รูปภูมิ ภูมิระดับกลาง เป็นรูปพรหม มี 16 ชั้น แบ่งออกเป็น ปฐมฌานภูมิ ๓ ทุตยฌารภูมิ ๓ ตติยฌานภูมิ ๓ และจุตฌานภูมิ ๗ อยู่เหนือสวรรค์ชั้นปรมินมิตวสวัตดีภูมิขึ้นไปนับประมาณไม่ได้ ผุ้ที่จะมาเกิดในพรหมโลกนี้ ต้องจำเริญสมาธิภาวนา จเริญ กรรมฐาน เพื่อบำบัด ปัญจนิวรณ์ คือ 

           กามฉันทะ ความพอใจในกาม, พยาบาท ความคิดร้ายเคืองแค้นใจ, ถินมิทธะ ความหดหู่เซื่องซึม, อุทธัจจกุจจะ ความกระวนกระวายใจ, วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

           จะได้เกิดเป็นพรหมใน ปฐมฌาน๓ุมิ ถ้าจำเริญภานาฌานให้สูงขึ้นไป เมื่อสิ้นอายุจะไปเกิดใน ทุตยฌานภูมิ ตติยฌานภูมิ และจตุตฌานภูมิ ตามลำดับพรหมในรูปนี้มีแต่ผุ้ชายไม่มีผุ้หญิง มีตา หู จมูก มีตัวตน แต่ไม่รู้กลิ่นหอมหรือเหม็น ไม่รู้รส ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่ยินดีในกาม ไม่รู้หิว ไม่ต้องกินขช้าวกินน้ำ เนื้อตัวเกลี้ยงเกลาส่องสว่างกว่าพระอาทิตย์พระจันทร์พันเท่า ผู้ที่ได้จตุุฌานเต็มที่ เมื่อสิ้นอายุจะได้เกิดแต่ใน ปัญจสุทธาวาส (ภูมิ ๕ ชั้นสุดท้ายของรูปภูมิ) จะไม่มาเกิดเป็นมนุษย์อีก จนได้เข้าสู่นิพพาน ส่วนผุ้ที่ยังไม่ได้จตุตฌานเต้มที่ เมื่อสิ้นอายุ ใจนั้นก็คือสู่ปกติดั่งคนทั้งหลาย แล้วไปกิดตามบุญและบาปต่อไป

           อรูปภูมิ ภูมิระดับสูง มี ๔ ชั้น อยู่สูงสุดขอบกำแพงจักรวาล เหล่าพรหมในชั้นนี้ไม่มีตัวตน มีเพียงแต่จิต ผุ้ที่จะมาเกิดในภูมินี้ต้องจำเริญภาวนาฌาน พิจารณาขันธ์ห้าจนเข้าถึงอรูปฌาน คือไม่ยินดีในร่างกายตน ปรารถนาที่จะไม่มีตัวตน จะได้มาเกิดใน อากาสานัฐจายตนภูมิ คือภพของผุ้เข้าถึงฌานอันกำหนดอากาศเป็นช่องว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ มีอายุยืน ๒๐,๐๐๐ มหากัลป์ แล้วกำหนดจิตให้สูงขึ้น ปรารถนาให้อยู่เหนืออากาศ จนได้เกิดใน วิญญาณัญจายตนภูมิ คือภพของผุ้กำหนดวิญญาณ อันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์มีอายุยืน ๔๐,๐๐๐ มหากัลป์ เปมื่อพิจารณาภานาฌานให้สุงขึ้น จนได้ฌานกำหนดอันกำหนดภาวะที่ ไม่มีอะไรเป็นอารมณ์ จึงได้เกิดใน อากิฐจัฐฐายตนภูมิ มีาอยุยืน ๖๐,๐๐๐ มหากัลป์ แต่ยังไม่พอใจใคร่จะได้ไปเกิดในพรหมชั้นสูงขึ้นไป จนจิตเข้าถึงสภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่ ถึงภูมิชั้นสูงสุดในไตรภูมิ คือ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ พรหมโลกชั้นนี้มีสมาบัติย่ิงกว่าพรหมทุกแห่ง สามารถเห้นชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นอินทร์ และชั้นพรหม ดุจเห้นมะขามป้อมกลางฝ่ามอ มีจิตอันเป็น โสภณเจตจิต คือสภาวะธรรมดัีงามเกิดดับพร้อมกับจิต มีอายุยืนถึง ๘๔,๐๐๐ มหากัลป์

