บทความวิชาการ

อะไรคือเป้าหมายการศึกษาอิสลาม?

มะรอบี  เจ๊ะเฮง

การศึกษาในอิสลามไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์หรือทักษะจากชนรุ่นหนึ่งไปยังชนอีกรุ่นหนึ่ง แต่ในอิสลามการศึกษามีความหมายที่กว้างและครอบคลุมทุกด้าน  การศึกษาเป็นกระบวนการอบรมและบ่มเพาะสติปัญญา  ร่างกายและจิตวิญญาณ  ดังนั้นการศึกษาในอิสลามนั้น เป็นการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ตามวิธีทางที่อิสลามได้กำหนดในด้านอะกีดะฮฺ ด้านการภักดีต่ออัลอฮฺ และจริยธรรม รวมทั้งชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ต้องใช้สิ่งต่างๆในชีวิตทั้งหมดเพื่ออิสลามเพื่อส่งเสริมและเชิดชูโครงสร้างแห่งอิสลามการใช้ชีวิตเพื่ออิสลามเป็นหนทางที่ถูกต้องที่สุดและไม่ได้สิ้นสุดเพียงบนโลกนี้เท่านั้นแต่เป็นการเริ่มเมื่อเราประสบกับความตายวิญญานออกจากร่างถือว่าเป็นการเริ่มต้นของชีวิตที่ทาวรชีวิตไม่สิ้นสุดนั้นคือเป้าหมายสำคัญที่ทุกคนต้องไปดังนั้นเพื่อความอยู่รอดบนโลกนี้มนุษย์ต้องอยู่ในหนทางที่ถูกต้องแล้วแต่ความคิดบนพื้นฐานของแต่ละคนประพฤติตนตามแบบอย่างดีที่สุดให้ได้

           

มนุษย์ในโลกดุนยาจึงแบ่งออกได้ 3  ประเภท

1.ประเภทบุคคลที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อดุนยา

ประเภทนี้มีแนวความคิดวัตถุนิยมทั้งในด้านความเชื่อมั่น และความเป็นอยู่ ชีวิตเพื่อการทำงาน มีตำแหน่งสูงๆ ชอบอวดรวยไม่มีเวลาคบหาสังคม  เห็นแก่ตัว ใช้ชีวิตลืมตัวต่อผู้สร้าง ตามความพึงพอใจของผู้นำในสังคม และหาการยอมรับจากสังคมไม่สนใจความถูกต้อง และปฏิเสธต่อการมีอยู่ของชีวิตหลังความตาย ตราบใดที่มนุษย์คิดเอาดุนยาเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดชีวิตทั้งชีวิตดำเนินตามดุนยาจะจมอยู่ในกระแสมายาแห่งตันหาราคะและความสนุกสนามชีวิตของเขาไม่ได้รับการชี้นำแนวทางที่เที่ยงตรง

 

2.ประเภทบุคคลที่ยังสับสนอยู่ระหว่างดุนยาและอาคิเราะฮฺ

กลู่มนี้ประกอบด้วยชนส่วนใหญ่ของมนุษย์ซึ่งมีหลักการเชื่อมั่นที่ไม่ชัดเจนโดยสำคัญผิดว่าตัวเองนั้นทำดีแล้ว

อีหม่าม อัซซัน อัลบันนา ได้กล่าวในสาส์นของท่าน “พวกเราเรียกร้องมนุษย์สู่สิ่งใด?

“แท้จริงอัลกุรอานได้กำหนดเป้าหมายของชีวิตและจุดประสงค์ต่างๆของมนุษย์ในโลกนี้เอาไว้แล้ว และบอกอีกว่ามีมนุษย์อีกจำพวกหนี่งที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อการกิน ดื่มและการเสพสุขเท่านั้น  ดังคำตรัสของอัลอฮฺตะอาลา

والذينكفروايتمتعونويأكلونكماتأكلالأنعموالنارمثوىلهم

ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธนั้นพวกเขาจหลงระเริงและกินเยี่ยงปศุสัตว์และไฟนรกคือที่พักนักของพวกเขา( ซุเราะฮฺ มุฮัมหมัด)

            นี้คือส่วนหนึ่งจากเป้าหมายชีวิตของบรรดามนุษย์ทั้งหลายที่มีอยู่บนโลกดุนยาแห่งนี้ ที่อัลลอฮทรงประสงค์ให้บรรดาผู้ที่ศรัทธาทั้งหลายบริสุทธิ์จากเป้าหมายการดำรงชีวิตที่ผิด และเป็นภาระหน้าที่ของผู้รู้ต้องอาศัยความพยายามในการเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือ วันปรโลกไม่สามารถหลีกเลี้ยงได้

