การจัดการเรียนรู้อิสลามแบบบูรณาการ: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยฟาฏอนี
มะรอบี เจ๊ะเฮง
บทขัดย่อ
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยนักวิชาการอิสลามและผู้ทรงคุณวุฒิด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและพัฒนาด้านอิสลามศึกษาและศาสตร์อื่นๆ สอนแบบบูรณาการตามแนวทางกิตาบุ้ลลอฮฺและซุนนะห์
ในมหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีคณะที่เปิดสอนมี 4 คณะ และสาขาวิชาดังนี้ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศึกษาศาสตร์ และมีการจัดการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างวิชาศาสนากับวิชาทั่วไปหรือ การจัดการแบบบูรณาการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการ เป็นการบูรณาการระหว่างความรู้ ความรู้ที่เกี่ยวกับศาสนาแล้วนำมาจัดการการสอนผสมผสานกับวิชาสามัญด้านเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสอน การนำเสนอต่อนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซึ่งนักวิชาการได้กล่าวคำชมว่าเป็นการบูรณาการระหว่างวิชาได้อย่างกลมกลืนแล้วยังเป็นการชี้ให้เห็นเห็นถึงสภาพความเป็นจริงของการดำเนินชีวิตแบบสภาพความเป็นอยู่ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ปัญหาของการใช้ชีวิต รู้จักแก้ปัญหาที่เกิดขื้นได้อย่างดี โดยไม่กลัวกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขื้นมาเพราะเป็นการบูรณาการระหว่างสิ่งที่เรียนกับชีวิตจริง ชีวิตจริงในตรงนี้หมายถึงการใช้ชีวิตแบบอิสลามแต่มีความหลากหลายวัฒนธรรมประเพณี ดังนั้นมหาลัย จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักการแก้ปัญหาโดยสันติ ไม่นิยมความรุงแรง การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรมอย่างไรให้มีความสุข ให้มีความปรองดอง ไม่รังแก ไม่รังเกียตซึ่งกันและกัน เข้าใจกัน และเป็นการบูรณาการเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาวิชาต่างๆอาจารย์ที่จะมาสอนที่มหาวิทยาลัยต้องรู้วิชาศาสนาด้วย และวิชาที่จะสอนด้วยอย่างน้อยได้ยกเนื้อหาที่มันเกี่ยวโยงกันมายกตัวอย่างให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กันระหว่างความคิดรวบยอดของวิชาต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย จากนั้นมีการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการตามความเหมาะสมเป็นการบูรณาการภายในวิชา มีจุดเน้นอยู่ภายในวิชาเดียวกันอาจนำวิชาต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กันมาบูรณาการกันเองของวิชานั้นและไม่แยกหรือขยายไปกับวิชาอื่นเช่น เรียนวิชากฎหมายอิสลาม แล้วนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องของวิชา กฏหมายไทยมาแนวเปรียบเที่ยบในเนื้อหา เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจในเนื้อหามากขึ้น โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับการอ่านกฏหมายไทยแต่สามารถเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เป็นด้น นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้เพิ่มรายวิชาอัลกุรอาน ทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเรียนคณะอะไร สาขาอะไรก็แล้วแต่แต่คุณต้องท่องอัลกุรอานตลอดระยะเวลาจบหลักสูตร ทุกสาขาวิชาต้องกำหนดชัดแจนว่าจะจบได้นั้นต้องอ่านอัลกุรอานให้ได้กียุซต่อเทอม ต้องทอ่งกุรอานทุกสาขา เป้าหมายคือให้นักศึกษากลับสู่สังคมอย่างมีความสามารถจริงๆ จบหลักสูตรภาษาอังกฤษแต่สามารถนำอีหม่ามละหมาดได้ เป็นต้น
คำสำคัญ: มหาลัยของเรา สวรรค์ของเรา ชีวิตและการเรียนรู้บูรณาการเพื่ออัลอฮฺของเรา
บทนำ
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอิสลามแห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการสถาปนาขึ้น โดยนักวิชาการมุสลิมและผู้ทรงคุณวุฒิด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค ซึ่งมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งเสริมและพัฒนาด้านอิสลามศึกษาและศาสตร์แขนงอื่นๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม และความคาดหวังในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาภูมิภาค โดยเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของนักวิชาการมุสลิมและผู้ทรงคุณวุฒิด้านอิสลามศึกษาในภูมิภาค ซึ่งมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนาการด้านอิสลามศึกษาให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนระดับปัญญาชนของท้องถิ่นและประเทศที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ตลอดจนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ รวมทั้งเป็นการสนองตอบนโยบายของรัฐ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการจัดการหลักสูตรและการปรับปรุงหลักสูตรจะต้องพิจารณาถึงนโยบายการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศโดยภาพรวม แผนพัฒนาเศรษฐกิจไทยฉบับที่ 11 มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ บนพื้นฐานการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณธรรม มีความรู้ มีทักษะ และมีความสามารถในการปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ในพหุสังคมและพหุวัฒนธรรม ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน กอปรกับการพิจารณาถึงศักยภาพของบัณฑิตที่จะรองรับการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพทางภาษาและวัฒนธรรม สามารถสื่อสารกับอารยประเทศในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายสร้างความเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาต่างๆ และ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับความนิยมในหมู่ประเทศระดับอาเซียนจึงจำเป็นจะต้องมีการยกระดับความสำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ประวัติความเป็นมามหาวิทยาลัยฟาฏอนี
ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้ผ่านการดำเนินการตามลำดับการก่อตั้งสถาบันในฐานะวิทยาลัยแนวคิดในการสร้างสถาบันการศึกษาอิสลามระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยเกิดขึ้นจากกลุ่มนักศึกษาที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก อยู่ในประเทศซาอุดิอารเบีย อาทิ นายอิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา นายอิสมาแอ อาลี นายอับดุลฮาลีม ไซซิง นายญิฮาด บูงอตาหยง นายอาหมัดอูมาร์ จะปะเกีย โดยเห็นว่าสังคมมุสลิมในประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีสถาบันอุดมศึกษาอิสลามเพื่อทำหน้าที่ในการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้คู่คุณธรรม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้าเจริญก้าวหน้าและมีความสงบสันติดั่งเจตนารมณ์ของอิสลามต่อไปหลังจากรวบรวมเงินได้ประมาณหนึ่งล้านบาท ในปี พ.ศ. 2526 จึงได้ทำการส่งเงินดังกล่าวกลับมายังประเทศไทย และได้ก่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ให้ชื่อว่า “คณะกรรมการการต่อตั้งโครงการวิทยาลัยอิสลามเอกชนภาคใต้” หลังจากได้พิจารณาความเหมาะสมของสถานที่ตั้งโครงการฯ แล้วคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ตัดสินใจซื้อที่ดิน จำนวน 70 ไร่ 32 ตารางวา ณ บ้านโสร่ง หมู่ที่ 3 ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นสถานที่ก่อตั้งวิทยาลัยการดำเนินการก่อสร้างสถาบันอิสลามศึกษาขั้นสูงแล้วเสร็จ อันประกอบด้วย อาคารเรียนและที่ทำการฝ่ายบริหาร มัสยิด ห้องสมุด หอพักอาจารย์ หอพักนักศึกษา และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ แต่การดำเนินงานโครงการฯ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2532-2539 ประสบกับความล่าช้าเนื่องจากขาดบุคลากรและงบประมาณต่อมาฯพณฯ นาวาโทนายแพทย์เดชา สุขารมณ์ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อนุญาตให้มูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาประเภทวิทยาลัย ชื่อว่า “วิทยาลัยอิสลามยะลา” ตามใบอนุญาตเลขที่ 4/2541 และในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน ทบวงมหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งที่ 114/2541 แต่งตั้งกรรมการสภาวิทยาลัยอิสลามยะลาชุดแรก และวิทยาลัยอิสลามยะลาได้จัดการประชุมกรรมการสภาวิทยาลัย เป็นครั้งแรกในวันที่ 27 เดือนเดียวกัน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิทยาลัย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ดำรงตำแหน่งอุปนายก ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา ดำรงตำแหน่งอธิการ ดร.อัฮมัดอูมัร จะปะเกีย ดำรงตำแหน่งรองอธิการฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา และนายมัสลัน มาหะมะ ดำรงตำแหน่งเลขานุการสภาวิทยาลัยทบวงมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้ผู้แทนคณะกรรมการพิจารณาการขอเปิดดำเนินการหลักสูตรและการรับรองมาตรฐานการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สาขาวิชานิติศาสตร์ และสาขาวิชาปรัชญา ศาสนาและประวัติศาสตร์ เดินทางมายังวิทยาลัยเพื่อพิจารณาศักยภาพความพร้อมและความเหมาะสมในการเปิดดำเนินการสาขาวิชาชะรีอะฮ์และสาขาวิชาอุศูลุดดีน ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยได้ให้ความเห็นชอบแก่วิทยาลัยอิสลามยะลาเปิดดำเนินการทั้งสองหลักสูตรได้ในปีเดียวกัน และมีการเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในเดือนพฤศจิกายน ในทั้งสองสาขาวิชาๆ ละ 100 คน และทางวิทยาลัยได้จัดงานวันสถาปนาวิทยาลัยขึ้น เพื่อประกาศการก่อตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ด้วยการประสานงานของชีคอับดุลลอฮฺ บินหมัด อัลญาลาลีย์ กษัตริย์หัมดฺ บิน คอลีฟะฮฺ อาลษานีย์ ได้ทรงมีพระราชสาสน์ถึงประธานมูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้ แจ้งว่าทรงมีพระราชประสงค์จะบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นเงิน 43,000,000 บาท (สี่สิบสามล้านบาท) เพื่อเป็นงบก่อสร้างอาคารสำนักงานอธิการ และอาคารเรียนรวม และรวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่าง ๆและมีความพยายามเปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยจากความพยายามในการสร้างคุณภาพให้กับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยพบว่า สถานที่ตั้งของวิทยาลัยมีข้อจำกัดในด้านการขยายตัว ด้วยเหตุนี้คณะผู้บริหารจึงได้ดำเนินการทบทวนสถานที่สำหรับการขยายวิทยาลัย