หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๓ ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงเถลิงราชสมบัติได้ครบ ๑๐ ปี

          เมื่อครั้งหลวงปู่เสาร์เป็นฆราวาสนั้นได้ขาดการบันทึกจากผู้รู้และ(ใกล้ชิดอย่างน่าเสียดาย เพราะการที่จะรู้เห็นอย่างชัดแจ้งตามความเป็นจริง ต้องอาศัยผู้ที่มีอายุในรุ่นราวคราวเดียวกันกับท่าน หรืออย่างน้อย จะต้องเป็นผู้ใกล้ชิดติดตามจริงๆ จึงจะได้ทราบผลแน่นอน

          เมื่อหลวงปู่เสาร์ได้ศึกษาในด้านต่างๆ พอเป็นปัญญาในภูมิธรรมแล้ว ท่านได้รับการศึกษาต่อทางด้านปฏิบัติธรรม แต่พระอาจารย์ผู้สอนการปฏิบัติธรรมให้แก่หลวงปู่เสาร์นั้น ไม่ปรากฏนามในประวัติของท่าน เมื่อหลวงปู่ มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นโดยลำดับแห่งองค์ภาวนา ก็ยิ่งมีความชอบมีความพอใจเป็นพิเศษ ต่อมารท่านมีความคิดว่า การที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่นี้ ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทางที่ดีควรออกไปอยู่ป่าดง หาสถานที่สงบระงับจากผู้คนพลุกพล่าน จิตใจจะสงบลงได้ยิ่งกว่านี้เป็นแน่ หลวงปู่เสาร์จึงได้ตัดสินใจออกธุดงค์มุ่งสู่ป่าทันที่ในวันรุ่งขึ้น

           จากความปรารถนาของ หลวงปู่เสาร์ ในการออกป่าดงเพื่อปฏิบัติธรรม และพิจารณาธรรมในครั้งนี้ว่า ถ้าแม้นเป็นไปจริงดังคำตั้งใจแล้ว เมื่อกลับเข้าสู่วัด ท่านจะได้นำความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม มาเผยแพร่ฝึกสอนลูกศิษย์ลูกหาที่หวังหนทางแห่งความพ้นทุกข์ต่อไป

            ต่อมา เมื่อหลวงปู่เสาร์ได้กลับออกมาจากการธุดงค์ในป่าแล้ว ได้มาเปิดสำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

            สำนักวัดเลียบ จ.อุบลราชธานี ของหลวงปู่เสาร์ในสมัยก่อนนั้น มีพระสงฆ์และฆราวาสที่สนใจอย่างแท้จริงนั้นไม่มากนัก แต่ถึงกระนั้น หลวงปู่เสาร์ ก็มิได้ลดละพยายาม ท่านตั้งใจในการสอนอบรมผู้ที่สนใจในธรรม ให้เดความรู้แจ้งแก่ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นหลักยืนยันว่า การเจริญศีล สมาธิ ปัญญานี้เป็นความสงบและสามารถทำตนให้พ้นทุกข์ได้จริง

            ภายหลังหลวงปู่เสาร์ ได้เปิดสำนักปฏิบัติธรรมที่วัดเลียบ ได้ไม่นานนัก หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้อุปสมบทในปี พ.ศ.๒๔๓๙ เมื่อบวชแล้ว ได้จำพรรษาอยู่ ณ วัดเลียบ อันเป็นสำนักปฏิบัติธรรม และขอถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์เพื่อเรียนพระกรรมฐาน

          ในระยะเริ่มแรกแห่งการปฏิบัติธรรม หลวงปู่เสาร์ได้นำอุบายอันควร ให้หลวงปู่มั่นน้อมนำจิตใจบังเกิดความสวบคือ “พุท-โธ” ซึ่งตรงกับจริตของหลวงปู่มั่นยิ่งนัก ท่านได้ถือเป็นนิสัยที่ชอบกว่าบรรดาบทธรรมอื่นๆ จนได้บังเกิดความสวบทางจิตของลูกสิทธิ์ผู้บวชใหม่นี้ในวันหนึ่ง หลวงปู่เสาพึงพอใจเป็นอย่างมาก แม้หลวงปู่มั่นจะถวายตัวเป็นศิษย์ แต่หลวงปู่เสาร์หาได้ถือว่าเป็นศิษย์ไม่ ท่านถือว่าเป็นบุตรตถาคตองค์เดียวกัน

          เมื่อออกพรรษา หลวงปู่เสาร์จะพาพระเณรในวัดเลียบ ออกเดินธุดงค์เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติธรรม ต่อมาท่านได้ออกธุดงค์ไปกับหลวงปู่มั่น ซึ่งสมัยที่ท่านออกบำเพ็ญภาวนาในครั้งนั้น ส่วนมากไม่ค่อยจะมีใครกระทำหรือปฏิบัติกันเลย

           ประมาณ พ.ศ.๒๓๔๘ หลวงปู่เสาร์ ได้ออกเดินธุดงค์มาจำพรรษาที่ถ้ำภูผากูด เป้ฯเขตอำเภอ คำชะอี จ.นครพนม ความชำนาญป่าของหลวงปู่ เสาร์ ท่านจึงหาสถานที่เหมาะ มีอากาศปลอดโปร่งดี แม้แต่ถ้าที่อาศัยอยู่ก็ไม่อับชื้น ทั่วบริเวณจึงเป็นสถานที่พึงอยู่อาศัยเป็นเวลาแรมปี และสถานที่แห่งนี้หลวงปู่เสาร์ ได้อยู่ปฏิบัติธรรมนานถึง ๕ ปี

            ขณะที่หลวงปู่เสาร์กำลังเจริญสมาธิธรรมอยู่ท่านได้ทราบในวารจิตว่า “ขณะนี้หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตได้เดินตามหาท่าน และกำลังจะมาถึงถ้ำภูผากูดในวันนี้”

            อนึ่ง หลวงปู่มั่นท่านรู้ด้วยปุพเพนิวาสานุสติญาณ จึงได้จำแนกแจกต่างออกแก่พระสงฆ์ผู้เป็นศิษย์ตรงกับจิต และจะมีความก้าวหน้าในอนาคตแค่ไหน

             ภายหลังจากหลวงปู่มั่นเข้านมัสการแล้ว ก็ได้สนทนาปราศรัยกันเป็นเวลาตามสมควรแล้วหลวงปูเสาร์ได้ให้หลวงปู่มั่นได้พักผ่อน ณ ที่ บริเวณแห่งนั้นตามอัธยาศัย ซึ่งหลวงปู่มั่นท่านได้ตั้งใจว่าจะจำพรรษาอยู่ ณ ที่ถ้ำนี้กับพระอาจารย์ของท่าน ในพรรษานั้น ทั้งศิษย์และพระอาจารย์ก็ได้ปรึกษาสนทนาในเรื่องธรรมปฏิบัติต่างๆ แทบทุกวัน

              http://www.dharma-gateway.com/...