3.ประเภทบุคลที่ยึดถือดุนยาเป็นสถานที่เพาะปลูกแห่งอาคิเราะฮฺ

            พวกเขาเหล่านี้คือ บรรดามุอมิน อย่างแท้จริงกลุ่มนี้รู้ซึ่งสารัตถะแห่งชีวิต และตระหนักในค่าของโลกดุนยาเมื่อเทียบกับอาคิเราะฮฺ  อัลลอฮฺได้ตรัสว่า ในซูเราะฮฺ  อัซซารียาต  หมายความว่า

“และชีวิตอยู่บนโลกนี้มิใช่อะไรอื้น นอกจากการละเล่นและการเพลิดเพลินเท่านั้น  และแน่นอนสำหรับบ้านแห่งอาคิเราะฮฺนั้นดียิ่งกว่าสำหรับบรรดาผู้ยำแกรง พวกเจ้าไม่ใช่ปัญญาดอกหรือ?

ดังนั้นบุคคลที่เป็นมุสลิมอย่างแท้จริง ต้องตระหนักเสมอว่าโลกดุนยาแห่งนี้ก็คือสนามแห่งการแข่งขันในเรื่องการเชื่อฟัง ฏออัต ต่ออัลลอฮฺและแสวงหาความดีต่ออัลอฮฺในชีวิตทั้งหมดของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นวิชาความรู้ ธุรกิจการค้า ทรัพย์สมบัติ ครอบครัว เพื่อปฏิบัติต่ออัลอฮฺ การที่จะปฏิบัติต่ออัลลอฮฺให้สมบูรณ์ที่สุดนั้นต้องมีการเรียนรู้ศึกษาหาความรู้เพราะความรู้นั้นต้องศึกษาตลอดของการใช้ชีวิต ตั้งแต่เกิดจนถึงวันสุดตายของชีวิต คนที่ต้องการความสุขบนโลกต้องด้วยความรู้และคนที่ต้องการความสุขบนโลกหน้าก็ต้องด้วยความรู้เช่นกันแล้วต้องมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนดังอุลามะฮฺ

อัซซัน อัลบันนา กล่าวว่า

“โอ้มนุษย์ที่เกียรติทั้งหลาย ขอสาบานด้วยอัลลอฮ จากความหมายอัลกุรอานขององค์อภิบาลของพวกเจ้า  อันเป็นสัจธรรม ที่จะทำให้จิตใจของพวกเขาหลุดพ้นจากการตกเป็นทาสของวัตถุ  และทำให้พวกเขาบริสุทธิ์จากความสนุกลุ่มหลงอยู่ในเรื่องกิเลสตัณหาและอารมณ์ไฟต่ำและทำให้อยูเหนือบรรดาสิ่งไร้สาระ พร้อมทำให้พวกเขามุ่งหน้าของตนเองอย่างอัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างบรรดาลสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน  เชิดชูดำรัสของอัลลอฮฺ ต่อสู้ในวิถีทางของพระองค์ช่วยปกป้องบทบัญญัติ  หรือมิฉนั้นแล้วพวกเขาคงเป็นเฉลยของกิเลสตัณหาและทาสอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง ชีวิตพวกเจาเพียงมุ่งหวังบรรจุกระเพาะของตนเองให้อิ้มไปวันๆด้วยอาหารที่เอร็ดอร่อย มียวดพาหนะหรูๆ เครื่องปรัดับสวยๆใช้นอนหลับสนิดฝันดี  มีหญิงสาวที่เลอโฉมไว้ปรนเปรอ  และหุ่มหลงอยู่ในชื่อเสียงที่หลวงลวง และยศถาบรรดาศักดิ์อันว่างเปล่า”  ดังกวีที่ว่า

“พวกเขารู้สึกยินดีอยู่กับความเพ้อฝัน 

ทั้งที่ถูกทดสอบอยู่ด้วยโชคลาคลาภที่ได้รับ

พวกเขาอ้างว่ารอดพ้นแล้ว?