โดยมีมติที่จะนำที่ดินที่มีการจัดซื้อไว้ในตอนเริ่มโครงการครั้งแรกมาพัฒนาเพื่อรองรับการขยายตัวของวิทยาลัย โดยในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2543 มูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาภาคใต้ได้จัดพิธีวางศิลารากฐานเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานอธิการ และอาคารเรียนรวม ณ โครงการจัดตั้งเมืองมหาวิทยาลัย บ้านโสร่ง ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีขึ้น ภายใต้ความช่วยเหลือของกษัตริย์ หัมดฺ บิน คอลีฟะฮ อาลษานีย์ แห่งประเทศกาตาร์ โดยมีนายวันอาหมัด ปานากาเซ็ง ประธานมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี มี ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการวิทยาลัย กรรมการมูลนิธิเพื่อการอุดมศึกษาอิสลามภาคใต้ กรรมการส่งเสริมกิจการวิทยาลัยอิสลามยะลา กรรมการบริหารวิทยาลัยอิสลามยะลา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติ และชาวบ้านจากบริเวณใกล้เคียงร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 200 คนต่อมามหาวิทยาลัยอิสลามยะลาได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกประกาศโดยกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ลงในราชกิจจานุเบกษา ให้ทราบโดยทั่วกัน
การบริหารจัดการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี
การสร้างมนุษย์ด้วยมนุษญ์กันเองสร้างไม่ได้แต่การจะทำให้มนุษย์เป็นคนดีในสังคมที่ดีนั้นได้ด้วยระบบการศึกษา ระบบการจัดการเรียนรู้เมื่อเราไม่มีอำนาจอธิปไตยไม่มีอำนาจปกครองเราไม่สามารถทำตามใจตัวเองอยากทำเราต้องพึ่งสิ่งที่เราคิดว่าสิ่งนั้นสามารถช่วยเราได้ สามารถช่วยในเรื่องดุนยาและทำให้เราปลอดภัยจากไฟนรกหลังความตาย การที่เราจะปลอดภัยได้นั้นเราต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ในเมื่อเราไม่ศึกษาค้นคว้าในสิ่งนั้น องค์ความรู้นั้นก็จะไม่มาหาเรา เฉดเช่นเดียวกันถ้าเราเรียนรู้เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้เท่านั้นแน่นอนสุดท้ายเราก็จะได้การตอบแทนบนโลกนี้เท่านั้น มหาลัยฟาฏอนีจึงเห็นความสำคัญของการมีชีวิตหลังจากความตาย จึงระบุให้เยาวชนต้องศึกษาทางด้านโลกและด้านหลังความตาย จึงใช่ระบบการเรียนรู้แบบบูรณาการผสมผสานองค์ความรู้ทั่วไปกับความด้านศสานาเพราะว่านี้สิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์และคิดว่าจะพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบนี้ตลอดไปวิสัยทัศน์“มหาวิทยาลัยฟาฏอนีเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล ผลิตบัณฑิตและพัฒนาองค์ความรู้ที่บูรณาการหลักการอิสลามอย่างมีดุลยภาพ สร้างสรรค์สังคมคุณธรรมและสันติภาพที่ยั่งยืน”ปรัชญามหาวิทยาลัยจะยึดมั่น ภายใต้หลักคำสอนอัลกุรอาน
(107) وَمَاأَرْسَلْنَاكَإِلَّارَحْمَةًلِّلْعَالَمِينَ
“และเราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด นอกจากเป็นความเมตตาเพื่อประชาชาติทั้งมวล”(อัลกุรอาน อัลอัมบิยาอฺ 21:107)หมายถึง มหาวิทยาลัยฟาฏอนีมีขื้นเพราะว่าความเราะมัตของอัลลอฮฺ เมตตาให้มีแหล่งการเรียนรู้แก่ประชาชนทั่วไปและประชาชนอิสลามจะได้มีการศึกษาเรียนรู้อิสลามและสามารถนำพาชีวิตที่ดีขื้น มหาวิทยาลัยจะมุ่งมั่นปฏิบัติด้วยหลักคำสอนอัลกุรอาน
(114)رَّبِّزِدْنِيعِلْمًا
"ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ขอพระองค์ทรงโปรดเพิ่มพูนความรู้แก่ฉัน"(อัลกุรอาน ฎอฮา 20:114)ปนิธานนี้แสดงให้เห็นว่า ความรู้ต้องค้นคว้า ต้องวิงวอนต่ออัลอฮฺ ให้มีความรู้เพิ่มความรู้เพราะความรู้ทุกอย่างเป็นของอัลลอฮฺ และความรู้นั้นต้องใช้ความพยายามก่อนจะได้มาแล้วต้องอาศัยเทคนิคการสอนที่ดี ครูที่ดีเพราะครูเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างความรู้ต่างๆเพื่อความเข้าใจมากขื้นพันธกิจ1.จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มุ่งเน้นมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการความรู้ตามหลักการอิสลาม สร้างโอกาสทางการศึกษาและความเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่ไปกับการมีคุณธรรมจริยธรรม2.พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการทำวิจัยในลักษณะบูรณาการหลักการอิสลาม ความเป็นสหวิทยาการ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่น ประเทศและสากล3.ให้บริการวิชาการแก่สังคม นำพาสังคมสู่สังคมคุณธรรมและสันติภาพที่ยั่งยืนภายใต้หลักการอิสลาม4.ทำนุบำรุงศาสนาอิสลาม การปฏิบัติตนของประชาคมมหาวิทยาลัยตามหลักคำสอนของศาสนา ดำเนินกิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่สอดคล้องกับหลักการอิสลาม5.พัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันวิชาการในต่างประเทศภูมิภาคอาเซียน เอเชียและนานาประเทศ การเป็นตัวแทนของประชาคมมุสลิมในประเทศไทยเพื่อสร้างสัมพันธ์กับนานาประเทศ6.พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพด้วยการทำงานภายใต้บรรยากาศแห่งความเป็นภราดรภาพอิสลามและหลักธรรมาภิบาลและมีวัตถุประสงค์1.เพื่อให้เนื้อหาสาระของหลักสูตรสามารถผลิตบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามความต้องการในปัจจุบันเอื้อต่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และบุคลิกภาพของนักศึกษา2.เพื่อพัฒนาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ให้มีคุณธรรมจริยธรรม ยึดมั่นในหลักการศาสนาและเป็นแบบอย่างที่ดี3.เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีคุณธรรมจริยธรรม ยึดมั่นในหลักการศาสนาและเป็นแบบอย่างที่ดี4.เพื่อให้นักศึกษาอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาและเอื้อต่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมตลอดจนได้รับการแนะแนวและการให้คำปรึกษาที่ดี
