ์ รวมไปถึง ปรับความคิดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตได้จริง

3. OT ให้คุณค่ากับการจดจ่อในการทำกิจกรรม ส่งเสริมให้ทุกคน Engage in occupation ซึ่งก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี

4. OT มองผู้รับบริการด้วย Holistic viewpoint มองไปถึงสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ทำ ข้อจำกัดในการทำกิจกรรม เจตจำนง และตัวแปรอื่นๆที่สามารถนำไปสู่แผนการรักษาได้

5. กิจกรรมบำบัดเป็นงานสร้างสรรค์ สามารถประยุกต์ความรู้จากศาสตร์อื่นๆมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นกายวิภาคศาสตร์  สรีระวิทยา ศิลปะ จิตวิทยา รวมไปถึงศาสตร์อื่นๆ นอกจากนี้แล้ว ความรู้ทางกิจกรรมบำบัดยังพัฒนาได้เรื่อยๆอีกด้วย