ทั้งที่ยังไม่ผ่านบททดสอบนั้นเลย”

 

วัตถุประสงค์ของการศึกษามีดังต่อไปนี้

บุรฮานุดดีน อัล ซัรนูญี กล่าวว่าการศึกษาในอิสลามมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. แสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮ์

2. เพื่อชีวิตในอนาคต

3. ขจัดความไม่รู้

4. พิทักษ์รักษาศาสนา และ การคงอยู่ของอิสลาม

อัลเฆาะซาลี กล่าวว่า  “การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งอัคลาก(จริยธรรม)ที่ดี และเพื่อขจัดความไม่รู้”

อิบนุ คอลดูน กล่าวว่า  การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อ

1.ให้นักเรียนสามารถวางแผนที่จะตอบสนองความต้องการของสังคม

2. แสวงหาความรู้เพิ่มเติมที่อยู่เหนือความรู้ที่ได้มาจากประสาทสัมผัส

3. พัฒนาบุคลิกนิสัยให้สอดคล้องกับศาสนา  เพราะจะทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุข

 4. ให้นักเรียนมั่นใจกับวิถีการดำเนินชีวิต

ซัยยิดนากิบ อัลอัตตาส กล่าวว่า  การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกัลญาณชน มนุษย์ที่ดีมีคุณธรรม(ศอลิห)นั้นคือบุคคลที่มีจรรยามารยาทอันงดงาม(อะดับ)

หะสัน ลังกุลง กล่าวว่า  การศึกษามีเป้าหมายเพื่อผลิตบ่าวที่เคารพภักดีต่อพระองค์อัลลอฮ์  ในขณะเดียวกันแต่ละศาสตร์จะมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ที่ผู้ศึกษาต้องบรรลุให้เกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ

มูฮัมมัด อะฏียะฮ กล่าวว่า  เป้าหมายแรกและเป้าหมายสูงสุดของการศึกษาอิสลามคือการขัดเกลาทางศีลธรรมและการอบรมทางจิตวิญญาณ ท่านมีทัศนะว่าจริยธรรมทางศาสนาเป็นอุดมการณ์ เป็นจริยธรรมที่สมบูรณ์และลักษณะอันสูงส่งนี้เป็นพื้นฐานของการศึกษาในอิสลาม

อับดุลลอฮ์  นะศิห อุลวาน ได้กล่าวไว้ในหนังสือ (تربيةالأولاد) ว่าการให้การศึกษาต้องครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น ด้านความศรัทธา  จริยธรรม  สรีระ  สติปัญญา และสังคม  สรุปแล้วการศึกษาที่สมบูรณ์ตามทัศนะของอับดุลลอฮ์  นะศิห อุลวานนั้นต้องครอบคลุม 4  ด้าน  คือ ด้านสรีระ  จิตใจ  สติปัญญา  และสังคม 

สะฟัร อาลัม กล่าวว่า  การศึกษามีเป้าหมายเพื่อ

1.ให้บุคคลได้ทำอิบาดะฮ์(เคารพภักดี)ต่อค์อัลลอฮ์  ดังเป้าหมายของการสร้างมนุษย์และญินดังดำรัสของอัลลอฮ์  ในอัลกุรอานความว่า

“”และข้า (อัลลอฮ์) มิได้สร้างญินและมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่ให้เคารพภักดีข้า”“ (อัลกุรอาน51: 56)

2. เพื่อสร้างประชาชาติ(อุมมะฮ์)ที่ดี ดังดำรัสของอัลลอฮ์  ความว่า

“พวกเจ้านั้นเป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษยชาติโดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งที่ชอบ และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่มิชอบ” “(อัลกุรอาน 3 :110)

 3. เพื่อปลูกฝังคุณค่าของอิสลามในตัวมนุษย์

4. เพื่อชี้นำแนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับมุสลิม และการขอให้อัลลอฮ์ ทรงชี้แนวทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่มุสลิมวอนขออยู่เป็นกิจวัตรในทุกครั้งที่เขาละหมาด

 

  เป้าหมายของการศึกษาในอิสลามนั้นมีมากมาย แต่เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาอิสลามคือการสร้างมนุษย์เพื่อการเคารพภักดี(อิบาดะฮ์)และการเป็นผู้แทน(เคาะลีฟะฮ์)ของพระองค์บนผืนแผ่นดิน การที่มนุษย์จะเป็นบ่าวที่เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์และเป็นเคาะลีฟะฮ์ได้ ต้องเป็นมนุษย์ที่ศอลิห และสิ่งสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เป็นบ่าวที่ดีของพระองค์นั้นคืออิสลาม การที่จะรู้จักและเข้าใจอิสลามต้องอาศัยการศึกษาเท่านั้น