            อนิจจลักษณะ เหล่าฝูงสัตว์ในภูมิ นรก เปรต ดิรัจฉาน และอสรุกาย เมื่อิส้นแก่อาย จะไปเกิดในภูมิเดิม ถ้าได้เคยทำบุญกุศลมาก่อนก็จะได้เกิดเป็นมนุษย์ หรือเกิดในภูมิเทพยดา แต่ไม่สามารถไปเกิดในภูมิของพรหมทั้ง ๒๐ ชั้นได้ ฝูงสัตง์ที่เป็นมนุษย์ มี ๒ จำพวกคือ อันธปุถุชน คือผุ้ทีทำแต่ควาชั่วช้าต่างๆ เมื่อตายจากมนุษย์ย่อมไปเกิดในอบายภูมิ ถ้าเกิดป็นมนุษย์ก้จะอัปลักาณ์บัดสี กับลยานปุถุชน คือ ผู้ที่ฝักใฝ่ประกอบแต่กรรมดี เมื่อกายได้ไปเกิดในสวรรรค์ชั้นสุงขึ้นไป ยกเว้นปัญจสุทธวาร หรือได้ไปสู่นิพพานก็มี เหล่า เทพยดาในฉกามาพจรภูมิ เมื่อสิ้นอายุ ถ้าไม่ได้มรรคผล อาจเกิดในภูมิเดิม ภูมิมนุษย์ หรืออบายภูมิ ถ้าได้มรรคผล จะไปเกิดในรูปภูมิ หรืออรูปภูมิ พรหมในรูปภูมิ เมื่อิส้นอายุ อาจมาเกิดในสุคติภูมิ หรือถ้าได้มรรคผลก็จะเกิดในภูมิที่สูงขึ้นไป แต่จะไม่เกิดในอบายภูมิ เหล่าฝูง พรหมในอรูปภูมิ และจะไม่ไ้เกิดในอบายภูมิแต่ถ้าฌานที่สูงขึ้น ก็ได้ไปเกิดในอรูปภูมิชั้นที่สูงกว่า ฝูงสัตว์ทั้งหลายอันเกิดในไตรภูมินี้ ย่อมไม่มั่นคง ย่อมรู้ฉิบหายรู้ตายจาก รู้พลัดพราก ไม่ว่าพระอินทร์หรือพระพรหมยังมีเกิดและดับ ย่อมเวยนว่ายอยู่ในไตรภูมนี้ เนื่องมาแต่เหตุแห่งสภาวะจิต ยังรับแรงกระทบจากกิเลส ประดุจดังหยอน้ำตกกระทบผิวน้ำ ผิวน้ำย่อมเกิดระลอกสั่นไหว ถ้าจิตเราไม่รับสนองต่อสิ่งที่มากระทบ จิตนั้นย่อมนิ่งย่อมสงบ

           นิพพาน ความสุขใดๆ ในเทวโลกหรือพรหมโลกจะเที่ยวเท่านิพพานสุขนั้นหาไม่เปรียบได้ดั่งแสงหิ่งห้อยหรือจะสู้แสงดวงตะวัน หยดน้ำอันติดอยู่ปลายผมหรือจะเที่ยบกับน้ำในมหาสมุทร เพราะหยุดเหตุแห่งการเกิดและดับ นิพพานมี ๒ จำพวก คือ 

           กิเลสปรินิพพาน นิพพานของพระอรหันต์ผุ้ยังเสวยอารมณ์ที่นาชอบใจและไม่ชอบใจทางอินทรีย์ ๕ รับรุ้สุขทุกข คือดับกิเลสแต่ยังมีเบญจขันธ์เหลือ

           ขันธปรินิพพาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือ คือ นิพพานของพระอรหันต์ผุ้ระงับการเสวยอารมณ์ทั้งปวงแล้ว

           ไตรภูมิกานี้ได้แสดงให้เห็นว่า แม้จะได้มรรคผลสูงจนถึงที่สุดแห่งภูมิ คือ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ แต่จิตนั้นยังมีสัญญาอยู่ในสภาวะที่ยังไม่แน่นอน จึงมีดับและเกิด แต่ถ้าได้พิจารณาอริยสัจ ๔ สามารถดับเบญจขันธ์ คือ ขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) เท่ากับได้ดับกิเลสและกองทุกข์ เข้าสู่สภาวะที่เป็นสุขสูงสุด คือ นิพพาน เพราะไร้กิเลสไร้ทุกข์ เป็นอิสรภาพอันสมบูรณ์...


                

แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทซายเทคจำกัด. 2545. ปฏิทินพุทธศักราช 2545. www.sciencetech.th.com (0-2285-4101).

 

โดยรวบรวมข้อมูลจาก

1. หนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์พระมหาธรรมราชาที่ 1 พญาลิไทย ฉบับตรวจสอบชำระใหม่ พ.ศ. 2526.

2. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (Dictionary of Buddhism) พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต) พ.ศ. 2528.

 

หนังสืออ่านประกอบ

พญาลิไท กองพระญาลิไทย. 2543. ไตรภูมิพระร่วง (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์บรรณาคาร กรุงเทพฯ 327 หน้า. (ISBN : 914-350-130-4)