ในการจัดการเรียนรู้มหาวิทยาลัยฟาฏอนีคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ เป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในการดำเนินการระยะแรกในปี พ.ศ. 2541 คณะอิสลามศึกษา ได้เปิดดำเนินการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตรได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชะรีอะฮฺ (กฎหมายอิสลาม) และหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุศูลุดดีน (หลักการศาสนาอิสลาม) หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2544 ได้รับอนุมัติให้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนอิสลามศึกษาปัจจุบันคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ 1) หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาชะรีอะฮฺ (กฎหมายอิสลาม) 2) หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุศูลุดดีน (หลักการศาสนาอิสลาม) 3) สาขาวิชาอิสลามศึกษา 4) หลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ ระดับปริญญาโท จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ 1) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชะรีอะฮฺ 2) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์และอารยธรรมอิสลาม 3) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาอิสลามศึกษาและระดับปริญญาเอก จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาอิสลามศึกษา โดยมีอาจารย์ประจำจำนวนรวมทั้งสิ้น 51คน คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นคณะที่ 3 ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยได้รับอนุมัติจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2546 ทั้งนี้เพื่อการบริหารจัดการการศึกษาในสาขาวิชาทางด้านศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตามแผนการเปิดสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดยในการเริ่มต้นการดำเนินงานในปีการศึกษา 2546 นั้น คณะได้รับการโอนย้าย 2 สาขาวิชาจากคณะอิสลามศึกษา มายังคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ และมีการเปิดดำเนินการเรียนการสอน ซึ่งมีการพัฒนาเป็นลำดับ รับการโอนย้าย 2 สาขาวิชาจากคณะอิสลามศึกษา1. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนอิสลามศึกษา เปิดดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 25442. หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาอาหรับ เปิดดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2545เปิดดำเนินการสอน1. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์1. หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินและการธนาคารเปิดดำเนินการสอน1. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ (หลักสูตรนานาชาติ)เปิดดำเนินการสอน
1. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาสาขาวิชาภาษามลายู (หลักสูตรนานาชาติ)ดำเนินการสอนตามหลักสูตรปรับปรุงใหม่1. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนอิสลามศึกษา เปลี่ยนเป็นสาขาวิชาชีพครูเปิดดำเนินการสอน1. หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอาหรับ (ภาษาอาหรับและวรรณคดี)2. หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครอง3. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการปัจจุบันคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ประกอบด้วย 9 หลักสูตรใน 3 ระดับการศึกษา คือ1.เปิดสอนระดับปริญญาโท2 หลักสูตร2.เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต1 หลักสูตร 3.เปิดสอนระดับปริญญาตรี 6 หลักสูตรคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วงแรกได้จัดตั้งสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)เป็นสาขาวิชาแรกและสาขาวิชาเดียว และในปีการศึกษา พ.ศ.2547 เป็นปีแรกที่ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศ) หลักสูตรนานาชาติ ต่อมาได้จัดตั้งสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ขึ้นเป็นสาขาวิชาที่สองของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ ในปีการศึกษา พ.