นักปราชญ์มุสลิมและบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ปัญหาการศึกษา  และร่วมมือสร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับอิสลาม  อันจะนำมาซึ่งอารยธรรมและความรุ่งเรืองแก่สังคมมุสลิมมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺ  การศึกษาหาวิชาความรู้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตของมนุษย์  เพราะการอยู่รอดของมนุษย์ไม่ว่ายุคใดก็ตามต้องอาศัยการเรียนรู้ต่อสิ่งที่อยู่รอบข้าง  การพัฒนาในเรื่องของความรู้จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ  ในอดีตการจัดการศึกษาของมนุษย์ถูกจำกัดในวงแคบๆ  ซึ่งต่างกับยุคปัจจุบันที่การศึกษาของมนุษย์ถูกจัดไว้ในหลากรูปแบบ มีโรงเรียนและสถาบันที่ให้ความรู้กับผู้คนมากมาย มีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐ และเอกชน“แต่จะมีกีสถาบันการศึกษาที่เห็นเป้าการศึกษาที่แท้จริง?

 

การแข่งขันในเรื่องของเศรษฐกิจ ทำให้มีโรงงานมากมายเพราะความต้องการในสินค้าของมนุษย์  ปัจจุบันการเปิดหลักสูตรที่ทำการเรียนการสอนได้มีสาขาการเรียนรู้มากมาย และการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยของนักเรียนจึงเป็นความหวังและอนาคต  ค่านิยมของคนส่วนมากมักจะคิดแค่ว่าเรียนจบแล้วมีงานทำคือเป้าหมายสูงสุด ได้ทำงานและมีรายได้ดีหลังจากที่จบมาแล้ว  จึงต้องเลือกเรียนคณะที่มีงานรองรับ นักเรียนจำนวนมากถูกปลูกฝังในเรื่องของการศึกษา ถ้าจะเข้ามหาวิทยาลัยต้องเข้าเรียนคณะที่มีความนิยม  และค่านิยมของคนในประเทศไทยถูกปลูกฝังในเรื่องของการศึกษา ว่าเรียนคณะอะไร จบมาแล้วมีงานอะไรให้ทำบ้าง ? เป้าหมายของคนส่วนมากในการศึกษาคือ จบมาแล้วจะได้มีงานทำ นักเรียนน้อยคนที่จะถูกปลูกฝังในเรื่องการศึกษาเพื่อให้เป็นนักวิชาการ และนำความรู้ที่ได้ศึกษามาค้นคว้าต่อเพื่อพัฒนาให้มีความก้าวหน้า  และเรามิได้ปลูกฝังให้นักเรียน เรียนเพื่อให้เป็นคนที่รับใช้สังคม ในด้านที่ตัวเองมีความรู้ และนำความรู้ที่มีมาใช้ประโยชน์กับตัวเองและสังคมมนุษย์เราควรคิดว่า เจตนารมณ์ที่อิสลามส่งเสริมให้มีการศึกษาเพราะอะไร ? และเป้าหมายการศึกษาของอิสลามนั้นเพื่ออะไร ? เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของท่านนบี  ท่านถูกส่งมาในยุคที่เรียกว่า ยุคญาฮีลียะห์ (ยุคงมงายอวิชา) คนในยุคนั้นไร้อารยะธรรม ไร้คุณธรรม ใช้ชีวิตที่ไม่มีกฎระเบียบในสังคม มีแต่การเข่นฆ่า การแก้แค้นกันระหว่างเผ่าที่ไม่มีการจบสิ้น มีการเสพดื่มของมึนเมา การผิดประเวณีแพร่หลาย และผู้หญิงถูกเหยียดหยามไม่ให้เกียรติ  เมื่อได้ลูกผู้หญิงจะรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก  จนกระทั่งชนอาหรับในยุคนั้นนิยมฝังลูกผู้หญิงทั้งเป็น  และถูกมองว่าเป็นชนชาติที่ล้าหลัง แต่สังคมอาหรับเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อท่านนบี มูฮัมมัด ได้นำวะยูฮฺจากพระผู้เป็นเจ้ามายังชาวมักกะฮฺ

اقْرَأْبِاسْمِرَبِّكَالَّذِيخَلَقَ * خَلَقَالْإِنْسَانَمِنْعَلَقٍ * اقْرَأْوَرَبُّكَالْأَكْرَمُ * الَّذِيعَلَّمَبِالْقَلَمِ * عَلَّمَالْإِنْسَانَمَالَمْيَعْلَمْ

1. จงอ่านด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงบังเกิด

2. ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด

3. จงอ่านเถิด และพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง

4. ผู้ทรงสอนการใช้ปากกา

5. ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้ (ซูเราะห์ อิกเราะ)

