สำคัญคือการเชื่อมต่อ

ถ้าเปิดโอกาสให้คลินิกเอกชนเล็กๆอย่างผมเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้การดูแลประชาชน ผมว่าเราจะสามารถคัดกรองคนไข้ช่วยโรงพยาบาลรัฐได้เยอะนะครับ

                                         ผมเจอเหตุการณ์อย่างเช่นเมื่อเช้าอยู่เป็นประจำเรื่องมีอยู่ว่า.....

          หลังจากที่ผมตรวจคนไข้แล้วพบความผิดปกติที่ต้องมีการตรวจเพิ่มเติมหรือสืบค้นต่อเมื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ชัดเจนประกอบกับการรักษาที่ถูกต้องจึงจำเป็นที่จะต้องส่งตัวไปในที่ที่มีเครื่องมือที่สามารถทำได้ดังเช่นกรณีเมื่อเช้าคนไข้มีอาการเหมือนโรคกระเพาะได้รับการรักษาด้วยยาแล้วอาการดีขึ้นแต่กลับมาเป็นอีก เป็นๆหายๆหลายรอบผมตรวจพบว่าตับโตมีการทำงานของตับผิดปกติ....แนวทางต่อไปก็คือควรจะต้อง ตรวจเลือด อัลตร้าซาวน์หรือว่า CT scanเพื่อหาสาเหตุรวมถึงการรักษาที่ถูกต้อง

         ปัญหาของหน่วยบริการปฐมภูมิหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่ทำงานในระบบบริการปฐมภูมิอย่างผมก็คือการส่งต่อ….ส่งไปไหนได้บ้าง

              ๑.ถ้าแนะนำให้ไปหาแพทย์เฉพาะทางในคลินิกเอกชนผมว่าตรวจยังงัยก็ต้องส่งไปหาที่ตรวจเลือดCT อยู่ดีคนไข้ผมต้องเสียเวลาเสียเงินอีกหลายรอบ

              ๒.แนะนำไปโรงพยาบาลเอกชนแน่นอนครับ ได้ตรวจครบ จบแน่แต่ค่าใช้จ่าย?

             ๓.เขียนรายละเอียดส่งเข้าไปในโรงพยาบาลรัฐเพื่อให้เป็นไปตามระบบในการใช้สิทธิบัตรทองกรณีนี้เสียค่าใช้จ่ายน้อยสุดหรือไม่ได้เสียเลย แต่ต้องเสียเวลาและไม่แน่ใจว่าแพทย์ที่รับช่วงต่อจะเป็นใครและคาดเดาได้ยากว่าคนไข้ผมจะเจออะไรบ้าง

              ลองนึกย้อนดูนะครับคนไข้คนนี้รักษาอยู่โรงพยาบาลรัฐหลายรอบแต่ไม่เคยได้ตรวจเลือดหรืออัลตร้าซาวน์ซึ่งผมพอจะจินตนาการออกว่าเพราะเหตุใด(ซึ่งจะไม่เล่าในที่นี้)

                แต่อยากจะบอกว่าถ้าเปิดโอกาสให้คลินิกเอกชนเล็กๆอย่างผมเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้การดูแลประชาชนผมว่าเราจะสามารถคัดกรองคนไข้ช่วยโรงพยาบาลรัฐได้เยอะนะครับ

                 สำคัญคือเราจะเชื่อมต่อกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาพประชาชน,พลเมือง

คำสำคัญ (Tags)#เวชศาสตร์ครอบครัว#ปฐมภูมิ#เชื่อมต่อ

หมายเลขบันทึก: 644680, เขียน: 12 Feb 2018 @ 11:39 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)