ศ.2549 เป็นปีแรกที่ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วิทยาศาสตร์) และ หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์)หลักสูตรปรับปรุง ในปีเดียวกัน ปัจจุบัน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ ได้แบ่งหน่วยงานออกเป็น 2 สาขาวิชาและ 1 หน่วยงาน คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ และสำนักงานคณะ เปิดสอนหลักสูตรในระดับ ปริญญาตรี หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วิทยาศาสตร์) และหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (วิทยาการคอมพิวเตอร์) หลักสูตรนานาชาติชีค กอซิม บินมุหัมมัด อาล-ษานีย์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งรัฐกาตาร์ยุคใหม่ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองรัฐ กาตาร์ สืบทอดจากบิดาของท่าน ชีค มุหัมมัด บิน ษานีย์ ในปีคศ. 1878 ซึ่งเชค มุหัมมัด บินษานีย์ นับเป็นชีคคนแรกจากตระกูลอาล-ษานีย์ที่ปกครองรัฐกาตาร์ เดิมตระกูล อาล-ษานีย์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก เผ่าตะมีมตั้งรกรากอยู่แถบ Gibrin ทางตอนใต้ ของ Najd และได้อพยพมายังกาตาร์ในช่วงต้นศตวรรษที่18 ซึ่งขณะนั้น กาตาร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร ออตโตมัน (อุษมานียะฮฺ)ชีคมุหัมมัด บินกอซิม อาล-ษานีย์ ได้ฉายแววความเฉลียวฉลาดและความเป็นผู้นำตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองรัฐกาตาร์ ท่านต้องเผชิญกับอิทธิพลของสองอาณาจักรที่เกรียงไกรในอดีต คืออาณาจักรตุรกีที่เคยครอบครองดินแดนแถบนี้ และสหราชอาณาจักรอังกฤษที่กำลังขยายอิทธิพลในอินเดียและตะวันออกกลาง แต่ท่านก็สามารถประคับประคองรัฐกาตาร์ให้กลายเป็นรัฐเอกราช และได้รับการยอมรับจากสองมหาอำนาจในขณะนั้น หลังจากนั้นท่านก็มุ่งสถาปนาความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น สร้างความยุติธรรมและความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ จนเป็นที่ยอมรับว่าท่านเป็นผู้ทรงก่อตั้งรัฐกาตาร์ยุคใหม่ และยึดเอาวันที่ท่านทรงขึ้นปกครองประเทศในวันที่ 18 ธันวาคม 1878 เป็นวันชาติกาตาร์จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในฐานะที่เป็นหนึ่งในจำนวนสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษา และการพัฒนายกระดับการศึกษาในพื้นที่ และด้วยศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรที่สามารถบูรณาการการจัดการเรียนรู้ศาสตร์ด้านการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาในพื้นที่ กอปรกับความพร้อมของอาคารสถานที่ อุปกรณ์สื่อการเรียนรู้ ตลอดจนเอกสารตำรา ในปีการศึกษา 2544 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู เพื่อผลิตครูและเป็นการนำร่องการจัดการศึกษาด้านศึกษาศาสตร์ โดยสังกัดอยู่กับคณะอิสลามศึกษาและต่อมาได้ย้ายไปสังกัดกับคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้จัดตั้งคระศึกษาศาสตร์และได้โอนบุคลากรและหลักสูตรประกาศนียบัตรบัรฑิตวิชาชีพครู และในขณะเดียวกันคณะ ยังเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงเรียนต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนให้เป็นพี่เลี้ยงเป็นที่ปรึกษาและให้การอบรมพัฒนาศักยภาพด้านการพัฒนาหลักสูตร และการสอนในสาขาวิชาต่างๆโดยเฉพาะการสอนอิสลามศึกษา และการจัดการศึกษาแบบบูรณาการอิสลามให้กับบุคลากรทางการศึกษาทั้งที่เป็นผู้บริหารของโรงเรียนตลอดจนครูอาจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ มีคณาจารย์ที่มีศักยภาพและได้รับการยอมรับจากสถานศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่โดยได้เชิญให้เป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดคณะศึกษาศาสตร์ เป็นหน่วยงานระดับคณะในมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ที่ยกระดับและโอนสาขาวิชาประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชีพครู ซึ่งได้มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2544 โดยตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่ต้องการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต สภาวะด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัญหาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนและโรงเรียนไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการสอน และจากการที่ได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาชีพครูที่ให้บริการด้านพัฒนาวิชาชีพครู การให้คำปรึกษาพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมทั้งการวิจัยและถ่ายทอดความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้ในปีพ.ศ.2550ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสาขาวิชาชีพครู ช่วยพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสอนให้มีความเข้มแข็งขึ้น
การจัดตั้ง "คณะศึกษาศาสตร์" เป็นการนำองค์ความรู้ด้านศึกษาศาสตร์เพื่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ อันเป็นการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและโรงเรียนต่างๆในพื้นที่และในภูมิภาคทั้งที่เป็นของรัฐและเอกชนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ เป็นการยกระดับและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ในพื้นที่และภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่เพิ่มความสามารถในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และภูมิภาคในด้านการศึกษา ความเป็นอยู่สภาพเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชน เน้นเป็นสถาบันวิชาการที่มีการพัฒนาองค์ความรู้และวิชาชีพและเป็นแหล่งเรียนวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ วิชาชีพ และการวิจัยกับหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีโอกาสเข้าถึงความรู้ สามารถเป็นแหล่งวิชาการที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ สามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนในพื้นที่และภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านศึกษาศาสตร์อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะประชาชนและโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ทางด้านความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณีต้องการการบูรณาการความรู้ด้านศึกษาศาสตร์กับหลักการดำเนินชีวิตมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาในภาคใต้ตอนล่างมีความเข้มแข็งสามารถยกระดับการศึกษาเท่าเทียมกับโรงเรียนภูมิภาคอื่นๆของประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาอย่างยังยืน ดังนั้นการจัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์จึงเป็นโอกาสที่ดีทำให้บุคลากรทางการศึกษาและโรงเรียนในพื้นที่และภูมิภาคได้รับการพัฒนายกระดับให้มีมาตรฐานสูงขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นการเตรียมบุคลากรและเยาวชนในพื้นที่ให้มีศักยภาพความพร้อมในด้านการศึกษาเพื่อสามารถเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของชุมชนอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต วิชาชีพครู ได้จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 ภายใต้ชื่อหลักสูตรการสอนอิสลามศึกษา ต่อมาในปีการศึกษา2549 ได้ให้มีการพัฒนาหลักสูตรเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาวิชาชีพครู (หลักสูตรปรับปรุง 2549) ต่อมาได้มีการปรับระเบียบการจัดการศึกษาตลอดจนเงื่อนใขการจัดการศึกษา หลายอย่างในหลักสูตร ทำให้คณะต้องปรับหลักสูตรใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในปีการศึกษา 2550 ในชื่อหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (หลักสูตรปรับปรุง 2550) เป็นต้น
การจัดการเรียนรู้บูรณาการ
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่างๆของโลกยุคโลกาภิวัตน์ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศเพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพพร้อมที่จะแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในเวทีโลก และมุ่งเน้นความสำคัญทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ กระบวนการเรียนรู้ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียนสำคัญที่สุด ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพให้ความสำคัญต่อความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในเรื่องการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษาเน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ ตลอดจนการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขจากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการ ผลงานวิจัย และประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไป พบว่า กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นวิธีหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นการเรียนรู้ที่อาศัยการเชื่อมโยงความรู้สาขาต่างๆและทักษะการเรียนรู้หลายๆทักษะเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายช่วยให้ผู้เรียนรู้จักนำความรู้ไปผสมผสานกันและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามปรัชญาการศึกษาของ Dewey ทฤษฎีการเรียนรู้ด้าน Cognitive ที่ใช้ ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ Ausubel และการถ่ายโยงการเรียนรู้ กระบวนการเรียนแบบบูรณาการ เป็น แนวทางการจัดการศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ปรากฏในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้น จะเห็นได้ว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนมากขึ้น เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติและสามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสนองตอบให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะดังกล่าวมีมากมายหลายกระบวนการ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นวิธีการหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเป็นการเรียนรู้ที่อาศัยความเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ เพื่อจะได้นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการเรียนรู้ และคุณธรรม ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาด้วยสาเหตุดังกล่าวมหาวิทยาลัยฟาตอนีได้ให้ความสำคัญแบบบูรณาการนอกจากการบูรณาการเนื้อหาวิชาแล้ว มีการจักการเรียนรู้แบบเชื่องโยงกับวิชาอื้นๆอีกด้วยเพื่อความต้องการของนักศึกษาที่จำเป็นต้องรู้ทั้งที่เป็นความรู้ทั่วไปและความรู้ด้านศาสนา นโยบายมหาลัยได้ให้ความสำคัญกับชีวิตการเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่เรียนสูงเกรดดีๆ แต่ความสำเร็จที่แท้จริงคือ ให้รู้การนำความรู้มาใช้กับชีวิตที่ถูกต้องตามหลักทั่วไปและตามหลักศาสนา