(1) ตั้งแต่อายะฮฺที่หนึ่งถึงอายะที่ห้าเป็นอายาตของอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาเป็นครั้งแรก ขณะที่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม หลบเข้าไปอยู่ในอุโมงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการบูชาเจว็ดของผู้คนในขณะนั้นและเพื่อแสวงหาสัจธรรมในการค้นหาพระเจ้าที่แท้จริง ห้าอายาตของอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาเป็นครั้งแรกนี้นับได้ว่าเป็นความเมตตา และความโปรดปรานครั้งแรกที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่ปวงบ่าวเป็นการเตือนให้ตระหนักว่ามนุษย์ถูกบังเกิดมาจากก้อนเลือด และด้วยการให้เกียรติโดยทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้และให้วิชาความรู้แก่เขา ซึ่งเป็นปมเด่นที่มนุษย์มีเหนือมะลาอิกะฮฺ

 

อัลกุรอานอายะห์แรก ซึ่งเป็นพระบัญชาของอัลลอฮฺ ใช้ให้ตื่นตัวในเรื่องของการศึกษาหาวิชาความรู้  ในยุคที่ชาวอาหรับอยู่กับความงมงาย สิ่งที่จะนำพวกเขาออกจากความอวิชา ก็คือการตื่นตัวในเรื่องของการศึกษา และการศึกษาสิ่งแรกคือ ศึกษาในเรื่องของพระเจ้า หมายถึงมุสลิมต้องศึกษาให้รู้จักพระเจ้าของเขาอย่างแท้จริง เพราะเมื่อได้รู้จักพระเจ้าและมีหลักความเชื่อที่ถูกต้อง เขาจะเป็นบุคคลที่สร้างสรรค์สังคม ในจิตใจจะมีแต่ความต้องการที่จะนำสิ่งดีๆ มาสู่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน   อิสลามไม่ห้ามศึกษาด้านต่างที่เป็นวิชาการที่มีความรู้  เพราะการศึกษาในทัศนะของอิสลามมีอยู่สองลักษณะด้วยกัน

    1. การศึกษาเป็นข้อบังคับที่ทุกคนต้องเรียนรู้ (ฟัรดูอีน)  การศึกษาที่เกี่ยวกับหลักความเชื่อและหลักปฏิบัติ เช่นการศึกษารายละเอียดของรุกุนอีมาน การศึกษาหลักการปฏิบัติ เช่น การอาบน้ำละหมาด การเรียนรู้วิธีละหมาด การถือศีลอด และอื่นๆ

    2. การศึกษาที่ไม่บังคับสำหรับมุสลิมทุกคน แต่เพียงพอถ้ามุสลิมคนหนึ่งได้ศึกษา (ฟัรดูกิฟายะห์)  ถ้าหากไม่มีใครศึกษาสักคนเดียว ถือว่ามุสลิมทั้งหมดมีบาป เช่นการศึกษาในอาชีพด้านต่างๆ ที่มนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพา  ช่างซ่อม นักวิทยาศาตร์ นักค้นคว้าที่ผลิตสิ่งใหม่ที่นำประโยชน์มายังมวลมนุษยชาติ หมอ ทหาร ตำรวจ และอีกมากมายที่จำเป็นต่อสังคม

            เนื่องจากความรู้ทุกอย่างที่เรียนแล้วสามารถนำประโยชน์ยังมวลมนุษย์ถือว่าเป็นความรู้ที่อิสลามส่งเสริม และถ้าผู้เรียนมีเจตนาเพื่อนำความรู้มาช่วยเหลือด้านศาสนาเขาก็มีผลบุญ  แต่ความรู้ที่เกี่ยวกับหลักศรัทธาที่มีต่อพระเจ้า  และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักปฏิบัตินั้นเป็นความรู้ที่จำเป็นต้องเรียน  ถ้ามุสลิมลำดับความสำคัญในการศึกษาแน่นอนความดีอีกมากมายจะเกิดในสังคมมุสลิม การจัดการศึกษาของอิสลามในอันดับแรกคือ หลักคุณธรรม และคงไม่มีคุณธรรมในข้อใดที่ดีที่สุดเท่ากับการรู้จักพระเจ้า และรู้ถึงหน้าที่ของบ่าวที่มีต่อพระเจ้า  และเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่มีมุสลิมจำนวนมากลำดับความสำคัญที่ผิดพลาด หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไป มุสลิมจำนวนมากที่เติบโตมาเพียงชื่ออย่างเดียวโดยที่ความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติในเรื่องศาสนาไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นมุสลิมเลย  อิสลามไม่ได้ห้ามในการประกอบอาชีพรับราชการ เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาต้องควบคู่ไปกับสิ่งที่อิสลามต้องการ  พ่อค้าที่มีความรู้ในเรื่องศาสนาแน่นอนเขาไม่คดโกง ครูสอนนักเรียนที่เข้าใจอิสลามเขาจะเป็นครูที่มีคำสอนที่ควบคู่กับแบบอย่างที่ดี และจะได้รับความดีอีกมากมายหากนำอิสลามมาใช้ในชีวิตจริง

ประการแรกที่มุสลิมทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้คือ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักความเชื่อเพื่อให้เราได้ศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า  และเพื่อให้ทราบถึงเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้  มีมุสลิมมากมายที่ปัจจุบันที่ยังไม่ได้เข้าใจศาสนาของตัวเอง เพราะมุสลิมถูกทำให้เข้าใจผิดในเรื่องของการศึกษาโดยมีการแยกวิชาการศาสนาและวิชาการสมัยใหม่ออกจากกัน วิชาการทุกแขนงเป็นเรื่องที่อิสลามส่งเสริมให้มุสลิมต้องเรียนรู้แต่ไม่ได้เป็นภาคบังคับ  สำหรับเรื่องการปฏิบัติในหลักการศาสนานั้นเป็นภาคบังคับที่ทุกคนต้องเรียนรู้   หากเรากลับไปดูนักวิชาการในอดีตที่ผ่านมาหลายร้อยปี จะพบว่าพวกเขาไม่ได้แยกวิชาความรู้ในด้านต่างๆออกจากกัน  บางคนเป็นนักรายงานหะดีษ แต่มีความรู้ในเรื่องการแพทย์ ประวัติศาสตร์ และการอรรถาธิบายอัลกุรอาน เช่น ท่าน อิบนุลก็อยยิม อัลเญาซียะห์ และอีกมากมายจากนักวิชาการในอดีต  ดังเช่นคนในยุคของท่านนบีและในยุคของอัตตาบีอีนและกลุ่มคนที่มาหลังจากพวกเขาที่ท่านนบีศอลลัลลอฮู อะลัยอิวะซัลลัมได้รับรองว่าเป็นยุคที่ดีที่สุด เป็นยุคที่พวกเขาเคร่งครัดในหลักการศาสนากว่าพวกเรา แต่เขาตื่นตัวการศึกษาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในทางศาสนาและความก้าวหน้าทางโลกดุนยา และความเจริญที่ค้นพบไม่ได้ทำให้เขาลืมอัลลอฮฺและทิ้งศาสนาของพวกเขา  มุสลิมในยุคปัจจุบันต้องกลับไปดำเนินตามคนในยุคอดีตที่ผ่านมา กลับมาเริ่มตนปลูกฝังศาสนาให้กับลูกหลานอันดับแรก หลังจากนั้นเขาจะเรียนรู้อะไรก็ไม่ใช่ปัญหา ถ้าเรียนรู้หลักอากีดะห์ที่มีต่อพระเจ้าแน่นอนลูกหลานของเราจะดีด้วยความประสงค์ของอัลลอฮฺ  แนวคิดที่พยายามแยกศาสนาออกจากการดำเนินของชีวิตของมนุษย์ โดยให้คนเข้าใจว่าศาสนานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับมนุษย์ในด้านต่างๆ มันเป็นความคิดที่บรรดาชาติตะวันตกที่ล่าอาณานิคมในประเทศอิสลาม และพวกเขาได้วางโครงสร้างหลักสูตรใหม่ในการศึกษาให้กับมุสลิม คือ พยายามแยกศาสนาออกจากการดำเนินชีวิตของมนุษย์ไม่ว่า เรื่องการค้าขาย การเมืองการปกครอง และการศึกษาทางโลกจะทำให้ผู้คนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี พยายามทำให้คนที่ศึกษาเข้าใจว่าการศึกษาทั้งสองอย่างนั้นไม่มีความสัมพันธ์กัน ทำให้คนสนใจศาสนาอยากจะเรียนรู้วิชาการสมัยใหม่ และทำให้คนที่เรียนวิชาการสมัยใหม่ไม่สนใจศาสนา เลยทำให้สังคมมุสลิมตกต่ำดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

 ดังนั้นคนรุ่นใหม่ต้องเปลี่ยนทัศนะคติในการศึกษา ก่อนที่เราจะไปเรียนด้านใดเราต้องเรียนเรื่องที่ทำให้เรารู้จักพระเจ้า และหลักการศรัทธาของศาสนาเสียก่อน แน่นอนหากเราทำได้เช่นนั้นเราจะไม่หลงผิด และจะทำให้เรามีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า

จะดำรงชีวิตอยู่เพื่ออิสลามได้อย่างไร?