การที่ได้เป็นคนโปรดของอัลลอฮิจะทำอย่างไรจะทำอย่างไรให้เยาวชนเข้าใจศาสนา เข้าใจเป้าหมายของชีวิตที่แท้จริง เยาวชนที่เป็นมุสลิมมากหมายเรียนจบสูงๆ แต่ไม่สมารถประพฤติตนเป็นคนดีของอัลลอฮฺ มีเยาวชนมากหมายที่ไม่ยอมรับคำบัญชาของอัลอฮฺ นี้คือ ปัญหาที่ต้องแก้ไข ดังนั้นมหาลัยจึงเห็นความอัพยกของเยาวชนนับวันยิ่งหายไปจากการตักวาต่ออัลลอฮฺจึงมีแนวคิดว่า ทุกคนไม่ว่าศาสนาใดก็แล้วแต่สอนให้เป็นคนดี แต่สำหรับคนดีของอัลลอฮฺต้องดีกับมนุษย์ด้วยกัน ต้องดีตักวาต่ออัลอฮฺด้วยต้องได้รับการศึกษา ได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง การศึกษาที่ถูกต้อง ต้องมาจากอัลอฮฺและท่านศาสดา ดังนั้นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดด้วยวิธีแบบบูรณาการผสมผสานศาสนากับวิชาทั่วไปจะได้ทันกับยุคโลกาภิวัตน์
การบูรณาการเป็นการผสมผสานประสบการณ์การเรียนรู้และอาจจะเป็นการผสมผสานเนื้อหาวิชา วิชาต่างๆในหมวดวิชาเดียวกันหรือต่างหมวดวิชาให้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ตลอดจนสามารถนำประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงทางคณาจายรย์ได้บูรณาการมีรายละเอียดโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ในด้าน หลักสำคัญคือ ผู้เรียนต้องสร้างความรู้เองโดยอาจารย์เป็นผู้ช่วย โดยจัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้เรียนหรือให้โอกาสผู้เรียนได้ค้นพบด้วยตนเอง และเป็นผู้ลงมือกระทำและปฏิบัติการเรียนด้วยตนเองทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายทฤษฎีการเรียนรู้เน้นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างมีความเข้าใจ และมีความหมาย การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้เชื่อมโยงสิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่เข้ากับความรู้เดิมที่อยู่ในสมองกับชีวิตจริงมาปฏิบัติจริงโดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับฟิกฮฺการละหมาดอย่างนบีและการถ่ายโยงการเรียนรู้ การถ่ายโยงการเรียนรู้ หมายถึง การนำสิ่งที่เรียนรู้แล้วไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ การถ่ายโยงการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่สำคัญเพราะวัตถุประสงค์ของการศึกษาประการหนึ่งก็คือ การเตรียมผู้เรียนให้สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ในอนาคตทั้งในด้านการประกอบอาชีพ และการแก้ปัญหารูปแบบต่างๆในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นความสัมพันธ์ของวิชาต่างๆ กับชีวิตจริงมากขึ้นตลอดจนมองเห็นประโยชน์ในสิ่งที่เรียนว่าสามารถนำไปใช้ได้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ อาจจัดได้ 2 ลักษณะ คือ
1. การบูรณาการภายในวิชา ( Intradisciplinary Instruction ) เป็นการบูรณาการที่เกิด ขึ้น ภายในขอบเขตของเนื้อหาเดียวกัน วิชาที่ใช้หลักการบูรณาการภายในวิชาเดียวกันมากที่สุด คือวิชาภาษา หรือกระบวนการทางภาษาซึ่งประกอบด้วยการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกันหลายแบบนอกจากวิชาภาษาแล้วยังมีวิชาสังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิชาการอ่านอัลกุอ่าน วิชาจริยธรรม ฟิกฮฺมูอามาลาต ก็ใช้หลักการเชื่อมโยงภายในวิชาได้
2. การบูรณาการระหว่างวิชา ( Interdisciplinary Instruction ) เป็นการเชื่อมโยงหรือรวมศาสตร์ต่างๆตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไปภายใต้หัวเรื่อง เดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์หรือความรู้ในวิชาต่างๆมากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อการแก้ปัญหาหรือการแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่างๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงผิวเผินและมีลักษณะใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากที่สุด
ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้ง 2 ลักษณะนั้น สามารถจัดเป็นรูปแบบของการบูรณาการ ได้ 4 รูปแบบ คือ
1. บูรณาการแบบสอดแทรก (Infusion Instruction )การจัดการเรียนการสอนตาม รูปแบบนี้ผู้สอนในวิชาหนึ่งสอดแทรกเนื้อหาของวิชาอื่นๆเข้าในการเรียนการสอนของตน เป็นการสอนตามแผนการสอนและประเมินผลโดยผู้สอนคนเดียว วิธีนี้ถึงแม้ว่าผู้เรียนจะเรียนจากผู้สอนคนเดียวแต่ก็สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆได้
2. บูรณาการแบบขนาน ( Parallel Instruction ) การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบ นี้ ผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสอนต่างวิชากัน ต่างคนต่างสอน แต่ต้องวางแผนเพื่อสอนร่วมกัน โดยมุ่งสอนหัวเรื่อง / ความคิดรวบยอด / ปัญหาเดียวกัน ระบุสิ่งที่ทำร่วมกันและตัดสินใจร่วมกันว่าจะสอนหัวเรื่อง / ความคิดรวบยอด / ปัญหานั้นๆอย่างไร ในวิชาของแต่ละคนใครควรสอนก่อนหลังงานหรือการบ้านที่มอบหมายให้ผู้เรียนทำจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละวิชา แต่ทั้งหมดจะต้องมีหัวเรื่อง/ ความคิดรวบยอด / ปัญหาร่วมกัน การสอนแต่ละวิชาจะเสริมซึ่งกันและกันทำให้ผู้เรียนมองเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันระหว่างวิชาหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้
3. บูรณาการแบบสหวิทยาการ ( Multidisciplinary Instruction ) การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบนี้คล้ายกับบูรณาการแบบขนานกล่าวคือ ผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สอนต่างวิชากันมาวางแผนเพื่อสอนร่วมกัน โดยกำหนดว่าจะสอนหัวเรื่อง /ความคิดรวบยอด / ปัญหาเดียวกัน ต่างคนต่างแยกกันสอนตามแผนการสอนของตน แต่มอบหมายให้ผู้เรียนทำงานหรือโครงงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความรู้สาขาวิชาต่างๆเข้าด้วยกันจนสร้างชิ้นงานได้ ผู้สอนในแต่ละวิชาจะกำหนดเกณฑ์เพื่อประเมินผลชิ้นงานของผู้เรียนในส่วนวิชาที่ตนสอน
4. บูรณาการแบบข้ามวิชา ( Transdisciplinary Instruction ) การจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้ผู้สอนที่สอนวิชาต่างๆร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือกำหนดหัวเรื่อง / ความคิดรวบยอด / ปัญหาเดียวกัน จัดทำแผนการสอนร่วมกัน แล้วร่วมกันสอนเป็นคณะ ( Team ) โดยดำเนินการสอนผู้เรียนกลุ่มเดียวกันมอบหมายงาน / โครงงานให้ผู้เรียนเรียนทำร่วมกัน ผู้สอนทุกวิชากำหนดเกณฑ์เพื่อประเมินผลชิ้นงานของผู้เรียนร่วมกัน การเรียนการสอนแบบบูรณาการ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างหลากหลายอย่างไรก็ตามการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการสามารถสรุปได้ดังนี้
สามารถตรวจสอบได้จากตัวชี้วัด คือ ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการสร้างชิ้นงาน และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เกิดการถ่ายโยงการเรียนรู้ ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาในลักษณะองค์รวมมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาและลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาในแต่ละวิชาผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยใช้วิธีการผสมผสานกันระหว่างสาระความรู้ กระบวนการ คุณธรรม และลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนอย่างไม่จำกัด เพราะผู้เรียนได้ เรียนรู้วิธีการเรียนตลอดชีวิตส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายรูปแบบ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาส่งเสริมพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับการปกครองระบอบประชาธิปไตย รู้จักการเคารพในสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นโดยคำนึงถึงความคิดเห็นและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
สรุป
การศึกษานั้นมีความหมายและบทบาทลึกลงไปมากมายกว่าที่เราคุ้นเคยกันอยู่ในสังคมบ้านเรามากนัก และหากมองกันในแง่ของความเป็นจริงตามเนื้อหา ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการศึกษาของเรายังไม่ได้ตอบโจทย์หรือถอดรหัสได้ตามเป้าหมายของอิสลามที่แท้จริงเลยนอกจากส่วนน้อยเท่านั้นแม้การศึกษาจะเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมและเป็นวาระที่อัล-กุรอานเลือกที่จะตอบปริศนาของการเป็นนบีของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ)โดยการประทานโองการแรกเป็นโองการที่ระบุเรื่องของการศึกษา คือคำว่า ‘จงอ่าน’ แต่เกือบจะไม่มีนักการศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูบาอาจารย์ท่านใดที่ตระหนักและหันมาสนใจเรื่องการศึกษาในอิสลามอย่างจริงจัง มหาลัยฟาฏอนีเห็นความสำคัญของการศึกษาแบบบูรณาการไม่อาจที่จะปล่อยให้เยาวชนมุสลิมได้แต่เรียนวิชาสามัญอย่างเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวิชาที่แน่นการใช้ชีวิตเพื่อโลกดุนยาหันหลังให้อากีเราะสังเกตจากบัณฑิตที่จบออกมาได้งานดีๆทำ ประสบความสำเร็จมีทุกอย่างที่ใจยาก ชีวิตหรูหรา จนทำให้ลืมกับการใช้ชีวิตหลังความตาย นับวันยิ่งปรากฏให้เห็นการภอยหลังความคิดแบบอิสลาม พยายามจะเอาความคิดแบบตะวันตกนำมาใช้ ความคิดที่จะฟื้นฟูอิสลามขื้นมาใหม่คงเป็นเรื่องในจิตนาการเท่านั้น ดังนั้น เราเกิดมาเป้าหมายของชีวิตคือ เป้าอัลลอฮฺ เรามาเริ่มเปลี่ยนแปลงและสร้างความยิ่งใหญ่ของอิสลามจะกลับคืนสู่ประชาชาตินี้อีกครั้งหนึ่งก็ด้วยการหวนกลับสู่เส้นทางเดินที่มีชื่อว่า ”การศึกษาและการขัดเกลาจิตวิญญาณอิสลามแบบบูรณาการ” ที่แท้จริง ทั้งในแง่ของศาสตร์ทางปรัชญา วิธีการ และเป้าหมาย และนี่เป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษา การอบรม การฝีกฝนชีวิตอิสลามให้แก่ลูกหลาน เยาวชนมุสลิม คุณครู ผู้ปกครอง บิดา มารดา ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้านจะต้องหันมาสนใจ และมาทุ่มเทสรรพกำลังทุกอย่างเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเชิญชวนให้เยวชนศึกษาหความรู้และรู้และเข้าใจเป้าหมายการศึกษาที่แท้จริงเพราะชีวิตเพื่ออัลลอฮฺการศึกษาเพื่ออัลลอฮฺเพราะอิสลามนั้นสูงทรง มหาวิทยาลัยฟาฏอนีจะปลูกต้นกล้าทางปัญญาตามทักษะแห่งอนาคตใหม่ของการเรียนรู้ในศตวรรษที่21 ได้เสนอแนวการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพิ่อเป็นพื้นฐานให้สถาบันการศึกษาอื้นได้เห็นถึงความต้องการที่จะพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทยถ้าทำได้สำเร็จประเทศไทยจะก้าวกระโดดและแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้อย่างแน่นอน เป็นต้น