สิ่งที่จะนำสู่แนวทางเพื่ออิสลามนั้น คือ

1.ตระหนักถึงเป้าหมายแห่งชีวิต

2.ตระหนักถึงค่าของโลกดุนยาเมื่อเทียบกับอาคิเราะฮฺ

3.ตระหนักในความตายอันเป็นสิ่งแน่นอน และเอามันเป็นข้อคิดหรือบทเรียนอยู่เสมอ

4.ตระหนักถึงแก่นแท้(หะกีกัต)ของอิสลาม

5.ตระหนักถึงแก่นแท้ของความเป็นญาฮีลียะฮฺ

 

คุณลักษณะของบุคคลที่ดำรงชีวิตอยู่เพื่ออิสลาม

1.มีการปฏิบัติที่เคร่งครัดต่ออิสลาม

2.พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อิสลาม

3.ภาคภูมิใจกับสัจธรรมและเชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺ

4.ยึอมั่นต่อการทำงานเพื่อิสลามและพร้อมให้การช่วยเหลือต่อเพื่อนร่วมงาน

 

การศึกษาคือกระดูกสันหลังของศาสนา คือแร่ธาตุอันสำคัญยิ่งของอารยธรรมอิสลาม คือนวัตกรรมทางวิชาการที่มหัศจรรย์มากที่สุด และคือเครื่องมือที่จะนำพาอิสลามทะยานไปข้างหน้าได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ

มองสภาพปัญหาสังคมบ้านเรา

การศึกษานั้นมีความหมายและบทบาทลึกลงไปมากมายกว่าที่เราคุ้นเคยกันอยู่ในสังคมบ้านเรามากนัก และหากมองกันในแง่ของความเป็นจริงตามเนื้อหา ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการศึกษาของเรายังไม่ได้ตอบโจทย์หรือถอดรหัสได้ตามเป้าหมายของอิสลามที่แท้จริงเลยนอกจากส่วนน้อยเท่านั้นแม้การศึกษาจะเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมและเป็นวาระที่อัล-กุรอานเลือกที่จะตอบปริศนาของการเป็นนบีของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ)โดยการประทานโองการแรกเป็นโองการที่ระบุเรื่องของการศึกษา คือคำว่า ‘จงอ่าน’ แต่เกือบจะไม่มีนักการศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาหรือครูบาอาจารย์ท่านใดที่ตระหนักและหันมาสนใจเรื่องการศึกษาในอิสลามอย่างจริงจัง ถ้าจะวิเคราะห์ถึงสถานการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มชนต่างศาสนิก สามารถที่ค้นพบพลังอำนาจและศักยภาพของประชาชาติของตนที่ซ่อนอยู่ในการศึกษาจนรุดหน้าประชาชาติอิสลาม พวกเรารับรู้เรื่องการศึกษาและสร้างโอกาสใช้มันไปเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า(พาณิชย์วิชาการ) ไม่มีโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาแห่งใดที่เชิญชวนและระดมนักวิชาการที่มีความเข้าใจเรื่องการศึกษาในอิสลาม ให้ทำการผ่าตัดและเสนอทางออกดังที่อิสลามต้องการ นอกจากส่วนน้อยที่หันมาให้ความสนใจมากขึ้นว่าการศึกษาของเราปัจจุบันน่าจะหลงทางไปจากเส้นทางหลักของอิสลามไปมากแล้ว

 การศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่ในความหมายแคบๆอีกต่อไปและไม่ควรที่จะดำเนินการอย่างพละการโดยคณะผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้รับใบอนุญาตหรือเจ้าของโรงเรียนเท่านั้น นั่นเพราะว่าการศึกษาเป็นศาสตร์ชั้นสูงเป็นองค์ความรู้ที่ซับซ้อนหลายมิติ มีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวโยงกันอย่างเป็นองคาพยพที่หลากหลายและเกื้อหนุนกันอย่างมหัศจรรย์ ไม่มีใครที่สามารถบอกได้ว่าตนเป็นผู้สันทัดกรณีและชำนาญการเป็นพิเศษ แม้จะคร่ำหวอดอยู่กับสถาบันการศึกษามามากแค่ไหนก็ตาม และหากต้องข้องเกี่ยวกับอนาคตของเยาวชนหนุ่มสาวด้วยแล้ว นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายภารกิจการศึกษาของทุกสถาบันมากกว่าที่คาดเดาเอาไว้มากมายหลายเท่าตัวเท่าที่เราสังเกตมาเป็นเวลานาน การศึกษาโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในบ้านเรายังเป็นไปในลักษณะ ’ลอกเลียนแบบ’ หรือ ‘การถอดแบบ’ หรือ ‘การเอาอย่าง’ จากต้นตำหรับที่สับสนทางวิชาการซึ่งปรัชญาและเนื้อหาสาระส่งตรงมาจากโลกตะวันตก อย่างรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังทดลองสมรรถนะเครื่องยนต์ว่าจะวิ่งบนถนนลูกรังในเมืองไทยได้ไกลแค่ไหน หนังสือเล่มนี้จะชี้ทางให้เราเห็นอย่างโดดเด่นว่าอิสลามได้เปลี่ยนแปลงมนุษย์ด้วยสารัตถะคำสอนที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อผู้เรียนตลอดจนวิธีการ กระบวนการและแรงบันดาลใจอย่างไร

การศึกษาที่ไม่อาจทำให้คนเรามีจริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรมทางศาสนาในชีวิตประจำวันและวิถีชีวิตนอกห้องเรียนของผู้เรียน ไม่มีอิทธิพลของคำสอนจากศาสนาเข้าไปกำกับพฤติกรรมของเขาทุกย่างก้าวแล้ว การศึกษานั้นก็เป็นสิ่งที่ไร้คุณค่าและไม่มีความหมายใดๆต่อมนุษย์อีกต่อไป และนี่คือภารกิจอันดับแรกของการศึกษาในอิสลามที่จะต้องปลูกฝังลักษณะดังกล่าวลงไปในสายเลือดแห่งการเป็นมนุษย์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่

เพราะเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกฝ่ายกำลังให้ความสนใจอย่างมากในสังคมปัจจุบัน หากมองในเชิงวิเคราะห์ต่อความตกต่ำและความเปลี่ยนแปลงในด้านลบของมุสลิมในปัจจุบันโดยโยงใยกับการศึกษาในสถาบันต่างๆที่ได้เสนอตัวเองรับใช้ประชาชาติอิสลามทางวิชาการ เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าล้วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาที่อ่อนแอและหลงทาง นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และต่อมาอาการพิการทางปัญญาและอัมพาตทางความคิด ส่งผลลัพธ์ออกมาเป็นการแตกแยกทางความเชื่อหลงใหลในชาตินิยมมัวเมาในวัตถุก็แสดงออกมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่พ้นไปจากแผนการของศัตรูที่วางแผนเอาไว้อย่างแยบยลเป็นระบบและมีการใช่งบประมาณมหาศาลเพื่อดับรัศมีแห่งอิสลามให้สิ้นซากความเปลี่ยนแปลงและความยิ่งใหญ่ของอิสลามจะกลับคืนสู่ประชาชาตินี้อีกครั้งหนึ่งก็ด้วยการหวนกลับสู่เส้นทางเดินที่มีชื่อว่า ”การศึกษาและการขัดเกลาจิตวิญญาณแบบอิสลาม” ที่แท้จริง ทั้งในแง่ของศาสตร์ทางปรัชญา วิธีการ และเป้าหมาย และนี่เป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษา การอบรม การฝีกฝนชีวิตอิสลามให้แก่ลูกหลาน เยาวชนมุสลิม คุณครู ผู้ปกครอง บิดา มารดา ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้านจะต้องหันมาสนใจ และมาทุ่มเทสรรพกำลังทุกอย่างเพื่อการปฏิรูปการศึกษามากกว่าที่จะคิดคำนวณเพียงค่าหัวรายปีแล้วปล่อยให้ทุกอย่าง เป็นภาระของสังคมโดยหาใครรับผิดชอบไม่ได้เลยเชิญชวนให้เยวชนศึกษาหความรู้และรู้และเข้าใจเป้าหมายการศึกษาที่แท้จริงเพราะชีวิตเพื่ออัลลอฮฺ การศึกษาเพื่ออัลลอฮฺเพราะอิสลามนั้นสูงทรง ไม่มีศาสนาอื่นสูงกว่าอิสลาม

الإسلاميعلوولايعلىعليه

เราวิงวอนต่ออัลลอฮฺ และเราหวังว่าจะได้เห็นความสำเร็จของประชาชาตินี้ ท่ามกลางการเสียสละและการอุทิศตนของผู้ที่มีความตระหนักในภารกิจนี้ด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮฺอีกครั้ง อามีน